Featured

เหตุผลที่เรายังไม่ควรรักใคร

ความรักเป็นสิ่งสวยงามเรื่องนี้เป็นความจริงที่ไม่ว่าใครก็ยากจะปฏิเสธผมเองก็ยอมรับในความงดงามของความรักและปราถนาในความรักเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึงอย่างนั้นความรักก็เหมือนทุกสิ่งไม่ใช่ว่าจะเหมาะสมกับทุกคนในทุกสถานการณ์โดยเฉพาะความรัก เป็นเรื่องมากกว่าแค่รักแต่ความรักเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตแต่ความรักเป็นเรื่องของการบริหารจัดการความสัมพันธ์ความรักจึงไม่ใช่เรื่องง่ายแค่รักแต่ความรักเรียกร้องความเข้าใจ และต้องการความรับผิดชอบ คนทุกคนควรมีความรัก และควรรักใครถ้าหัวใจบอกว่ารัก แต่แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกครั้ง และไม่ใช่ทุกเวลาที่ความรักเพรียกหา แล้วเราต้องกระโจนลงไปในความรักเสมอ บางครั้ง บางครา แม้อาจดูเหมือนมีเหตุผลมากมายที่เราจะรักใครบางคน แต่มันก็มีบางเหตุผลเหมือนกัน ที่บอกให้เรารู้ว่า เรายังไม่ควรที่จะรัก และเรายังไม่พร้อมที่จะรัก อย่าเพิ่งรักใคร ถ้าเรารู้ตัวว่า ไม่พร้อมรับมือกับความเสียใจ ความรักไม่ได้นำพามาซึ่งสุขสมหวังเสมอไปหรอก ในทางตรงกันข้าม คนเราต้องยอมพบเจอกับความผิดหวังนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อที่จะได้พบเจอความสมหวังในความรักสักหนึ่งครั้ง เป็นการสมหวังในความรัก ครั้งที่จะอยู่กับเราตลอดไป แต่ถ้าเรารู้สึกว่า ใจเรายังอ่อนแอเกินกว่าที่จะเสียใจ เปราะบางเกินกว่าจะรับแรงกระแทกของความผิดหวังได้ไหวในตอนนี้ การเก็บหัวใจไว้รอวันที่พร้อม ไม่มีคำว่าสายเกินไป จงรักใครเพราะว่ารัก อย่ารักใครเพียงเพราะว่าเหงา บ่อยครั้ง ความเหงาทำให้รู้สึกว่า เราต้องการใครสักคนแต่ความรู้สึกว่า เราต้องการใครสักคน นั่นไม่ใช่ความรู้สึกเดียวกันกับความรักเพราะความรัก คือ ความรู้สึกที่ว่า เราอยากมีใครคนนั้นไปตลอดชีวิต อย่าให้ความเหงา หลอกว่าเรากำลังต้องการความรัก เพราะความรักที่เกิดขึ้นจากความเหงา มักไม่ยืนยาว และสร้างความปวดร้าวให้หัวใจของคนสองคนได้เสมอ รักในวันที่เราพร้อมเป็นผู้ให้ ความรักไม่ใช่การเรียกร้องความรักไม่ใช่การสนองความปราถนาใดของตนเองความรักคือความสุขที่ได้ให้และความพอใจที่เห็นคนที่เรารักมีความสุข ความรักต้องการความเสียสละเมื่อเรารักใคร เราอาจต้องยอมสละความเป็นเราไปครึ่งหนึ่งเพื่อที่เราจะเป็นเราที่พอดีกันกับอีกครึ่งหนึ่งที่เราตามหามาตลอดชีวิต เมื่อจะมีความรัก จงแน่ใจเสียก่อนว่า เราพร้อมที่จะเป็นฝ่ายให้ ไม่ได้หวังเพียงแค่จะเป็นฝ่ายรับ

จงรักคนที่ทำให้รู้สึกว่า ความเงียบระหว่างกันไม่ใช่เรื่องน่าอึดอัด

การที่เราจะรักใครสักคน หรือแม้ไม่ถึงขั้นรัก แต่ตัดสินใจจะลองคบหาเปิดใจให้ใครสักคน อาจต้องมีเหตุผลดีๆ มากมาย เขาอาจเป็นคนนั้น คนที่คุยกันแล้วสบายใจ เขาอาจเป็นคนนั้น คนที่อยู่ด้วยแล้วรับรู้ถึงความเข้าใจ เขาอาจเป็นคนนั้น คนที่ความรักจากการกระทำเสียงดังมากกว่าคำพูด มีเหตุผลมากมาย ที่เราจะเลือกใครสักคนมาเป็นคนที่อยู่ข้างๆ เรา ใช้เวลาร่วมกันกับเรา ผ่านเรื่องราวทั้งดีและไม่ดีไปด้วยกัน ถึงอย่างนั้น สิ่งสำคัญกว่าแค่การเริ่มต้นรักกัน คือการที่จะรักษาความรักนั้นไว้ และการอยู่ร่วมกันในความรักนั้นให้ได้ คนเราตอนคบกันใหม่ๆ เหมือนการเรียนรู้ในเรื่องราวใหม่ๆ มีสิ่งต่างๆ มากมายที่ทำให้เราอยากรู้ มีคำถามมากมายให้เราสงสัย มีอะไรมากมายให้เราต้องการค้นหา แต่พอเวลาผ่านไป สิ่งที่เราอยากค้นหา สิ่งที่เราอยากเรียนรู้ สิ่งที่เราอยากแลกเปลี่ยนระหว่างกัน ย่อมลดน้อยลงตามวันเวลา คู่รักหลายๆ คู่ พูดน้อยกันเรื่อยๆ แต่คู่รักที่พูดกันน้อยลงมีสองแบบ แบบแรก คือ คู่รักที่ความสัมพันธ์กลายเป็นความจืดจาง และการอยู่ในความเงียบที่ไร้บทสนทนานั้น ทำให้ต่างคนต่างรู้สึกถึงอึดอัดในหัวใจ อีกแบบ คือ คู่รักที่ความสัมพันธ์เป็นไปด้วยความเข้าใจ ความสัมพันธ์แม้ไม่พูดกันเท่าเดิม แต่ก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกมากกว่าเดิม ถึงต้องตกอยู่ในความเงียบระหว่างกัน ก็ให้ความรู้สึกสบายใจ ความปลอดโปร่งใจที่มีกันและกัน ในความรัก เราอาจชอบคนที่คุยด้วยแล้วถูกคอ มีทัศนคติที่ถูกใจ แต่คงจะดียิ่งกว่า ถ้าเราได้เจอและรักใครสักคน คนที่แม้แต่ในความเงียบ คำว่ารักยังดังอยู่ในความรู้สึก

เพราะอะไรเราถีงควรสนิทกับความเหงาไว้บ้าง

น่าจะมีคนไปค้นคว้าเสียทีว่า โลกใบนี้มีความเหงาเกิดขึ้นมานานเท่าไหร่แล้ว สมัยที่เรายังเป็นมนุษย์ถ้ำ แล้วต้องออกเดินล่าเพียงลำพังในผืนป่า เราจะรู้สึกเหงาเหมือนสมัยปัจจุบันที่เราต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังท่ามกลางตึกสูงตระหง่านหรือเปล่า ในยุคนี้ ความเหงาดูราวกับเป็นเรื่องโหดร้าย สินค้ามากมายถูกออกแบบมาเพื่อคลายความเหงาให้กับผู้คน ไม่ว่าจะเป็นเพลง ภาพยนตร์ หนังสือ และแอพพลิแคลชั่นต่างๆ ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อให้เรามี “อะไรทำ” จะได้ไม่ต้องจมอยู่กับความเหงา แม้กับความสัมพันธ์ บางครั้ง บางคนยังใช้ความสัมพันธ์เป็นเกราะกำบังความเหงา เมื่อเขาพบว่า การต้องนอนเพียงลำพัง การไม่มีใครให้บอกว่ารัก เป็นชีวิตที่แสนเดียวดาย จริงอยู่ ความเหงาอาจไม่ใช่เพื่อนที่น่ารัก แต่ใช่ไหมว่า หากเป็นคนความเหงาก็ไม่ควรนับเป็นศัตรู เพราะหากให้พูดอย่างตรงไปตรงมา ความเหงาไม่เคยทำร้ายเรา อย่างน้อยก็ไม่เท่ากับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของผู้คน หากความเหงาเป็นมนุษย์ ความเหงาคงเป็นเหมือนเพื่อนคนหนึ่ง ที่อาจพูดไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ และออกจะขี้อายเสียด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้น เพื่อนคนนี้ไม่เคยทำในสิ่งที่เพื่อนเขาจะไม่ทำกัน เพื่อนชื่อความเหงาไม่เคยทิ้งเราไว้กลางทาง เพื่อนชื่อความเหงาไม่เคยหมดรักเรา เพื่อนชื่อความเหงาไม่เคยเอาเราไปนินทา และเพื่อนที่ชื่อความเหงา คือ เพื่อนที่เปิดโอกาสให้เราได้อยู่กับตัวเอง อย่าหวาดกลัวความเหงา ความเหงาไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม ลองทำความรู้จัก สนิทกับความเหงาดูบ้าง เพราะในโลกของความเหงา ไม่มีใครต้องเสียน้ำตาเพราะว่าใครหมดใจ

ความเสมอต้นเสมอปลายในความหมายของความสัมพันธ์ คือการที่ความใส่ใจจะไม่ลดลงตามวันเวลา

เวลาที่คนสองคนคบกันใหม่ๆความใส่ใจคือสิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติแม้เรื่องเล็กน้อยของคนที่เราชอบเราก็จะสนใจอยากรู้และเมื่อได้รู้แล้ว ก็จะจดจำไม่รู้ลืม ความใส่ใจเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสัมพันธ์จะเห็นได้ว่า ยิ่งเราใส่ใจใครบางคนมากเท่าไหร่ยิ่งแสดงให้เห็นว่า ใครคนนั้นมีความหมายกับเรามากเท่านั้น ความใส่ใจก็เหมือนกับความสนใจแต่ความสนใจจะลึกซึ้งน้อยกว่าความใส่ใจความสนใจมีวันที่จะจางลงส่วนความใส่ใจเป็นสิ่งที่ไม่ควรจางลงไปง่ายๆ ตามวันเวลา ในทางตรงกันข้าม ยิ่งคบกันนานมากขึ้น ยิ่งรู้จักกันมากขึ้น ความใส่ใจระหว่างกัน ควรยิ่งเป็นสิ่งที่เพิ่มมากขึ้นไปอีก แต่ในความเป็นจริง มักไม่ได้เป็นอย่างนั้น ยิ่งคบกันมาอย่างยาวนานแค่ไหน ความใส่ใจระหว่างกันยิ่งลดลง และเมื่อไหร่ก็ตามที่ความใส่ใจน้อยลงเมื่อนั้นความรักจะเริ่มจืดจางลงกลายเป็นความเฉยชาจนหมดรักไปในท้ายที่สุด หากเป็นไปได้และหากหัวใจของเรายังรักกันอยู่เราอย่ายอมให้ความใส่ใจลดน้อยลงตามวันเวลาแต่ให้ความใส่ใจเป็นสิ่งที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความใส่ใจเมื่อเราเติมลงไปในความสัมพันธ์นั่นคือความรักที่เราแสดงออกผ่านการกระทำแม้ไม่ต้องมีคำพูดใด

แค่ยอมรับ ไม่ได้แปลว่า ยอมแพ้

มีคนถามผมว่า วิธีการรับมือกับความเสียใจ ไม่ว่าจะเป็นความเสียใจจากความผิดหวังด้านความรัก หรือว่า ความเสียใจในการใช้ชีวิตกับเรื่องราวต่างๆ ที่ต้องพบเจอในแต่ละวัน คืออะไร ผมมักบอกว่า วิธีการรับมือกับความเสียใจได้ดีที่สุด คือการยอมรับความจริง เพื่อที่จะยอมรับให้ได้ว่า สิ่งนั้นเกิดขึ้นแล้ว หลายคนมองว่า การยอมรับความจริงเท่ากับการยอมแพ้ ทั้งที่ในความเป็นจริงการยอมรับความจริงไม่ใช่การยอมแพ้แต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามการยอมรับความจริง คือหนทางเดียวที่เราจะก้าวข้ามผ่านความผิดหวังไปได้ เพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่เพราะตราบใดก็ตามที่เรายังหลอกตัวเองอยู่ ตราบใดที่เรายังไม่ยอมรับความจริงในสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้ว ตราบเท่านั้นที่ความทุกข์ขื่นขมยังถมทับอยู่ในหัวใจของเรา หญิงสาวคนหนึ่ง คบกันกับคนรักมาสิบกว่าปี เธอเชื่อใจในหนุ่มคนรักของเธอมาก และไม่เคยคิดถึงการลาจาก แต่วันหนึ่งเหมือนโดนฟ้าผ่า เธอค้นพบว่า เธอไม่ใช่คนเดียวที่ชายหนุ่มของเธอรักอีกต่อไป เธอพยายามหาวิถีทางที่จะตัดใจจากความสัมพันธ์ แต่เธอไม่อาจมองเห็นทางออกนั้น ทางออกนั้น แท้จริง คือการที่หญิงสาวต้องยอมรับว่า ชายหนุ่มมีคนอื่นแล้ว และเธอไม่ใช่รักเดียวของเขาอีกต่อไป การยอมรับความจริงเป็นเรื่องเจ็บปวด แต่บางครั้ง ความเจ็บปวดนั่นแหละ คือสิ่งที่ทำให้คนเราตัดใจได้ หลายคนรู้ว่า ไม่มีหวัง แต่เลือกที่จะหลอกตัวเอง เพื่อที่จะมีความสุขกับความไม่จริง ทั้งที่ความสุขในความไม่จริงนั้น ไม่ใช่ความสุขเลย มีแต่การยอมรับความจริงเท่านั้น ที่จะช่วยให้เราผ่านมันไปได้จริงๆ

เราอาจต้องการความรัก แต่ไม่ได้ต้องการคนในฐานะคู่รัก

เพลงดังเพลงหนึ่งของวง The beatle ร้องว่า all you need is love แปลได้ว่า สิ่งทั้งหมดที่เธอต้องการคือความรัก ผมเชื่อว่า เราทุกคนบนโลกใบนี้ไม่ว่าใคร เราต้องการความรักด้วยกันทั้งนั้น หากลมหายใจคือสิ่งที่ทำให้เรามีชีวิต ความรักคงเป็นเหตุผลที่ทำให้เรายังอยากมีชีวิตต่อไป แต่การต้องการความรักในความคิดของผม ไม่ได้แปลว่า เราต้องการที่จะรับความรักเท่านั้น แต่แปลว่า เราต้องการที่จะให้ความรักแก่คนอื่นด้วย มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อรับ หรือให้ความรักอย่างเดียว แต่เราเกิดมาเพื่อทั้งรับและให้ความรักไปด้วยกัน ความรักหากไม่ได้รับ ก็ไม่อิ่มเอิบในหัวใจ แต่หากไม่ได้ให้ ความรักก็ไม่ผลิบานในใจของเราเช่นกัน ในความรัก เราเลยอยากเป็นทั้งผู้ให้ และผู้รับ แต่การที่เราอยากเป็นผู้ให้และผู้รับในความรัก ไม่ได้แปลว่า เราต้องการความสัมพันธ์ในสถานะของคู่รักเสมอไป กับบางคน เขาก็พบว่า การมีชีวิตโสด การอยู่คนเดียว เขาก็มีความสุข และมีความรักในหัวใจได้ แทนที่จะมอบความรักและชีวิตให้กับคนๆ เดียว แต่เขาสามาถมอบความรักให้คนอื่นๆ และสิ่งอื่นๆ รวมถึงรักตัวเองการมีความรัก และการมีคู่รักไม่ใช่เรื่องที่แย่ หรือว่า เลวร้าย แต่การมีความรักโดยไม่ได้มีคู่รักก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่เช่นกัน เราทุกคนสามารถมีความรักได้ ไม่ว่าเราจะมีใครในสถานะคนรักหรือเปล่า

เรื่องง่ายๆ ที่ผู้ชาย (บางคน) (อาจ) ไม่รู้

สมัยตอนที่ผมเป็นเด็ก เคยมีเพลงๆ หนึ่ง ของคุณปาน ธนพร ดังมากชื่อเพลงประมาณว่า “เรื่องง่ายๆ ที่ผู้ชายไม่รู้”เนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่องราวต่างๆ ที่ผู้ชายไม่รู้และเรื่องราวเหล่านั้น ก็มักเป็นเรื่องความรู้สึกของผู้หญิงแม้สำหรับผม การจะเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงไม่ควรจัดอยู่ในหมวดง่ายแต่ก็มีบางเรื่องที่ผมคิดว่า ผู้ชายอย่างเราควรรู้นะครับ 1.ส่วนใหญ่แล้ว ผู้หญิงจะเป็นคนที่ชอบง่าย รักยาก และเลิกรักยากยิ่งกว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่ จะค่อนข้างปลื้ม หรือชื่นชมคนง่ายครับแต่ความปลื้ม และความชื่นชมนั้น ไม่ใช่ความรัก เพราะสำหรับการที่จะรักใครสักคน ผู้หญิงส่วนใหญ่ค่อนข้างรักคนยากเลยแล้วที่ผู้หญิงรักใครยากก็ไม่ใช่อะไร เพราะว่า ผู้หญิงเลิกรักยากเช่นกัน ดังนั้น ถ้ายังไม่แน่ใจว่า คนๆ นั้นจะเป็นคนที่ใช่จริงๆ หรือเปล่าผู้หญิงก็มักยังไม่ตกลงปลงใจด้วยเท่าไหร่ เพราะรู้ว่า หากตกลงปลงใจคบกันไปแล้ว ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ผู้หญิงคนนั้นมักจะเลิกรักได้ยากมากๆ 2.ถึงผู้หญิงจะเลิกรักยาก แต่ถ้าผู้หญิงหมดรักแล้ว จะหมดรักเลย เมื่อไหร่ก็ตาม ที่คุณทำให้ผู้หญิงคนหนึ่ง หมดรักไปแล้วจริงๆ ส่วนใหญ่แล้วให้เลิกคิดถึงการหวนคืนกลับมาดีกันดังเดิมเลยครับ เพราะสำหรับผู้หญิงคนนั้น คุณจะไม่มีตัวตนอะไรกับเธออีกต่อไปสำหรับเธอ คุณได้ตายไปจากใจแล้ว เพราะคุณจะไม่มีวันฟื้นคืนกลับมาในความรักของเธอได้อีกเลบ 3.ผู้หญิงเข้มแข็งกว่าที่เราคิด และน้ำตาไม่ได้แปลว่า อ่อนแอเลย ผู้หญิงส่วนใหญ่ ดูเป็นคนที่มีความอ่อนไหว อ่อนโยน แต่อย่าตีความว่าความอ่อนไหว หรืออ่อนโยนเป็นความอ่อนแอเลยนะครับ เพราะในความเป็นจริง [...]

วันที่ร้ายๆ สร้างความหมายให้วันที่ดีๆ

ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า ต่อให้เราอยากจะให้วันทุกวันเป็นวันที่ดี แต่วันบางวันมันก็ไม่ดีอย่างที่เราคิดเท่าไหร่ มักมีปัญหา หรือสิ่งต่างๆ ที่ไม่เป็นใจมาให้เราได้พบเจอ จนถ้าหากทำได้ เราก็อยากที่จะกดข้ามวันนั้นไปเลย เผื่อที่จะตื่นเช้ามาเป็นวันใหม่ ถึงอย่างนั้น ในความเป็นจริง เราก็ไม่สามารถกดข้ามวันที่แย่ๆ ไปได้ แต่ถึงเราจะกดข้ามไม่ได้ แต่ตราบใดที่เวลายังคงเดินไปข้างหน้าเสมอ วันที่แย่ๆ เวลาที่ไม่เป็นใจ ก็จะค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านเราไปในทุกนาที รู้ตัวอีกทีวันเหล่านั้นก็กลายเป็นอดีตแล้ว ในความเป็นจริง วันที่แย่ๆ เหล่านั้นนี่แหละ ที่ทำให้เราเห็นคุณค่าของวันที่ดีๆ เพราะหากทุกวันเป็นวันที่ดีๆ เป็นวันที่เป็นอย่างใจของเรา วันที่ดีๆ เหล่านั้นก็คงไม่มีความหมาย เพราะกลายเป็นความเคยชิน ที่เราเลือกการมองข้าม มากกว่าที่จะมองเห็นหรือให้ค่ากับวันดีๆ เหล่านั้น ที่สำคัญ วันที่แย่ๆ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดวันที่ดีๆ ขึ้น เพราะในวันที่แย่ๆ อย่างนั้น ชีวิตมักมอบบทเรียนที่ล้ำค่าให้กับเรา เป็นบทเรียนที่สอนให้เรารู้ว่า เราจะหลีกเลี่ยงวันแย่ๆ ไม่ให้เกิดขึ้นได้อีกอย่างไร และเราจะมีวันที่ดีๆ ได้อย่างไร ในวันที่เรารู้สึกว่า มันเป็นวันที่แย่ หรือว่า เป็นวันที่ไม่ดี อย่าได้กลัว หรือว่า หวาดหวั่น เพราะวันแย่ๆ ก็เหมือนความมืดมิด ที่จะทำให้เรามองเห็นวันดีๆ ที่เป็นดั่งแสง [...]

คนเรามักตกหลุมรักในสิ่งที่ทำให้เราเป็นทุกข์

หากจะพูดตรงๆ คงไม่มีใครอยากที่จะมีความทุกข์ไม่มีใครหรอกที่อยากจะถูกกลบไปด้วยความเศร้าจนเต็มล้นในหัวใจในทางตรงกันข้าม เราต่างอยากมีรอยยิ้มที่เป็นสุขและอยากมีเสียงหัวเราะในทุกวันที่ใช้ชีวิต ถึงอย่างนั้น ในความเป็นจริงยิ่งกว่าเราต่างต้องเผชิญกับความทุกข์ด้วยกันทั้งนั้นและความทุกข์มักจะดูผ่านไปได้ยากเย็นเสมอเมื่อความทุกข์นั้นมาในรูปแบบของคนที่เรารัก เคยสังเกตไหม ยิ่งเรารักใครบางคนมากเท่าไหร่ ยิ่งเราปราถนาใจในใครบางคนมากเพียงใด ความทุกข์จะยิ่งท่วมท้นมากขึ้นเท่านั้น เหมือนที่เคยมีคนเคยบอกไว้ว่า คนที่ทำให้เรารักได้ คือ คนที่ทำให้เราเสียใจได้ ทั้งที่ในความจริงสื่งที่ควรเป็นแล้วความรักควรเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขไม่ใช่ความทุกข์ในหัวใจ แต่เป็นไปได้ไหมว่าบางทีนะ, บางทีไม่ใช่ความรักหรอกที่ทำให้เรามีความทุกข์แต่เป็นการยึดติดในความรักนั้นต่างหากที่ทำให้เราทุกข์ใจยึดติดว่า ใจของเรากับเขาต้องตรงกันยึดติดว่า ความรู้สึกของเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนไปยิ่งเรายึดติดมากเท่าไหร่ เรายิ่งสลัดความทุกข์ได้ไม่พ้นมากเท่านั้น สิ่งที่ถูกต้องจึงไม่ใช่ไม่รักแต่คือการบอกกับตัวเองว่าเราจะไม่ยอมให้ความรักนั้นทำให้เราตกอยู่ในความทุกข์ถ้าจะเป็นความรัก ก็จะเป็นความรักที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ และเมื่อเราเข้าใจแล้วแม้อาจจะมีอะไรมากระทบให้เราเสียใจบ้างเราจะบอกตัวเองได้ว่า ไม่เป็นไร

วันวาเลนไทน์ของคนไม่มีแฟน

เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรัก เพราะมีวันแห่งความรักรอเราอยู่ตรงวันที่ 14 กุมภาพันธ์วันที่หนุ่มสาว และผู้คนทั่วไป จะแสดงออกถึงความรักที่มีให้กันหลังจากด้วยภาระหน้าที่ต่างๆ ทำให้แม้ในสถานะของการเป็นคนรักแต่ความรักคือสิ่งที่เราแสดงออกถึงกันน้อยเกินไป ในเดือนแห่งความรัก โดยเฉพาะในวันแห่งความรักดอกไม้สีสันสวยงามสะดุดตา ของขวัญนานาชนิดจะถูกจัดแจงและแต่งเสริมเพื่อมอบให้กับคนที่เป็นความรู้สึกพิเศษของเราทั้งกับคนที่เราแอบรักเขา หรือกับคู่รักที่คบหากันมาเนิ่นนาน แต่ถึงอย่างนั้นโลกนี้ไม่ได้มีแค่คนที่มีคู่รักมีคนไม่น้อยเลย ที่ยังคงครองสถานะความโสดอยู่และอาจรู้สึกว่า ในวันแห่งความรักนั้นช่างเป็นวันที่ขัดเขิน และน่าอึดอัดสำหรับตัวเอง ในความคิดเห็นของผม วันแห่งความรัก ไม่ได้แปลว่า เป็นวันแห่งคู่รัก เพราะฉะนั้นต่อให้เราเป็นคนที่ไม่ได้มีคู่รัก เราก็สามารถมีความสุขกับวันแห่งความรักได้ หากเราเป็นผู้ที่รักตัวเอง และมีความรักมอบให้กับคนอื่น จริงอยู่ อาจไม่มีดอกไม้สักดอกที่ใครมอบให้กับเราแต่ถึงอย่างนั้น เราก็สามารถมอบของขวัญให้กับตัวเราเองได้ด้วยการดูหนังดีๆ สักเรื่อง ฟังเพลงดีๆ สักเพลง อ่านหนังสือดีๆ สักเล่มหรือแม้แต่อาจไม่ต้องมีของขวัญชิ้นใดเลยแค่ตระหนักว่า วันทุกวันที่เรายังมีลมหายใจเป็นสิ่งที่สุดแสนจะพิเศษมากมายแค่ไหน เท่านั้นก็เท่ากับเราได้มอบของขวัญให้กับตัวเองในทุกๆ วันแล้ว

พรุ่งนี้คือวันที่ยังมาไม่ถึง วันนี้คือวันที่มีอยู่จริง

สองสิ่งที่ทำให้คนเรามีความทุกข์กับชีวิตสิ่งหนึ่งอาจดูเป็นด้านบวก สิ่งหนึ่งอาจดูเป็นด้านลบแต่ทั้งสองสิ่งต่างมอบความเศร้าให้กับเราได้ การคาดหวัง แท้จริงแล้ว ชีวิตของคนเราควรมีความหวังและการมีความหวังเป็นเรื่องงดงามของชีวิตความหวังคือพลังที่ขับเคลื่อนให้คนเราเดินหน้าไปต่อ ความหวังไม่ต่างอะไรจากแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิดความหวังไม่ผิดอะไรไปจากสายน้ำท่ามกลางความเหือดแห้งของฤดูร้อน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ความหวังเปลี่ยนเป็นความคาดหวังเมื่อนั้น ความทุกข์จะเข้ามาแทนที่ความสุข การคาดหวัง คือ การคาดว่า ความหวังนั้นจะเป็นจริงหากความหวังคือระหว่างทางที่สวยงามการคาดหวัง ก็อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ปลายทางเรารู้สึกหม่นเศร้า ชีวิตของคนเราควรมีความหวังแต่อย่าคาดหวังมากจนเกินไปทำแต่ละวัน แต่ละก้าว แต่ละนาทีอย่างมีความสุขหากเราทำวันทุกวันให้ดี ปลายทางจะเป็นอย่างไรไม่มีอะไรต้องเสียใจ ความกังวล ความกังวล คือการเอาทุกข์ของวันข้างหน้ามาไว้กับวันนี้ความกังวล คือการเอาความคิดด้านลบมากลบปัจจุบัน จริงอยู่ ความกังวลอาจมีข้อดีบ้างที่ทำให้เราไม่ประมาทกับชีวิต อะไรก็ตาม หากอยู่ในความพอดีก็อาจมีแง่มุมที่ดีแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ความพอดีกลายเป็นน้อยไป หรือว่ามากไปสุดท้ายแล้ว จะสร้างปัญหาให้กับความรู้สึกของเรามากกว่าประโยชน์ ความกังวลก็เช่นกันเรามีความกังวลได้แต่อย่างให้ความกังวลทำให้เราเป็นทุกข์จนมองไม่เห็นความสุขของปัจจุบัน พรุ่งนี้ในวันนี้ สุดท้ายแล้ววันพรุ่งนี้ คือ วันหน้าของวันนี้วันนี้วันพรุ่งนี้ยังมาไม่ถึงเราก็ยังไม่ต้องรีบเร่งให้วันพรุ่งนี้มาถึงด้วยการเอาความคาดหวัง หรือความกังวลซึ่งเป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้มาใส่ในวันนี้ เราต้องเชื่อมั่นอย่างหนึ่งว่าทำวันนี้ให้ดีแล้ววันพรุ่งนี้จะดีเอง

%d bloggers like this: