เมื่อไหร่กัน ที่เราควรพอกับบางความสัมพันธ์เสียที

ไม่ว่ากับความสัมพันธ์ใดหากเป็นไปได้ เราก็คงอยากให้ความสัมพันธ์นั้นคงอยู่ตลอดไปเพราะกับสิ่งที่เรียกว่า ความสัมพันธ์ไม่ใช่ของเล่นเมื่อรักกับใคร เราคงไม่อยากรักๆ เลิกๆแต่ถ้าทำได้ เราคงอยากรักษาความสัมพันธ์นั้นไว้ให้นานที่สุด ถึงอย่างนั้น มันก็มีบางความสัมพันธ์ที่เราอาจต้องตัดใจให้มันจบลงสักทีแม้ว่า ลึกๆ แล้วเรายังอยากรักษาความสัมพันธ์นั้นไว้ก็ตาม 1.ความสัมพันธ์ที่ยิ่งคบกัน ยิ่งเหนื่อยใจ จริงว่า เวลาเรารักใครก็ตามเราอาจไม่ได้คาดหวังสิ่งใดจากความสัมพันธ์นั้นเราแค่ขอให้เรากับเขาเป็นความสุขของกันและกันเป็นพลังให้กันในวันที่เหนื่อยล้าเป็นกำลังใจให้กันในวันที่อ่อนแรง แต่หากความสัมพันธ์ที่เรามีอยู่ไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ยิ่งคบยิ่งไม่เข้าใจ ยิ่งอยู่ด้วยกัน ยิ่งรู้สึกเหมือนห่างไกลกัน ความสัมพันธ์ที่ใครคนนึงวิ่งตาม แต่ใครอีกคนวิ่งหนี ความสัมพันธ์นั้นคงเหนื่อยเกินไปที่เราจะยื้อไว้ 2.ความสัมพันธ์ที่ความคิดต่างกันออกไป แน่นอนว่า ความคิดต่างไม่ใช่เรื่องผิดและคนที่รักกัน ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกันทุกอย่างเพราะบ่อยครั้ง ความคิดที่แตกต่างก็ทำให้เราได้มองเรื่องราวอื่นๆ ในมุมใหม่ แต่ที่สำคัญคือความต่างของความคิดนั้นต้องมีทางมาบรรจบกันต้องมีจุดที่มาพบกันที่ตรงกลาง หากความต่างของความคิดนั้นไม่เคยตรงกันและไม่เคยปรับเข้าหากัน เราคงต้องการคู่รัก มากกว่าคนที่จะมาเป็นคู่รบ 3.ความสัมพันธ์ที่คนสองคนต่างหมดรักกันแล้ว แม้เป็นสิ่งที่น่าเศร้า แต่เราคงต้องยอมรับว่าความรักมีวันหมดอายุ สิ่งสำคัญคือเมื่อความรักของคนสองคนหมดอายุและอยู่กันอย่างคนที่ไม่ได้รักกันอีกต่อไปแล้วการที่จะทนฝืนความสัมพันธ์นั้นไว้ไม่ได้ช่วยให้เรารักกันมากขึ้นได้มีแต่จะทำให้ความรู้สึกที่เรามีให้กันมันจมลงไปมากขึ้น บางทีนะ, บางทีในวันที่เราไม่อยากจับมือกันอีกต่อไปแล้วสิ่งง่ายๆ ที่เราทำให้กันได้คือ เราควรปล่อยมือกันไปเสียที

ความรู้สึกของคนข้างๆ เป็นสิ่งที่เปราะบางเกินกว่าจะเฉยชา

ไม่ว่านิยามของความสัมพันธ์ระหว่างเราแต่ละคนจะคืออะไรแต่ในความคิดเห็นของผมการใส่ใจในความรู้สึกของกันและกันควรรวมอยู่ในสิ่งที่ต้องมีในความสัมพันธ์ เมื่อเราพบกัน เมื่อเรารักกันความรู้สึกของอีกฝ่ายเป็นสิ่งที่เราสนใจโดยเฉพาะเขาจะรู้สึกกับเราอย่างไรเขาจะคิดกับเราแบบไหนวันที่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันเขาจะประทับใจ และมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำร่วมกันหรือเปล่า แต่แปลกที่ ยิ่งความสัมพันธ์ของคนสองคนขยับเข้าใกล้ การใส่ใจในความรู้สึกของกันกลับยิ่งเขยิบห่าง เหมือนก่อนรักกัน เราสนใจความรู้สึกของอีกฝ่าย แต่พอรักกัน ต่างฝ่ายต่างคิดถึงความรู้สึกของตัวเอง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ควรเป็นอย่างนั้นเลย ยิ่งรักกัน ยิ่งคบกันมานาน ยิ่งผูกพันกัน ความรู้สึกของอีกฝ่าย ยิ่งเป็นสิ่งที่เราต้องดูแล ยิ่งให้ใจกันยิ่งอยู่ข้างๆ กันหัวใจของอีกฝ่ายเป็นสิ่งที่เรายิ่งต้องทนุถนอม ความรักไม่ได้แปลว่าเราจะเฉยชาและมองข้ามความรู้สึกของอีกคนอย่างไรก็ได้แต่ความรักของการดูแลกันและกันให้ดีที่สุดในทุกด้านรวมถึงด้านของความรู้สึก เพราะเมื่อไหร่ที่ความรู้สึกในหัวใจของใครบางคนแตกสลายต่อให้เคยรักกันมามากเท่าไหร่ก็แทบไม่มีวันจะประกอบกลับมาให้เป็นอย่างเดิม

เหตุผลบางข้อของคนนอนดึก

โดยปกติแล้ว ผมไม่ใช่คนที่นอนดึก เอาเข้าจริงผมมักจะนอนตั้งแต่หัวค่ำ จนถูกล้อเรียกว่าเป็นเด็กอนามัยด้วยซ้ำ แต่ในบางวัน บางเวลา อยู่ดีๆ ผมก็นอนดึกเหมือนกัน เมื่อความรู้สึกบางอย่าง เข้ามาโจมตีหัวใจ นี่เองอาจเป็นเหตุผลที่บางคนนอนดีก 1 .ความเหงา ไม่มีใครชอบความเหงาหรอกและยิ่งเหงามากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เราไม่อยากนอนเพราะว่า เราอยากจะหาอะไรทำเพื่อให้ความเหงานั้นได้จางลงไป แต่ยิ่งดึกเท่าไหร่ แทนที่ความเหงาจะจางลงไป กลายเป็นว่า บ่อยครั้งยิ่งดึก ความรู้สึกของความเหงาในหัวใจก็ยิ่งชัดเจนมากยิ่งขึ้น 2. ความคิดถึง ช่วงเวลากลางคืนเป็นช่วงเวลาที่เงียบงันกว่ากลางวันและบ่อยครั้งที่ความเงียบของกลางคืนมันเงียบเสียจนเราได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเสียงหัวใจที่บอกว่าเรายังลืมใครบางคนไม่ได้เลย หากภาพยนตร์จะฉายได้ชัดที่สุดตอนปิดไฟความทรงจำก็คงจะแจ่มชัดมากที่สุดในช่วงเวลาที่แสงของดวงอาทิตย์ได้ลับเลือนไปจากขอบฟ้า เรื่องราวต่างๆ ที่เคยคิดว่าลืมได้แล้ว เรากลับพบว่า มันยังอยู่ที่เดิม แค่เราเก็บซ่อนเรื่อราวเหล่านั้นไว้ ภายใต้คำว่าไม่เป็นไร บางทีนะ, บางทีไม่ว่านอนไม่หลับเพราะเหงาหรือว่านอนไม่หลับเพราะว่าคิดถึงใครบางคน สุดท้ายแล้วเราก็รู้ว่า คืนนี้จะต้องผ่านไปแล้วเช้าวันใหม่จะเฝ้ารอรอยยิ้มของเรา

ข้อดีของการทำ To do list

ทำไมต้องทำ To do list ในความเป็นจริง สมองของเราทุกคนทำงานอยู่เกือบตลอดเวลา ไม่เว้นแม้แต่เวลาที่เรากำลังหลับอยู่ สมองของเราก็ไม่ได้หยุดทำงานไปด้วยแต่อย่างใด แต่ละวันที่ผ่านเข้ามา มีเรื่องราวมากมายให้เราต้องจด ต้องจำ และต้องทำ บางอย่างเร่งด่วน บางอย่างรอได้ บางอย่างสำคัญ บางอย่างไม่สำคัญ แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อเป็นสิ่งที่ต้องทำ เราก็ควรที่จะต้องทำ สมองของคนเรามีความหมาย เพราะเราใช้สมองของเราไปกับการคิดสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ขึ้นมา เพื่อสร้างพลังบวกให้กับตัวของเราเองในแต่ละวัน การที่สมองของเราต้องทั้งจดจำเรื่องราว และคิดไปด้วย อาจทำให้สมองของเราทำงานหนักมากจนเกินไป และคิดอะไรได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนที่ต้องจำในภารกิจที่ต้องทำ ก็อาจหลงลืมตกหล่นไปได้ การทำ To do list จะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของสมองเราในการต้องจดจำเรื่องราวต่างๆ และยังเป็นการช่วยจัดระเบียบความคิดของเราเองว่า เรื่องใดสำคัญที่ต้องทำก่อน เรื่องใดที่ทำไว้ทีหลังได้ วิธีการจด To do list เวลาที่ดีที่สุด ในการจด to do list คือ เวลากลางคืนก่อนนอน จะเป็นช่วงเวลาที่เราทบทวน to do list ของวันที่ผ่านมา ว่าเราได้ทำอะไรลงไปบ้าง และเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้วางแผนกับวันพรุ่งนี้ ว่าเรามีอะไรที่ต้องทำ […]

คู่รักที่ไม่ทะเลาะกัน คือคู่รักที่รักกันมาก กับคู่รักที่ไม่รักกันแล้ว

ผมเข้าใจมาตลอดว่า การที่คนสองคนทะเลาะกันแปลว่า คนสองคนมีความเห็นไม่ตรงกันคือการที่คนสองคนขัดแย้งกันคือการที่ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนไม่ลงรอยกัน ผมเคยได้ยินมาบ้างถึงเรื่องราวของความรักที่คนสองคนตลอดการคบหาไม่เคยทะเลาะกัน แม้อดคิดในใจว่าเป็นไปได้หรือที่คนสองคนคบหากันจะไม่เคยทะเลาะกันเลยแต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ใครต้องโกหกและผมเองก็สมัครใจที่จะเชื่อว่า ความรักของคู่รักที่ไม่เคยทะเลาะกันนั้นมีอยู่จริงจนอดนับถือปนสงสัยไม่ได้ว่า เขาครองคู่รักกันมาอย่างไรแต่ผมแน่ใจว่า เขาต้องรักกันมาก แต่เมื่อผมเติบโตขึ้นผมได้พบกับความจริงบางอย่างที่สร้างความรู้สึกประหลาดใจให้กับผมไม่น้อยเช่นกัน คือไม่ใช่แค่คู่รักที่รักกันมากเท่านั้นที่ไม่ทะเลาะกัน แต่คู่รักบางคู่ที่ไม่รักกันแล้ว เขาก็จะไม่ทะเลาะกันด้วย เพราะพวกเขารู้สึกเหนื่อยหน่าย และพบว่า การต้องมาพูดจา หรือการพยายามปรับความเข้าใจกัน เป็นเรื่องที่พวกเขาไม่อยากที่จะพยายามอีกต่อไป ขออยู่แบบต่างคนต่างอยู่และวันหนึ่งก็อาจขออยู่แบบที่ไม่มีอีกคนอยู่เพราะการมีหรือไม่มีกันไม่มีความหมายอีกต่อไปในวันที่เราพบว่า แค่การคุยกันก็เป็นเรื่องยากเย็น ผมจึงพบว่าคู่รักหลายคู่ที่ยังทะเลาะกันอยู่คือคู่รักที่ยังรักกันอยู่เขายังพร้อมที่จะปรับความเข้าใจหากันเขายังพร้อมที่จะพูดคุยต่อกันเขายังเลือกที่จะหันหน้าเขาหากันมากกว่าที่จะหันหลังใส่กัน เพราะสิ่งที่ร้ายที่สุดในความรักอาจไม่ใช่เสียงแต่คือความเงียบงัน

อย่าโกรธกัน หากวันนี้เราจะขอตัดใจจากคุณ

กับคนที่เคยคบกันอยู่โดยเฉพาะในช่วงเวลาของการเป็นคนอื่นใหม่ๆเราจะพบว่า เหมือนทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิมต่างจากเดิมแค่ตรงที่ไม่มีเขาคนนั้นอยู่ที่เดิมแล้ว เราจะยังคงคิดถึงเขาเราจะยังคงคิดว่าเขายังเป็นของเราอยู่และลึกๆ เราอาจยังหวังว่าทุกอย่างระหว่างเรากับเขาอาจมีสักวันที่กลับมาเป็นเหมือนเดิม จะมีช่วงเวลาหนึ่งที่เราจะบอกกับตัวเองว่าเราจะรักเขาอยู่เสมอตลอดไปและไม่ว่าจากนี้ยาวนานแค่ไหนเราก็จะยังคงรอเขาอยู่เสมอ แต่แล้วก็จะมีวันหนึ่ง วันที่เวลาได้ผ่านไปนานมากพอ แม้เราจะยังรักเขาอยู่ และความรู้สึกของเราไม่ได้เปลี่ยนไป แต่เรารู้แล้วว่า ชีวิตของเราต้องดำเนินต่อไป เราต้องตัดสินใจที่จะตัดใจจากเขาเสียที บางครั้ง การตัดใจ ไม่ได้แปลว่า เราหยุดรักเขาได้แล้วแต่การตัดใจอาจแปลว่า เรารู้ว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะกลับมารักตัวเอง เรารักคนอื่นมามากพอแล้วเราเสียใจเพราะคนอื่นมานานพอแล้วเราร้องไห้ให้คนอื่นมาเพียงพอแล้ว มีแต่การตัดใจจากเขาเท่านั้นที่จะทำให้เรากลายเป็นเราคนใหม่ได้ คนที่ไม่เสียใจกับเรื่องเดิมๆ

กับบางเรื่องราวของชีวิต เราอาจเสียใจกับมันได้ แต่ไม่ควรถอดใจ

ในชีวิตของเรามีเรื่องราวไม่น้อยเลยที่พอผ่านมาแล้วหรือเกิดขึ้นแล้วเรารู้สึกเสียใจ บางความสัมพันธ์แม้เราได้เริ่มต้นมันขึ้นมาด้วยความรักและอยากจะรักษาความรักนั้นไว้ให้คงอยู่เสมอแต่ด้วยอะไรก็ตามทำให้เราต่างกลายเป็นคนที่ทำให้ความรักหล่นหายและโดยไม่ได้ตั้งใจเราต่างมีส่วนทำลายความสัมพันธ์ กับสิ่งที่เรียกว่าความฝันสิ่งที่เหมือนว่า เป็นเป้าหมายปลายทางของชีวิตที่เราเองอยากเดินทางไปให้ถึงแต่ก็จะมีบางครั้งในบางวันที่ทุกอย่างไม่เป็นเหมือนใจเราและเราเองต้องตกไปอยู่ในความรู้สึกของความพ่ายแพ้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของความรัก หรือว่า ในเรื่องราวของความฝัน จะมีช่วงเวลานั้น ที่เรารู้สึกเสียใจ แต่ความรู้สึกเสียใจ ไม่ควรเป็นเหตุผลให้เราถอดใจ ถ้าเรายังมีความรัก และยังมีความฝันในหัวใจ เพราะความรู้สึกเสียใจเป็นเรื่องธรรชาติ และธรรมดาเหมือนกับความรู้สึกดีใจเกิดขึ้นมา เดี๋ยวก็หายไป ต่างจากการถอดใจเมื่อไหร่ที่เราถอดใจทุกอย่างจะจบลงและความพ่ายแพ้จะเป็นของเราอย่างถาวร บ่อยครั้งสิ่งที่ทำให้คนเราเสียใจมากที่สุดในวันที่ผ่านเลยไปไม่ใช่อะไรอื่นแต่คือการที่เราถอดใจกับบางเรื่อง และบางคนไวเกินไป

เหตุผลที่แฟนเก่า ไม่ใช่คนที่เราควรคิดถึงอีกต่อไป

แฟนเก่า คือ มนุษย์ที่เราเคยรักมากกับความสัมพันธ์ทุกครั้ง ไม่ว่ามากหรือน้อยเชื่อว่า ลึกๆ แล้วเราต่างแอบหวังว่าความสัมพันธ์นั้นจะไปได้ตลอดจนรอดฝั่ง แต่ด้วยปัจจัยอะไรก็ตามรักไม่มากพอหรือว่ารักไม่เท่าเก่าแม้กระทั่งรักอย่างเดียวยังไม่พอกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้คนสองคนต้องจากลากันในความสัมพันธ์ ไม่ผิดหรอก กับคนเคยรักกันมาก และบางครั้งก็ยังรักกันอยู่ ที่ใหม่ๆ หลังจากเลิกกัน เรายังคงลืมเขาไปจากใจไม่ได้ แต่ก็มีเหตุผลบางอย่างเหมือนกัน ที่จะบอกกับเราว่า เราควรเลิกคิดถึงเขาให้ได้สักที อดีตสำคัญน้อยกว่าปัจจุบัน ไม่ว่าเราจะเคยรักเขา หรือว่า ยังรักเขาก็ตาม แต่ความจริงคือเขาเป็นอดีตไปแล้วอดีตคือสิ่งที่ไม่อาจย้อนกลับคนในอดีตก็คือคนที่จะไม่ย้อนกลับเช่นกันการคิดถึงเขา การหวังว่าเขาจะกลับมาไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมีแต่จะทำให้ชีวิตของเราหยุดอยู่กับที่ เขากลายเป็นอดีตไปแล้วเมื่อไหร่เราจะอยู่กับปัจจุบันเสียที 2. ความเสียใจเป็นเรื่องธรรมดา ที่เราไม่ควรใช้เวลากับมันยาวนานจนเกินไป หลังจากการเลิกกันใครเลยจะไม่ผิดหวังใครบ้างจะไม่เสียใจและยิ่งเราคิดถึงเขามากเท่าไหร่ความเสียใจก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แต่หากเรารู้ว่าเวลาของเราเป็นสิ่งมีค่าการที่เราจะใช้เวลาไปกับความเสียใจนานมากเกินไปคงไม่ใช่การใช้เวลาที่มีประโยชน์ เราควรหยุดคิดถึงเขาสักทีเพื่อที่เราจะได้เลิกใช้เวลาไปกับความเสียใจเสียที 3. เราควรใช้เวลาเพื่อรักตัวเอง มากกว่าที่จะมาคิดถึงแฟนเก่า เมื่อความสัมพันธ์ในฐานะของคนรักจบลงแม้ใครบางคนจะหายไปแต่ความรักไม่ได้หายไปด้วยเสมอ สิ่งที่เราควรทำคือการเก็บความรักที่เขาไม่รับมารักตัวเราเอง มาให้ตัวเราเองเพราะยิ่งเรารักตัวเองมากเท่าไหร่เราก็จะยิ่งลืมใครบางคนได้ไวมากเท่านั้น

เมื่อเราปล่อยเป็น ทุกอย่างจะผ่านไป

ตั้งแต่เล็กจนโตมีเรื่องราวต่างๆ นาๆ ที่เราแต่ละคนต้องพบเจอแต่ละเรื่องราวที่เราต้องเจอมีความแตกต่างกันออกไปถึงอย่างนั้นทุกเรื่องราวที่เราได้พบเจอก็สร้างความสุข และมอบความเศร้าให้กับเราทุกคนเหมือนกัน ไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะมีแต่ความสุขและยิ่งไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะต้องเผชิญหน้าสบตาแต่กับความทุกข์ความสุขและความทุกข์ต่างมาเยือนทุกคนอย่างเท่าเทียมยุติธรรมแค่ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป สิ่งที่ทำให้คนเราแตกต่างกัน ในด้านของการรู้สึกมีความสุข หรือว่า ความรู้สึกว่าทุกข์ใจ จึงไม่ได้เป็นเพราะแค่สิ่งที่เข้ามาเจอมากระทบกับเรา แต่คือวิธีการและวิธีคิดที่เราใช้รับมือกับเรื่องราวเหล่านั้นแตกต่างกัน กับความสุขถ้าใครเลือกที่จดจำแต่เรื่องราวดีๆ ไว้มากกว่าเลือกที่จะตั้งเพดานของความสุขไว้ต่ำกว่าเลือกที่จะมีความสุขได้แม้ในเรื่องที่เล็กน้อยและเรียบง่ายคนๆ นั้นก็จะมีความสุขได้ง่ายกว่า กับความทุกข์ถ้าใครเลือกที่จะเก็บความทุกข์ของวันนี้ให้อยู่กับตัวไปจนวันหน้าไม่ยอมให้อดีตผ่านไปแต่ทำความเศร้าให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอคงไม่แปลกอะไรที่คนๆ นั้นจะมีความทุกข์มากกว่า ในชีวิตของคนเราจริงอยู่ที่เราเลือกไม่ได้ทุกอย่างแต่สิ่งสำคัญหนึ่งอย่างที่เราเลือกได้และเป็นสิ่งที่มีความหมายมากที่สุดคือการเลือกที่จะสุข หรือจะทุกข์ก้บเรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามา

เพราะอะไรความรักถึงควรเป็นเรื่องของคนแค่สองคน

กับเรื่องราวอะไรก็ตามในชีวิตของคนเราไม่เว้นแม้แต่กับความรักหรอกที่เราจะมีผู้หวังดี และผู้ปราถนาดีคอยเข้ามาให้คำแนะนำ และบางครั้งก็ต้องการควบคุมชีวิตของเราไปยังทิศทางที่เขาต้องการ ทั้งๆ ที่ความรัก เริ่มต้นจากคนไม่เกินสองคนคนหนึ่งคนมอบความรัก คนอีกคนรับความรักหรืออาจเป็นคนสองคนมอบความรักให้แก่กันและกันไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามจุดเริ่มต้นของความรักเริ่มต้นขึ้นจากคนสองคน แต่พอเวลาผ่านไป ความรักเริ่มจะไม่ใช่เรื่องของคนสองคน แต่ความรักของเรา เริ่มจะเป็นเรื่องของครอบครัวเรา และเพื่อนฝูงเราไปด้วย มากคำแนะนำ หลากความคิดเห็น จะไหลหลั่งถั่งโถมเข้ามา เขาอาจลืมไปว่า ความรักของเรา ไม่ใช่นิยายรักในการเขียนบทของใคร แต่เป็นชีวิตจริงของคนสองคน จริงอยู่คำแนะนำต่างๆ เป็นสิ่งที่ดีและเป็นเรื่องราวที่เราควรเปิดใจรับฟังแต่การรับฟังไม่ได้หมายความว่าเราควรปล่อยให้ใครมามีอิทธิพลอยู่เหนือความสัมพันธ์ของเรา เพราะสุดท้ายแล้วคนที่จะใช้ชีวิตร่วมหัวจมท้ายไปในความสัมพันธ์ต้องพบเจอเรื่องราวทั้งสุขและทั้งเศร้าก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็นคนสองคนที่รักกัน