คู่รักที่ไม่ทะเลาะกัน คือคู่รักที่รักกันมาก กับคู่รักที่ไม่รักกันแล้ว

ผมเข้าใจมาตลอดว่า การที่คนสองคนทะเลาะกันแปลว่า คนสองคนมีความเห็นไม่ตรงกันคือการที่คนสองคนขัดแย้งกันคือการที่ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนไม่ลงรอยกัน ผมเคยได้ยินมาบ้างถึงเรื่องราวของความรักที่คนสองคนตลอดการคบหาไม่เคยทะเลาะกัน แม้อดคิดในใจว่าเป็นไปได้หรือที่คนสองคนคบหากันจะไม่เคยทะเลาะกันเลยแต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ใครต้องโกหกและผมเองก็สมัครใจที่จะเชื่อว่า ความรักของคู่รักที่ไม่เคยทะเลาะกันนั้นมีอยู่จริงจนอดนับถือปนสงสัยไม่ได้ว่า เขาครองคู่รักกันมาอย่างไรแต่ผมแน่ใจว่า เขาต้องรักกันมาก แต่เมื่อผมเติบโตขึ้นผมได้พบกับความจริงบางอย่างที่สร้างความรู้สึกประหลาดใจให้กับผมไม่น้อยเช่นกัน คือไม่ใช่แค่คู่รักที่รักกันมากเท่านั้นที่ไม่ทะเลาะกัน แต่คู่รักบางคู่ที่ไม่รักกันแล้ว เขาก็จะไม่ทะเลาะกันด้วย เพราะพวกเขารู้สึกเหนื่อยหน่าย และพบว่า การต้องมาพูดจา หรือการพยายามปรับความเข้าใจกัน เป็นเรื่องที่พวกเขาไม่อยากที่จะพยายามอีกต่อไป ขออยู่แบบต่างคนต่างอยู่และวันหนึ่งก็อาจขออยู่แบบที่ไม่มีอีกคนอยู่เพราะการมีหรือไม่มีกันไม่มีความหมายอีกต่อไปในวันที่เราพบว่า แค่การคุยกันก็เป็นเรื่องยากเย็น ผมจึงพบว่าคู่รักหลายคู่ที่ยังทะเลาะกันอยู่คือคู่รักที่ยังรักกันอยู่เขายังพร้อมที่จะปรับความเข้าใจหากันเขายังพร้อมที่จะพูดคุยต่อกันเขายังเลือกที่จะหันหน้าเขาหากันมากกว่าที่จะหันหลังใส่กัน เพราะสิ่งที่ร้ายที่สุดในความรักอาจไม่ใช่เสียงแต่คือความเงียบงัน

อย่าโกรธกัน หากวันนี้เราจะขอตัดใจจากคุณ

กับคนที่เคยคบกันอยู่โดยเฉพาะในช่วงเวลาของการเป็นคนอื่นใหม่ๆเราจะพบว่า เหมือนทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิมต่างจากเดิมแค่ตรงที่ไม่มีเขาคนนั้นอยู่ที่เดิมแล้ว เราจะยังคงคิดถึงเขาเราจะยังคงคิดว่าเขายังเป็นของเราอยู่และลึกๆ เราอาจยังหวังว่าทุกอย่างระหว่างเรากับเขาอาจมีสักวันที่กลับมาเป็นเหมือนเดิม จะมีช่วงเวลาหนึ่งที่เราจะบอกกับตัวเองว่าเราจะรักเขาอยู่เสมอตลอดไปและไม่ว่าจากนี้ยาวนานแค่ไหนเราก็จะยังคงรอเขาอยู่เสมอ แต่แล้วก็จะมีวันหนึ่ง วันที่เวลาได้ผ่านไปนานมากพอ แม้เราจะยังรักเขาอยู่ และความรู้สึกของเราไม่ได้เปลี่ยนไป แต่เรารู้แล้วว่า ชีวิตของเราต้องดำเนินต่อไป เราต้องตัดสินใจที่จะตัดใจจากเขาเสียที บางครั้ง การตัดใจ ไม่ได้แปลว่า เราหยุดรักเขาได้แล้วแต่การตัดใจอาจแปลว่า เรารู้ว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะกลับมารักตัวเอง เรารักคนอื่นมามากพอแล้วเราเสียใจเพราะคนอื่นมานานพอแล้วเราร้องไห้ให้คนอื่นมาเพียงพอแล้ว มีแต่การตัดใจจากเขาเท่านั้นที่จะทำให้เรากลายเป็นเราคนใหม่ได้ คนที่ไม่เสียใจกับเรื่องเดิมๆ

กับบางเรื่องราวของชีวิต เราอาจเสียใจกับมันได้ แต่ไม่ควรถอดใจ

ในชีวิตของเรามีเรื่องราวไม่น้อยเลยที่พอผ่านมาแล้วหรือเกิดขึ้นแล้วเรารู้สึกเสียใจ บางความสัมพันธ์แม้เราได้เริ่มต้นมันขึ้นมาด้วยความรักและอยากจะรักษาความรักนั้นไว้ให้คงอยู่เสมอแต่ด้วยอะไรก็ตามทำให้เราต่างกลายเป็นคนที่ทำให้ความรักหล่นหายและโดยไม่ได้ตั้งใจเราต่างมีส่วนทำลายความสัมพันธ์ กับสิ่งที่เรียกว่าความฝันสิ่งที่เหมือนว่า เป็นเป้าหมายปลายทางของชีวิตที่เราเองอยากเดินทางไปให้ถึงแต่ก็จะมีบางครั้งในบางวันที่ทุกอย่างไม่เป็นเหมือนใจเราและเราเองต้องตกไปอยู่ในความรู้สึกของความพ่ายแพ้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของความรัก หรือว่า ในเรื่องราวของความฝัน จะมีช่วงเวลานั้น ที่เรารู้สึกเสียใจ แต่ความรู้สึกเสียใจ ไม่ควรเป็นเหตุผลให้เราถอดใจ ถ้าเรายังมีความรัก และยังมีความฝันในหัวใจ เพราะความรู้สึกเสียใจเป็นเรื่องธรรชาติ และธรรมดาเหมือนกับความรู้สึกดีใจเกิดขึ้นมา เดี๋ยวก็หายไป ต่างจากการถอดใจเมื่อไหร่ที่เราถอดใจทุกอย่างจะจบลงและความพ่ายแพ้จะเป็นของเราอย่างถาวร บ่อยครั้งสิ่งที่ทำให้คนเราเสียใจมากที่สุดในวันที่ผ่านเลยไปไม่ใช่อะไรอื่นแต่คือการที่เราถอดใจกับบางเรื่อง และบางคนไวเกินไป

เหตุผลที่แฟนเก่า ไม่ใช่คนที่เราควรคิดถึงอีกต่อไป

แฟนเก่า คือ มนุษย์ที่เราเคยรักมากกับความสัมพันธ์ทุกครั้ง ไม่ว่ามากหรือน้อยเชื่อว่า ลึกๆ แล้วเราต่างแอบหวังว่าความสัมพันธ์นั้นจะไปได้ตลอดจนรอดฝั่ง แต่ด้วยปัจจัยอะไรก็ตามรักไม่มากพอหรือว่ารักไม่เท่าเก่าแม้กระทั่งรักอย่างเดียวยังไม่พอกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้คนสองคนต้องจากลากันในความสัมพันธ์ ไม่ผิดหรอก กับคนเคยรักกันมาก และบางครั้งก็ยังรักกันอยู่ ที่ใหม่ๆ หลังจากเลิกกัน เรายังคงลืมเขาไปจากใจไม่ได้ แต่ก็มีเหตุผลบางอย่างเหมือนกัน ที่จะบอกกับเราว่า เราควรเลิกคิดถึงเขาให้ได้สักที อดีตสำคัญน้อยกว่าปัจจุบัน ไม่ว่าเราจะเคยรักเขา หรือว่า ยังรักเขาก็ตาม แต่ความจริงคือเขาเป็นอดีตไปแล้วอดีตคือสิ่งที่ไม่อาจย้อนกลับคนในอดีตก็คือคนที่จะไม่ย้อนกลับเช่นกันการคิดถึงเขา การหวังว่าเขาจะกลับมาไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมีแต่จะทำให้ชีวิตของเราหยุดอยู่กับที่ เขากลายเป็นอดีตไปแล้วเมื่อไหร่เราจะอยู่กับปัจจุบันเสียที 2. ความเสียใจเป็นเรื่องธรรมดา ที่เราไม่ควรใช้เวลากับมันยาวนานจนเกินไป หลังจากการเลิกกันใครเลยจะไม่ผิดหวังใครบ้างจะไม่เสียใจและยิ่งเราคิดถึงเขามากเท่าไหร่ความเสียใจก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แต่หากเรารู้ว่าเวลาของเราเป็นสิ่งมีค่าการที่เราจะใช้เวลาไปกับความเสียใจนานมากเกินไปคงไม่ใช่การใช้เวลาที่มีประโยชน์ เราควรหยุดคิดถึงเขาสักทีเพื่อที่เราจะได้เลิกใช้เวลาไปกับความเสียใจเสียที 3. เราควรใช้เวลาเพื่อรักตัวเอง มากกว่าที่จะมาคิดถึงแฟนเก่า เมื่อความสัมพันธ์ในฐานะของคนรักจบลงแม้ใครบางคนจะหายไปแต่ความรักไม่ได้หายไปด้วยเสมอ สิ่งที่เราควรทำคือการเก็บความรักที่เขาไม่รับมารักตัวเราเอง มาให้ตัวเราเองเพราะยิ่งเรารักตัวเองมากเท่าไหร่เราก็จะยิ่งลืมใครบางคนได้ไวมากเท่านั้น

เมื่อเราปล่อยเป็น ทุกอย่างจะผ่านไป

ตั้งแต่เล็กจนโตมีเรื่องราวต่างๆ นาๆ ที่เราแต่ละคนต้องพบเจอแต่ละเรื่องราวที่เราต้องเจอมีความแตกต่างกันออกไปถึงอย่างนั้นทุกเรื่องราวที่เราได้พบเจอก็สร้างความสุข และมอบความเศร้าให้กับเราทุกคนเหมือนกัน ไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะมีแต่ความสุขและยิ่งไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะต้องเผชิญหน้าสบตาแต่กับความทุกข์ความสุขและความทุกข์ต่างมาเยือนทุกคนอย่างเท่าเทียมยุติธรรมแค่ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป สิ่งที่ทำให้คนเราแตกต่างกัน ในด้านของการรู้สึกมีความสุข หรือว่า ความรู้สึกว่าทุกข์ใจ จึงไม่ได้เป็นเพราะแค่สิ่งที่เข้ามาเจอมากระทบกับเรา แต่คือวิธีการและวิธีคิดที่เราใช้รับมือกับเรื่องราวเหล่านั้นแตกต่างกัน กับความสุขถ้าใครเลือกที่จดจำแต่เรื่องราวดีๆ ไว้มากกว่าเลือกที่จะตั้งเพดานของความสุขไว้ต่ำกว่าเลือกที่จะมีความสุขได้แม้ในเรื่องที่เล็กน้อยและเรียบง่ายคนๆ นั้นก็จะมีความสุขได้ง่ายกว่า กับความทุกข์ถ้าใครเลือกที่จะเก็บความทุกข์ของวันนี้ให้อยู่กับตัวไปจนวันหน้าไม่ยอมให้อดีตผ่านไปแต่ทำความเศร้าให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอคงไม่แปลกอะไรที่คนๆ นั้นจะมีความทุกข์มากกว่า ในชีวิตของคนเราจริงอยู่ที่เราเลือกไม่ได้ทุกอย่างแต่สิ่งสำคัญหนึ่งอย่างที่เราเลือกได้และเป็นสิ่งที่มีความหมายมากที่สุดคือการเลือกที่จะสุข หรือจะทุกข์ก้บเรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามา

เพราะอะไรความรักถึงควรเป็นเรื่องของคนแค่สองคน

กับเรื่องราวอะไรก็ตามในชีวิตของคนเราไม่เว้นแม้แต่กับความรักหรอกที่เราจะมีผู้หวังดี และผู้ปราถนาดีคอยเข้ามาให้คำแนะนำ และบางครั้งก็ต้องการควบคุมชีวิตของเราไปยังทิศทางที่เขาต้องการ ทั้งๆ ที่ความรัก เริ่มต้นจากคนไม่เกินสองคนคนหนึ่งคนมอบความรัก คนอีกคนรับความรักหรืออาจเป็นคนสองคนมอบความรักให้แก่กันและกันไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามจุดเริ่มต้นของความรักเริ่มต้นขึ้นจากคนสองคน แต่พอเวลาผ่านไป ความรักเริ่มจะไม่ใช่เรื่องของคนสองคน แต่ความรักของเรา เริ่มจะเป็นเรื่องของครอบครัวเรา และเพื่อนฝูงเราไปด้วย มากคำแนะนำ หลากความคิดเห็น จะไหลหลั่งถั่งโถมเข้ามา เขาอาจลืมไปว่า ความรักของเรา ไม่ใช่นิยายรักในการเขียนบทของใคร แต่เป็นชีวิตจริงของคนสองคน จริงอยู่คำแนะนำต่างๆ เป็นสิ่งที่ดีและเป็นเรื่องราวที่เราควรเปิดใจรับฟังแต่การรับฟังไม่ได้หมายความว่าเราควรปล่อยให้ใครมามีอิทธิพลอยู่เหนือความสัมพันธ์ของเรา เพราะสุดท้ายแล้วคนที่จะใช้ชีวิตร่วมหัวจมท้ายไปในความสัมพันธ์ต้องพบเจอเรื่องราวทั้งสุขและทั้งเศร้าก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็นคนสองคนที่รักกัน

เพราะอะไรความรักจึงไม่ควรเป็นเรื่องเร่งรีบ และการดูใจไม่ใช่เรื่องล้าสมัย

ในเวลาเท่ากัน 24 ชั่วโมงผมกลับอดรู้สึกไม่ได้ว่า24 ชั่วโมงของทุกวันนี้กับ 24 ชั่วโมงของสมัยก่อนมีความเร็วไม่เท่ากัน แม้เวลาจะเดินไปอย่างเท่ากันและมีเวลาเท่ากันในแต่ละวันแต่ในความรู้สึกของคนเราวันเวลาของปัจจุบันนี้เดินไปไวกว่าวันเวลาของวันที่ผ่านมามาก อาจเพราะเราอยู่ในโลกของอินเทอร์เน็ทที่ความเร็วระดับ 4G คือมาตรฐานเราจึงคาดหวัง และมุ่งหมายอยากให้ทุกอย่างเป็นไปโดยรวดเร็วการรอกลายเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนและถ้าเลือกได้เราไม่อยากที่จะรอไม่เว้นแม้แต่ในเรื่องของความสัมพันธ์ สมัยก่อนการที่คนเราจะคบกันไม่ใช่เรื่องง่ายดายเมื่อเริ่มต้นชอบกันแล้วกว่าที่จะเริ่มต้นตกลงคุยกันกว่าที่จะไปนัดเดทกันเป็นครั้งแรกกว่าที่จะตกลงปลงใจเป็นคนรักกันกว่าที่จะแต่งงานกันทุกอย่างมีขั้นตอนและกระบวนการทุกอย่างต้องใช้เวลา อ่านดูแล้วหลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นความสัมพันธ์ที่เนิบช้าและชวนอึดอัด แต่ในทางตรงกันข้าม ระยะเวลาต่างๆ เหล่านั้น ที่คนเราได้ค่อยๆ เรียนรู้จัก ศึกษาดูใจกันนั่นแหละ เป็นระยะเวลาที่ความรักจะค่อยๆ ผลิบานขยายตัวอย่างเต็มที่ และความทรงจำดีๆ จะค่อยๆ ถูกสะสม เพาะบ่มจนเป็นความรักที่แข็งแกร่ง และยากจะบุบสลายด้วยวันเวลา อีกทั้งคนสองคนยังมีความทรงจำดีๆ ตุนในกระเป๋ามากมายไว้ให้คิดถึงยามที่แก่ชราไป แต่กับความรักในสมัยนี้ความรักที่คบกันเพียงไม่กี่วันหรืออาจเคยพบเจอกันแค่หน้าจอก็ตกลงปลงใจคบหากันเสียแล้ว ไม่ได้บอกว่า ความสัมพันธ์แบบนั้นเป็นเรื่องผิดและความสัมพันธ์แบบไหนที่ดีกว่ากัน แค่เสียดายว่าหากในความสัมพันธ์เราข้ามช่วงเวลาคบหาดูใจกันไปมันจะทำให้เราข้ามช่วงเวลาที่น่าจดจำและประทับใจของความรักไปด้วย เพราะเราเชื่อว่าความรักที่หอมหวานได้ยาวนานมากที่สุดคือความรักที่ใช้เวลานานในการสุกงอมในขณะที่ความรักที่ไปถึงปลายทางอย่างรวดเร็วเกินไปความหอมหวานของความรักก็ยิ่งจืดจางลงไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น ความรักไม่ใช่การแข่งขันเราไม่จำเป็นต้องไปถึงจุดหมายให้ไวที่สุดแต่ความรักคือเรื่องราวเราควรเก็บสะสมความรู้สึกดีๆ ไว้ในหัวใจของเราให้ได้มากที่สุด

วันหนึ่งหากเราต้องจากกัน ขอให้เรามีความคิดถึงที่ไม่เศร้าจนเกินไป

แม้อาจเป็นเรื่องเศร้าที่จะพูดแต่ก็เป็นความจริงที่เราไม่อาจจะเลี่ยงทุกการพบเจอ ล้วนมีการจากกันในวันหนึ่งไม่มีความสัมพันธ์ใดที่จะคงอยู่ตลอดกาลแม้กับคนที่เรารักเขาตลอดไปก็ตาม หากการพบเจอเป็นโชคชะตาของชีวิตที่เราไม่อาจเลี่ยงการจากลาก็คงเป็นลิขิตฟ้าที่เราไม่อาจหนี และการคิดถึงกัน ก็เป็นพยานยืนยันว่า ความสัมพันธ์ในวันท่ีผ่านมามีความหมายกับเราเพียงใด หากการคิดถึงเป็นหลักฐานของความสัมพันธ์ที่เคยเกิดขึ้นความคิดถึงบนโลกใบนี้มีอยู่สองแบบความคิดถึงที่เป็นสุขกับความคิดถึงที่แสนเศร้า ความคิดถึงที่เป็นสุขคือความคิดถึงที่มีเรื่องราวที่ทำให้เรายิ้มได้ความคิดถึงที่เป็นสุขคือความคิดถึงที่ยอมรับความจริงว่าแม้เราอย่างไรเราต้องจากกันแต่ในวันที่เรายังอยู่ข้างๆ กันเราได้เติมเต็มความสัมพันธ์ให้กันอย่างไม่มีอะไรต้องเสียใจ ส่วนความคิดถึงที่ทำให้เราเศร้าคือความคิดถึงที่เรารู้สึกเสียใจกับความสัมพันธ์อาจเป็นความเสียใจเพราะความสัมพันธ์จบลงอย่างไม่สวยงามอาจเป็นความเสียใจเพราะความสัมพันธ์นั้น เรายังยอมรับไม่ได้ว่ามันต้องจบลง ที่สำคัญความสัมพันธ์เมื่อจบลงไปแล้ว คือได้ผ่านไปแล้วเราจะคิดถึงความสัมพันธ์นั้นในมุมสุข หรือมุมเศร้าอยู่ที่เราจะเลือกคิดถึงความสัมพันธ์ในวันที่ผ่านมาจากมุมไหน

ในวันสุดท้ายที่ใครบางคนบอกรักเรา เป็นวันแรกที่เราต้องบอกรักตัวเองสักที

คำว่ารัก ใครๆ ก็อยากฟัง คำว่ารัก ใครๆ ก็อยากได้ยินโดยเฉพาะหากเป็นคำว่ารัก จากคนที่เรารักเขาคำว่ารักของเขา ไม่ต่างอะไรจากน้ำมันที่ขับเคลื่อนความสุขในหัวใจของเรา ถึงอย่างนั้น ความรักและคำว่ารักของคนอื่นก็อาจไม่ได้อยู่เหมือนเดิมได้ตลอดเวลาบางครั้งอาจเป็นเพราะวันเวลาที่เปลี่ยนทำให้ใจคนชินชากับความรู้สึกและบางครั้งอาจเป็นเพราะใจคนเราที่เปลี่ยนเมื่อหมดรักต่อให้อะไรๆ จะเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม คำว่ารักที่เคยพูดบ่อยวันหนึ่งก็อาจกลายเป็นไม่พูดความรักที่เคยมีมากมายจนล้นวันหนึ่งอาจเหมือนไม่เคยมีอยู่คำสัญญาว่าจะรักตลอดไปอาจหมดลงได้ภายในเวลาไม่กี่นาที เมื่อนาทีนั้นมาถึงบ่อยครั้ง ความเสียใจ และความน้อยใจจะทำให้เราหลงคิดตัดพ้อตัวเราเองว่า คงไม่ดีพอและอาจเผลอคิดไปไกลว่า ตัวของเราเองไม่มีความหมาย ทั้งที่ในความจริง คุณค่าของตัวเราเองไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น คุณค่าในตัวของเราเอง ขึ้นอยู่กับทัศนคติ ความคิดที่เรามีต่อตัวเราเอง การเป็นคนมีค่า หรือคนไม่มีค่า ไม่ได้อยู่ที่ว่า คนอื่นคิดกับเราอย่างไร แต่อยู่ที่เรานิยามตัวเองว่าเป็นคนแบบไหน เมื่อวันที่ความรักจบลงไม่เป็นไรถ้าเราจะเสียใจเพราะเมื่อพบเจอกับความผิดหวังความเสียใจเป็นสิ่งที่เราต้องเจอและผ่านไปให้ได้ แต่ที่เราควรทำนอกจากการเสียใจคือเราต้องกลับมาตระหนักในคุณค่าของตัวเองและกลับมารักตัวเราเองให้มากขึ้นเราอย่ารักตัวเองน้อยลง เพราะใครไม่รักเราแต่ยิ่งใครไม่รักเรา เรายิ่งต้องรักตัวเอง จริงที่ หลังการจากลาไม่มีทางที่เราจะกลับมาเป็นคนเดิมได้แต่เมื่อเรากลับมาเป็นเราคนเดิมไม่ได้ จงเป็นเราคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม

ผู้ชายในร้านขายเครื่องสำอาง ผู้หญิงในร้านรองเท้าฟุตบอล

กิจวัตรประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ของมนุษย์เมืองขี้ร้อนอย่างผมคงเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากการเดินตากเครื่องปรับอากาศในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ด้วยความเป็นคนที่ชอบสังเกตวิถีชีวิตผู้คนทำให้นอกจากการเดินรับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศแล้วผมชอบเฝ้ามองความเป็นไปของผู้คนที่เดินไปมาในห้างสรรพสินค้าเช่นเดียวกัน สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตคือห้างสรรพสินค้านั้น จะเป็นสถานที่ที่คู่รักมาใช้เวลาร่วมกันบางคู่มาเพื่อหาอาหารทานบางคู่มาเพื่อจับจ่ายซื้อสินค้าที่ต้องการบางคู่มาเพื่อเดินตากเครื่องปรับอากาศในวันที่แดดร้อนของกรุงเทพ ฯ ไม่เป็นใจให้เดินกลางแจ้ง โดยธรรมชาติแล้วผู้ชายและผู้หญิงมีความสนใจที่แตกต่างกันผู้ชายชอบกีฬา ผู้หญิงชอบความสวยความงาม แต่เมื่อความรัก คือการไปด้วยกันเป็นคู่ทำให้ภาพที่เห็นบ่อยจนชินตาคือภาพของชายหนุ่มที่ไปรอหญิงสาวของเขาเลือกซื้อเครื่องสำอางในร้านขายเครื่องของเกี่ยวกับความงามและหญิงสาวที่เดินตามชายหนุ่มผู้กำลังเลือกซื้อรองเท้าฟุตบอล มันทำให้ผมเห็นว่า ในความรัก แม้คนสองคนจะแตกต่างกัน มีความสนใจ มีความชอบที่ไม่เหมือนกัน แต่เมื่อรักกันแล้ว เมื่อตัดสินใจที่จะคบกันแล้ว พื้นที่หัวใจของเราจะขยายกว้างขึ้น ความสนใจของคนที่เรารักจะกลายเป็นความสนใจของเราด้วย แม้ว่า เราไม่เคยจะสนใจ สถานที่ที่คนที่เรารักไป เป็นสถานที่ที่เราอยากใข้เวลาอยู่ด้วยกัน แม้เป็นสถานที่ที่เราไม่เคยคิดจะไป ในความสัมพันธ์ เมื่อถึงจุดหนึ่งเขาชอบอะไร เราชอบอะไรอาจไม่สำคัญอีกต่อไป เพียงเราชอบที่จะอยู่ด้วยกัน และรักที่จะไม่ห่างกัน กิจกรรมอะไรที่ทำ สถานที่ไหนที่ไปก็ไม่มีความหมายเท่าคนข้างๆ ที่ไปด้วยกัน เพราะใครคนนั้นคือความหมายของความสุขของเรา