เพียงเพราะว่า ใครบางคนไม่ใช่ ความรักไม่ได้ผิด

เมื่ออะไรก็ตามที่เราคาดหวังเกิดความผิดพลาดขึ้นมาไม่เป็นอย่างที่เราคิด ไม่ใช่อย่างที่เราเห็นสิ่งแรกที่เรามักทำกันโดยไม่ได้ตั้งใจคือการหาว่า ‘ใคร’ หรือ ‘อะไร’ ที่ผิดพลาดและบ่อยครั้งมักจบลงตรงการไม่โทษคนอื่นก็โทษตัวเองทั้งที่ไม่ว่าจะโทษใครไปไม่เคยช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นมา นอกจากโทษคนอื่นและโทษตัวเองแล้วกับความสัมพันธ์ที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคาดหวังจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามความสัมพันธ์นั้นเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาสิ่งที่เราทำ คือการโทษความรัก ความรักกลายเป็นสิ่งที่ไม่ดีความรักกลายเป็นสิ่งที่โหดร้ายความรักกลายเป็นเรื่องที่เราหวาดกลัวความรักไม่ใช่สิ่งที่เรามองว่ามันสวยงามอีกต่อไป ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วความรักคือสิ่งที่ทำให้คนสองคนมาเจอกันและดึงดูดคนสองคนเข้าหากันแต่ความรักนั้นจะไปได้รอดตลอดหรือไม่อยู่ที่คนสองคนจะประคองความรักนั้นไว้ได้ดีแค่ไหน ในวันที่เราผิดหวังจากความรัก ในวันที่ความรักไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด แน่นอนว่า กับทุกเรื่องที่ผ่านมาไม่ว่าดีหรือว่าร้าย การทบทวนบทเรียนเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่อย่าได้หวาดกลัวความรัก อย่าได้ป้ายสีว่าความรักเป็นสิ่งที่ชั่วร้าย อย่ามองความรักในแง่ร้าย ความรักคือสิ่งดีงามเหมือนกับทุกๆ สิ่งบนโลกใบนี้อยู่ที่เราเองจะใช้ความรักกันอย่างไรและรักษาความรักนั้นไว้ได้ยืนยงแค่ไหน เพราะในวันที่เรารู้สึกว่าความสุขไม่มีความหมายและในวันที่ข้างกายเราไม่มีใครอาจเป็นความรักนั่นแหละที่เยียวยาเราขึ้นมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้เป็นความรักที่เรามอบให้ตัวเอง รักตัวเอง

บางความทรงจำยาวนานกว่าการได้พบเจอกัน

อาจจะเป็นไปอย่างที่มีคนเคยพูดว่าเรื่องราวของคนๆ หนึ่ง จะอยู่ยาวนานที่สุดในความทรงจำของคนอื่นจึงมีบางคนบนโลกใบนี้ที่เราอาจไม่ได้เจอกับเขามาเนิ่นนานแล้วแต่ความทรงจำระหว่างเรากับเขายังเป็นเรื่องราวที่ to be continued… อยู่เสมอ คนๆ นั้น ยังเป็นคนที่เรายังคิดถึงอยู่ โดยไม่ต้องพยายามคิดถึง จดจำได้อยู่ แม้บางเวลาอาจอยากที่จะลืม คนที่เรื่องราวเก่าๆ ระหว่างเราและเขา ยังทำให้เราหัวเราะและร้องไห้ได้เสมอ ผมมีเพื่อนสมัยเรียนคนหนี่งตอนนั้นเพื่อนคนนี้แอบรักสาวร่วมห้องเรียนแต่เขาไม่เคยได้เปิดเผยความรู้สึกนั้นออกไปถึงอย่างนั้นด้วยอาการที่เก็บไว้ไม่ออกเพื่อนเกือบทั้งชั้น ก็พอจะเดาได้ว่า เพื่อนคนนี้รู้สึกอย่างไรก็สาวร่วมห้องเรียนคนนั้นแต่เมื่อเรียนจบทุกคนก็ต้องแยกย้ายไปใช้ชีวิตของตัวเองและห่างเหินกันไปเป็นตามธรรมดาของชีวิตที่ต้องเติบโต จนเมื่อเร็วๆ นี้ในการนัดเจอเพื่อนเก่าเพื่อนของผมสารภาพให้ฟังว่าทุกวันนี้ยังลืมสาวร่วมห้องเรียนคนนั้นไม่ได้เลย ช่วงเวลาสามปีที่ได้เรียนอยู่ด้วยกันยังอยู่กับเขาทุกวันแม้เวลาจะผ่านมาสิบปีแล้ว คนบางคนอยู่ในความทรงจำนานกว่าชีวิตจริง ความสัมพันธ์จึงเป็นสิ่งที่มักสั้นกว่าความรักเสมอ เพราะบางครั้งความรักเกิดขึ้นแล้วแต่ความสัมพันธ์ยังไม่เกิดขึ้น และบางเวลาความสัมพันธ์ได้จบลงไปแล้วแต่ความรักยังไม่ยอมจบลงไปเลยจริงๆ ใครบางคนแค่ถูกเปลี่ยนสถานะจากคนที่เรารักเป็นคนที่เรายังรักและไม่ลืม

หลังช่วงเวลาของความสุข จะตอบคำถามว่า เรายังใช่คนที่อยากร่วมทุกข์ด้วยกันหรือเปล่า

ใครๆ ก็อยากมีความสุขความสุขเป็นทั้งปลายทางที่เราอยากเดินไปให้ถึงและเป็นทั้งระหว่างทางที่เราอยากมีในทุกๆ วัน เวลาที่เราเรียน หรือเวลาที่เราทำงานหากว่า เลือกได้ เราก็คงอยากทำในสิ่งที่ทำแล้วมีความสุขกับความสัมพันธ์เช่นกัน หากเป็นไปได้ เราก็คงอยากมีความสัมพันธ์ที่มีความสุข เคยมีคนบอกว่า แม้เราจะตั้งสเป๊คส่วนตัวของแต่ละคนไว้อย่างไร แต่หากได้อยู่กับใครแล้วรู้สึกมีความสุข บางครั้งสเป๊คก็ไม่ได้สำคัญอีกต่อไป หากเลือกได้เราคงอยากรักคนที่การอยู่ด้วยกันแล้วหัวใจของเรารู้สึกสบายใจไม่มีความทุกข์ หรือว่า ความเศร้าใดมาทำให้ต้องหม่นหมอง ถึงอย่างนั้นในความเป็นจริงชีวิตของคนเราทุกคนไม่ใช่ว่าจะมีแต่ความสุขความทุกข์ก็เป็นของที่มาคู่กัน แม้กับใครบางคนที่เรารู้สึกว่า การได้อยู่กับเขาแล้วมีความสุขก็ตามคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในบางช่วงเวลาเราก็ต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ไปด้วยกัน การที่เราอยู่กับใครแล้วมีความสุขนั่นอาจเป็นเหตุผลว่า เขาคือคนที่เราอยากอยู่ด้วยหรือเปล่าแต่การที่เราอยู่กับใครในช่วงเวลาที่มีความทุกข์นั่นจะตอบคำถามว่า เขาใช่คนที่เราอยากมีอยู่ข้างๆ ไปตลอกชีวิตจริงหรือไม่ เพราะการที่เราจะหาคนที่ร่วมสุข หรือคนที่ทำให้เรามีความสุขอาจไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นจนเกินไปแต่การหาคนที่พร้อมจะร่วมทุกข์ไปกับเรา คนที่ทำให้แม้แต่การเผชิญหน้ากับความเศร้าก็ยังเป็นเรื่องอบอุ่นใจคนๆ นั้น คือ คนที่มีความหมายกับเราจริงๆ

ความสัมพันธ์ที่ไม่ควรใกล้กันไปมากกว่านี้

ความรักเป็นเรื่องของหัวใจไม่ว่าจะเป็นหัวใจที่ตั้งใจหรือว่า หัวใจที่เผลอใจก็ตามแต่เมื่อเป็นเรื่องของหัวใจแล้วเหตุผลใดๆ ที่เราเคยใช้ในเรื่องราวต่างๆเมื่อเป็นเรื่องราวของความรักแล้วเหตุผลเหล่านั้นจะถูกลดทอนไปจนไม่เหลือ สมัยก่อน เคยเข้าใจว่าหากเรารักใคร เราต้องพยายามสร้างความสัมพันธ์กับเขาเอาตัวของเราไปอยู่ใกล้ๆ กับเขาเพื่อที่จะได้เจอเขาเพื่อที่จะได้พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ดีขึ้น เมื่อเติบโตขึ้น เข้าสู่โลกที่เรียกว่า ผู้ใหญ่เราจึงพบว่า ความสัมพันธ์ที่มาในนามของความรักมีอะไรที่ซับซ้อนกว่าที่เราคิด ไม่ใช่ทุกคนที่เรารู้สึกดีหรอก ที่เราจะแสดงความรู้สึกที่มีให้เขาออกไปได้ ไม่ใช่ทุกคนที่เราอยากอยู่ใกล้หรอก ที่เราจะเอาตัวของเราไปอยู่ใกล้เขาได้ และไม่ใช่ทุกคนที่เรารู้ว่ารักหรอก ที่เราจะบอกเขาว่ารักได้ เพราะบางครั้งแม้ความรักจะเป็นความสุขแต่ความรักก็อาจเป็นทุกข์ได้หากเรารักใครบางคนผิดเวลา ผิดสถานะ การเก็บความรู้สึกบางอย่างไว้ในใจและเลือกที่จะรักษาระยะห่างระหว่างกันไว้จึงอาจเป็นทางที่ดีที่สุดที่เราทำได้ในฐานะของคนที่รู้สึกรักกัน

แค่ยอมรับ ไม่ได้แปลว่า ยอมแพ้

มีคนถามผมว่า วิธีการรับมือกับความเสียใจ ไม่ว่าจะเป็นความเสียใจจากความผิดหวังด้านความรัก หรือว่า ความเสียใจในการใช้ชีวิตกับเรื่องราวต่างๆ ที่ต้องพบเจอในแต่ละวัน คืออะไร ผมมักบอกว่า วิธีการรับมือกับความเสียใจได้ดีที่สุด คือการยอมรับความจริง เพื่อที่จะยอมรับให้ได้ว่า สิ่งนั้นเกิดขึ้นแล้ว หลายคนมองว่า การยอมรับความจริงเท่ากับการยอมแพ้ ทั้งที่ในความเป็นจริงการยอมรับความจริงไม่ใช่การยอมแพ้แต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามการยอมรับความจริง คือหนทางเดียวที่เราจะก้าวข้ามผ่านความผิดหวังไปได้ เพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่เพราะตราบใดก็ตามที่เรายังหลอกตัวเองอยู่ ตราบใดที่เรายังไม่ยอมรับความจริงในสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้ว ตราบเท่านั้นที่ความทุกข์ขื่นขมยังถมทับอยู่ในหัวใจของเรา หญิงสาวคนหนึ่ง คบกันกับคนรักมาสิบกว่าปี เธอเชื่อใจในหนุ่มคนรักของเธอมาก และไม่เคยคิดถึงการลาจาก แต่วันหนึ่งเหมือนโดนฟ้าผ่า เธอค้นพบว่า เธอไม่ใช่คนเดียวที่ชายหนุ่มของเธอรักอีกต่อไป เธอพยายามหาวิถีทางที่จะตัดใจจากความสัมพันธ์ แต่เธอไม่อาจมองเห็นทางออกนั้น ทางออกนั้น แท้จริง คือการที่หญิงสาวต้องยอมรับว่า ชายหนุ่มมีคนอื่นแล้ว และเธอไม่ใช่รักเดียวของเขาอีกต่อไป การยอมรับความจริงเป็นเรื่องเจ็บปวด แต่บางครั้ง ความเจ็บปวดนั่นแหละ คือสิ่งที่ทำให้คนเราตัดใจได้ หลายคนรู้ว่า ไม่มีหวัง แต่เลือกที่จะหลอกตัวเอง เพื่อที่จะมีความสุขกับความไม่จริง ทั้งที่ความสุขในความไม่จริงนั้น ไม่ใช่ความสุขเลย มีแต่การยอมรับความจริงเท่านั้น ที่จะช่วยให้เราผ่านมันไปได้จริงๆ

เราอาจต้องการความรัก แต่ไม่ได้ต้องการคนในฐานะคู่รัก

เพลงดังเพลงหนึ่งของวง The beatle ร้องว่า all you need is love แปลได้ว่า สิ่งทั้งหมดที่เธอต้องการคือความรัก ผมเชื่อว่า เราทุกคนบนโลกใบนี้ไม่ว่าใคร เราต้องการความรักด้วยกันทั้งนั้น หากลมหายใจคือสิ่งที่ทำให้เรามีชีวิต ความรักคงเป็นเหตุผลที่ทำให้เรายังอยากมีชีวิตต่อไป แต่การต้องการความรักในความคิดของผม ไม่ได้แปลว่า เราต้องการที่จะรับความรักเท่านั้น แต่แปลว่า เราต้องการที่จะให้ความรักแก่คนอื่นด้วย มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อรับ หรือให้ความรักอย่างเดียว แต่เราเกิดมาเพื่อทั้งรับและให้ความรักไปด้วยกัน ความรักหากไม่ได้รับ ก็ไม่อิ่มเอิบในหัวใจ แต่หากไม่ได้ให้ ความรักก็ไม่ผลิบานในใจของเราเช่นกัน ในความรัก เราเลยอยากเป็นทั้งผู้ให้ และผู้รับ แต่การที่เราอยากเป็นผู้ให้และผู้รับในความรัก ไม่ได้แปลว่า เราต้องการความสัมพันธ์ในสถานะของคู่รักเสมอไป กับบางคน เขาก็พบว่า การมีชีวิตโสด การอยู่คนเดียว เขาก็มีความสุข และมีความรักในหัวใจได้ แทนที่จะมอบความรักและชีวิตให้กับคนๆ เดียว แต่เขาสามาถมอบความรักให้คนอื่นๆ และสิ่งอื่นๆ รวมถึงรักตัวเองการมีความรัก และการมีคู่รักไม่ใช่เรื่องที่แย่ หรือว่า เลวร้าย แต่การมีความรักโดยไม่ได้มีคู่รักก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่เช่นกัน เราทุกคนสามารถมีความรักได้ ไม่ว่าเราจะมีใครในสถานะคนรักหรือเปล่า

คนเรามักตกหลุมรักในสิ่งที่ทำให้เราเป็นทุกข์

หากจะพูดตรงๆ คงไม่มีใครอยากที่จะมีความทุกข์ไม่มีใครหรอกที่อยากจะถูกกลบไปด้วยความเศร้าจนเต็มล้นในหัวใจในทางตรงกันข้าม เราต่างอยากมีรอยยิ้มที่เป็นสุขและอยากมีเสียงหัวเราะในทุกวันที่ใช้ชีวิต ถึงอย่างนั้น ในความเป็นจริงยิ่งกว่าเราต่างต้องเผชิญกับความทุกข์ด้วยกันทั้งนั้นและความทุกข์มักจะดูผ่านไปได้ยากเย็นเสมอเมื่อความทุกข์นั้นมาในรูปแบบของคนที่เรารัก เคยสังเกตไหม ยิ่งเรารักใครบางคนมากเท่าไหร่ ยิ่งเราปราถนาใจในใครบางคนมากเพียงใด ความทุกข์จะยิ่งท่วมท้นมากขึ้นเท่านั้น เหมือนที่เคยมีคนเคยบอกไว้ว่า คนที่ทำให้เรารักได้ คือ คนที่ทำให้เราเสียใจได้ ทั้งที่ในความจริงสื่งที่ควรเป็นแล้วความรักควรเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขไม่ใช่ความทุกข์ในหัวใจ แต่เป็นไปได้ไหมว่าบางทีนะ, บางทีไม่ใช่ความรักหรอกที่ทำให้เรามีความทุกข์แต่เป็นการยึดติดในความรักนั้นต่างหากที่ทำให้เราทุกข์ใจยึดติดว่า ใจของเรากับเขาต้องตรงกันยึดติดว่า ความรู้สึกของเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนไปยิ่งเรายึดติดมากเท่าไหร่ เรายิ่งสลัดความทุกข์ได้ไม่พ้นมากเท่านั้น สิ่งที่ถูกต้องจึงไม่ใช่ไม่รักแต่คือการบอกกับตัวเองว่าเราจะไม่ยอมให้ความรักนั้นทำให้เราตกอยู่ในความทุกข์ถ้าจะเป็นความรัก ก็จะเป็นความรักที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ และเมื่อเราเข้าใจแล้วแม้อาจจะมีอะไรมากระทบให้เราเสียใจบ้างเราจะบอกตัวเองได้ว่า ไม่เป็นไร

วันวาเลนไทน์ของคนไม่มีแฟน

เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรัก เพราะมีวันแห่งความรักรอเราอยู่ตรงวันที่ 14 กุมภาพันธ์วันที่หนุ่มสาว และผู้คนทั่วไป จะแสดงออกถึงความรักที่มีให้กันหลังจากด้วยภาระหน้าที่ต่างๆ ทำให้แม้ในสถานะของการเป็นคนรักแต่ความรักคือสิ่งที่เราแสดงออกถึงกันน้อยเกินไป ในเดือนแห่งความรัก โดยเฉพาะในวันแห่งความรักดอกไม้สีสันสวยงามสะดุดตา ของขวัญนานาชนิดจะถูกจัดแจงและแต่งเสริมเพื่อมอบให้กับคนที่เป็นความรู้สึกพิเศษของเราทั้งกับคนที่เราแอบรักเขา หรือกับคู่รักที่คบหากันมาเนิ่นนาน แต่ถึงอย่างนั้นโลกนี้ไม่ได้มีแค่คนที่มีคู่รักมีคนไม่น้อยเลย ที่ยังคงครองสถานะความโสดอยู่และอาจรู้สึกว่า ในวันแห่งความรักนั้นช่างเป็นวันที่ขัดเขิน และน่าอึดอัดสำหรับตัวเอง ในความคิดเห็นของผม วันแห่งความรัก ไม่ได้แปลว่า เป็นวันแห่งคู่รัก เพราะฉะนั้นต่อให้เราเป็นคนที่ไม่ได้มีคู่รัก เราก็สามารถมีความสุขกับวันแห่งความรักได้ หากเราเป็นผู้ที่รักตัวเอง และมีความรักมอบให้กับคนอื่น จริงอยู่ อาจไม่มีดอกไม้สักดอกที่ใครมอบให้กับเราแต่ถึงอย่างนั้น เราก็สามารถมอบของขวัญให้กับตัวเราเองได้ด้วยการดูหนังดีๆ สักเรื่อง ฟังเพลงดีๆ สักเพลง อ่านหนังสือดีๆ สักเล่มหรือแม้แต่อาจไม่ต้องมีของขวัญชิ้นใดเลยแค่ตระหนักว่า วันทุกวันที่เรายังมีลมหายใจเป็นสิ่งที่สุดแสนจะพิเศษมากมายแค่ไหน เท่านั้นก็เท่ากับเราได้มอบของขวัญให้กับตัวเองในทุกๆ วันแล้ว

สิ่งสำคัญของความรัก ไม่ใช่การได้มา แต่คือการรักษาไว้

ลึกๆ แล้ว ต่อให้เราเป็นคนที่หวาดกลัวการมีความรักสักเท่าไหร่แต่ในหัวใจ หากเลือกได้ เราคงอยากที่จะมีความรักที่แท้จริงกับใครสักคน ความรักที่เราไม่ต้องเสียใจความรักที่ไม่รู้สึกเหนื่อย และไม่รู้สึกว่า ต้องพยายามความรักที่เป็นเหมือนพลังงานให้กับหัวใจ เราจึงต่างแสวงหา ตามหา ไขว่คว้าเพื่อให้ได้มาซึ่งความรักแม้ว่า จะต้องเสี่ยงกับความเสียใจแต่หัวใจของเราก็จะสั่งให้เราเดินตามหัวใจของตัวเองเสมอ เพราะลึกๆ เราเชื่อว่า แม้จะต้องผิดหวังจากความรักสักกี่ครั้ง แต่การสมหวังจากความรักเพียงแค่ครั้งเดียวที่จะคงอยู่ตลอดไป นั่นก็มากเพียงพอแล้วกับชีวิตของคนหนึ่งคน ถึงอย่างนั้น เราอาจคิดว่า การไขว่คว้าให้ได้มาซึ่งความรักเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดแล้วของความรักซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยสิ่งสำคัญที่สุดของความรักไม่ใช่การได้มาแต่คือการรักษาความรักนั้นไว้ต่างหาก เพราะถ้าพูดจริงๆ แล้วความรักแม้การได้มาจะเป็นเรื่องยากแต่การรักษาความรักไว้เป็นเรื่องยากยิ่งกว่าคนมากมายที่ทำให้ความรักเกิดขึ้นมาได้แต่รักษาความรักไว้ไม่ได้เพราะเขาดูแลความรักยังไม่ดีพอจนต้องมานึกเสียใจภายหลัง เราอย่าเป็นคนนั้นเมื่อได้ความรักมาจงดูแลรักษาความรักนั้นให้ดีที่สุดโอบกอดความรักไว้ด้วยหัวใจของเราเหมือนของขวัญอันล้ำค่าที่จะไม่ยอมให้หายไป

ความเหงา คือ ส่วนหนึ่งของวิชาการอยู่กับตัวเองให้เป็น

หากเราเชื่อว่า ทุกอย่างบนโลกใบนี้คือการเรียนรู้ สิ่งต่างๆ ที่เราต้องพบเจอในแต่ละวัน คงไม่ต่างอะไรจากบทเรียนในแต่ละวิชา ความผิดหวัง การอกหัก อาจเป็นบทเรียนหนึ่งของวิชาการเรียนรู้กับความรัก ความล้มเหลว ความผิดพลาด อาจเป็นอีกบทเรียนของวิชาการที่จะประสบความสำเร็จ ถ้ามองให้เห็น เราจะพบว่าทุกอย่างบนโลกนี้คือบทเรียนที่มีเรื่องราวมากมายให้เราได้เรียนรู้ไม่จบสิ้น แล้วกับสิ่งที่เรียกว่า ความเหงาล่ะมีบทเรียนอยู่ในนั้นด้วยหรือไม่ คำตอบคือใช่สำหรับเรา ความเหงาคือบทเรียนของวิชาการอยู่กับตัวเองให้เป็น ใช่ไหมว่า ในวันๆ หนึ่งเราต้องพบเจอผู้คนมากมายในแต่ละวันกับบางคนเราพบเจอแล้วก็เลยผ่านไปในเวลาไม่ช้านานแต่กับบางคน เมื่อพบเจอแล้วเราก็เผลอเอาใจไปผูกพัน ความผูกพันเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขและรู้สึกอบอุ่นในหัวใจแต่ขณะเดียวกัน ความผูกพันก็อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้คนเราปวดร้าวได้อย่างมากที่สุดเมื่อวันที่ความสัมพันธ์ได้ห่างหายไป ความเหงา คือความรู้สึกโดดเดี่ยวในหัวใจไม่มีใครชอบความเหงาหรอกแต่ถึงอย่างนั้น ความเหงาคือช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเองเพียงลำพังจริงๆและช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเองเพียงลำพังเป็นช่วงเวลาที่มีค่าเพราะในช่วงเวลาเหล่านั้นเราจะได้ทบทวนตัวเองอย่างแท้จริงว่าที่ผ่านมาเราเอาหัวใจไปฝากไว้ที่ใครมากไปหรือเปล่า