ในเวลาเท่ากัน 24 ชั่วโมง
ผมกลับอดรู้สึกไม่ได้ว่า
24 ชั่วโมงของทุกวันนี้
กับ 24 ชั่วโมงของสมัยก่อน
มีความเร็วไม่เท่ากัน

แม้เวลาจะเดินไปอย่างเท่ากันและมีเวลาเท่ากันในแต่ละวัน
แต่ในความรู้สึกของคนเรา
วันเวลาของปัจจุบันนี้เดินไปไวกว่าวันเวลาของวันที่ผ่านมามาก

อาจเพราะเราอยู่ในโลกของอินเทอร์เน็ท
ที่ความเร็วระดับ 4G คือมาตรฐาน
เราจึงคาดหวัง และมุ่งหมายอยากให้ทุกอย่างเป็นไปโดยรวดเร็ว
การรอกลายเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทน
และถ้าเลือกได้เราไม่อยากที่จะรอ
ไม่เว้นแม้แต่ในเรื่องของความสัมพันธ์

สมัยก่อน
การที่คนเราจะคบกันไม่ใช่เรื่องง่ายดาย
เมื่อเริ่มต้นชอบกันแล้ว
กว่าที่จะเริ่มต้นตกลงคุยกัน
กว่าที่จะไปนัดเดทกันเป็นครั้งแรก
กว่าที่จะตกลงปลงใจเป็นคนรักกัน
กว่าที่จะแต่งงานกัน
ทุกอย่างมีขั้นตอนและกระบวนการ
ทุกอย่างต้องใช้เวลา

อ่านดูแล้วหลายคนอาจรู้สึกว่า
เป็นความสัมพันธ์ที่เนิบช้า
และชวนอึดอัด

แต่ในทางตรงกันข้าม

ระยะเวลาต่างๆ เหล่านั้น
ที่คนเราได้ค่อยๆ เรียนรู้จัก ศึกษาดูใจกันนั่นแหละ
เป็นระยะเวลาที่ความรักจะค่อยๆ ผลิบานขยายตัวอย่างเต็มที่
และความทรงจำดีๆ จะค่อยๆ ถูกสะสม
เพาะบ่มจนเป็นความรักที่แข็งแกร่ง
และยากจะบุบสลายด้วยวันเวลา
อีกทั้งคนสองคนยังมีความทรงจำดีๆ ตุนในกระเป๋ามากมาย
ไว้ให้คิดถึงยามที่แก่ชราไป

แต่กับความรักในสมัยนี้
ความรักที่คบกันเพียงไม่กี่วัน
หรืออาจเคยพบเจอกันแค่หน้าจอ
ก็ตกลงปลงใจคบหากันเสียแล้ว

ไม่ได้บอกว่า ความสัมพันธ์แบบนั้นเป็นเรื่องผิด
และความสัมพันธ์แบบไหนที่ดีกว่ากัน

แค่เสียดายว่า
หากในความสัมพันธ์เราข้ามช่วงเวลาคบหาดูใจกันไป
มันจะทำให้เราข้ามช่วงเวลาที่น่าจดจำและประทับใจของความรักไปด้วย

เพราะเราเชื่อว่า
ความรักที่หอมหวานได้ยาวนานมากที่สุด
คือความรักที่ใช้เวลานานในการสุกงอม
ในขณะที่ความรักที่ไปถึงปลายทางอย่างรวดเร็วเกินไป
ความหอมหวานของความรักก็ยิ่งจืดจางลงไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น

ความรักไม่ใช่การแข่งขัน
เราไม่จำเป็นต้องไปถึงจุดหมายให้ไวที่สุด
แต่ความรักคือเรื่องราว
เราควรเก็บสะสมความรู้สึกดีๆ ไว้ในหัวใจของเราให้ได้มากที่สุด

Published by kidmakk

นักเขียน ณ โลกออนไลน์ | เจ้าของนามปากกาคิดมาก | มีผู้ติดตามในทวิตเตอร์กว่าหนึ่งล้านเจ็ดแสนคน และกดถูกใจในเฟซบุ๊คกว่าเจ็ดแสนคน | ผลงานหนังสือ 'กฎข้อนึงของความสัมพันธ์' (2561) 'ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ' (2561) 'คิดมากไปหรือเปล่า' (2561) ‘จุดหมายอยู่ในทุกๆก้าว’ (2560) 'โตขึ้นจึงรู้ว่า' (2560) เศร้าเสียให้พอแล้วพาชีวิตไปต่อนะ' (2559) 'ไม่มีความเศร้าที่สูญเปล่าบนโลกใบนี้' (2559) 'ถึงอย่างนั้นความรักก็ยังงดงาม' (2559) 'ให้หัวใจได้หายใจ' (2558) 'ไม่เอาน่ะอย่าคิดมาก' (2558) , 'ฟ้าไม่เคยมืดเกินมองเห็นดาว' (2555)

Leave a comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: