หากชีวิตคือการเดินทาง
บ่อยครั้งที่คนเรามัวแต่สนใจที่จุดหมาย
จนลืมดื่มด่ำกับบรรยากาศระหว่างทาง
ที่เราได้เดินทางผ่านมา

ในการเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางนั้น

แน่นอนว่า ไม่ได้มีแต่ความสุข หรือความสบายให้เราได้ซึมซับหรอก
หลายครั้ง และบ่อยครั้ง เป็นความทุกข์ เป็นความเศร้าที่ผ่านเข้ามา
เป็นสิ่งที่หากเป็นไปได้ เราอยากจะผ่านมันไปให้ไวที่สุด
และอยากจะลืมเลือนว่า เรื่องราวเหล่านั้นเคยเกิดขึ้น
ทั้งที่ถ้าเราลองมองย้อนกลับไปดูสักนิด
เราจะพบว่า มีอะไรๆ มากมายเหลือเกินให้เราได้เรียนรู้

ลุงของผมจบการศึกษาระดับชั้นประถม 4
ครอบครัวของเราตอนนั้น ปู่ ย่า ไม่ได้มีฐานะดีมากนัก
ทำให้ไม่สามารถส่งเสียลูกแต่ละคนให้จบการศึกษาระดับสูงได้

แต่ลุงของผมเป็นคนที่รักในการเรียนรู้
แม้จะจบเพียงชั้นประถม 4 แต่ลุงของผมสามารถเล่นดนตรีเป็น
และสามารถสนทนาภาษาอังกฤษกับชาวต่างประเทศได้
แน่นอนว่า แม้สำเนียงจะไม่ดี และแกรมม่าไม่ได้เป๊ะ
แต่ความรู้ด้านภาษาของลุงก็มากพอที่จะคุยกับชาวต่างชาติได้อย่างสบาย

ผมถามลุงว่า ลุงเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากไหน
ลุงผมบอกว่า ลุงเรียนภาษาอังกฤษจากการอ่านหนังสือด้วยตนเอง
ที่สำคัญ ลุงเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากระหว่างทาง

ในการเดินทาง ถ้าเราสังเกต จะมีป้ายบอกทาง และป้ายโฆษณาต่างๆ ตั้งไว้ริมทาง
และหากเราพิจารณาให้ดีป้ายเหล่านั้นที่เป็นภาษาไทยมักจะมีภาษาอังกฤษกำกับอยู่

ลุงของผมเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากป้ายเหล่านั้น

เป็นการเรียนรู้จากเรื่องราวระหว่างทางที่แท้จริง

นั่นทำให้ผมตระหนักว่า
ไม่แค่การเรียนภาษาอังกฤษหรอก
แต่ในการเรียนรู้ของชีวิต
หากเราไม่มองข้ามระหว่างทาง
ไม่เอาแต่มุ่งไปที่จุดหมาย
แต่มองรายละเอียดจากสิ่งที่เราผ่านมาบ้าง

เรื่องราวระหว่างทางที่ผ่านมาของเรา
จะเป็นบทเรียนชั้นดีให้เราได้เรียนรู้

และไม่ว่า เรื่องสุข หรือเศร้าที่เราเคยเจอ
ไม่มีเรื่องไหนที่เข้ามาอย่างสูญเปล่าอีกต่อไป

เพราะทุกเรื่องคือบทเรียนของเรา

Published by kidmakk

คิดมาก คือ นามปากกาของนักเขียน ณ โลกออนไลน์ ที่มีผู้ติดตามในทวิตเตอร์กว่า 1.8 ล้านคน และกดถูกใจในเฟซบุ๊คกว่า 8 แสนคน เป็นคนที่รักการอ่านตั้งแต่เด็ก และการอ่านกับความเหงาทำให้เขามาพบเจอกับสิ่งที่เรียกว่า การเขียน และนับตั้งแต่วันแรกที่ได้เขียน ก็พบว่าตัวเองได้ตกหลุมรักการเขียนเข้าให้แล้ว และตั้งใจที่จะเขียนหนังสือไปตลอดชีวิต เริ่มต้นการเขียนด้วยความตั้งใจที่จะให้การเขียนนั้นเยียวยาความรู้สึกของตัวเอง แต่เมื่อได้พบว่า การเขียนของเขาได้ส่งผลบวกถึงคนอื่นด้วย ก็เลยตั้งใจที่จะส่งพลังบวกและข้อคิดดีๆ ไปให้คนอ่านในทุกๆ ผลงานเขียน เพราะ “คิดมาก” รักคนอ่านของเขามาก ❤️ ผลงาน เดี๋ยวมันก็ผ่านไปเหมือนทุกวันที่ผ่านมา (2562) โลกนี้สอนให้รู้ว่า (2562) วันนี้จะเป็นวันที่ดี (2562) กฎข้อนึงของความสัมพันธ์ (2561) ชีวิตก็มันก็แบบนี้แหละ (ร่วมกับผู้อื่น) (2561) คิดมากไปหรือเปล่า (2561) จุดหมายอยู่ในทุกๆก้าว (2560) โตขึ้นจึงรู้ว่า (2560) เศร้าเสียให้พอแล้วพาชีวิตไปต่อนะ (2559) ไม่มีความเศร้าที่สูญเปล่าบนโลกใบนี้ (2559) ถึงอย่างนั้นความรักก็ยังงดงาม (2559) ให้หัวใจได้หายใจ (2558) ไม่เอาน่ะอย่าคิดมาก (2558) ฟ้าไม่เคยมืดเกินมองเห็นดาว (2555)

Leave a comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: