เพราะอะไรความรักจึงไม่ควรเป็นเรื่องเร่งรีบ และการดูใจไม่ใช่เรื่องล้าสมัย

ในเวลาเท่ากัน 24 ชั่วโมงผมกลับอดรู้สึกไม่ได้ว่า24 ชั่วโมงของทุกวันนี้กับ 24 ชั่วโมงของสมัยก่อนมีความเร็วไม่เท่ากัน แม้เวลาจะเดินไปอย่างเท่ากันและมีเวลาเท่ากันในแต่ละวันแต่ในความรู้สึกของคนเราวันเวลาของปัจจุบันนี้เดินไปไวกว่าวันเวลาของวันที่ผ่านมามาก อาจเพราะเราอยู่ในโลกของอินเทอร์เน็ทที่ความเร็วระดับ 4G คือมาตรฐานเราจึงคาดหวัง และมุ่งหมายอยากให้ทุกอย่างเป็นไปโดยรวดเร็วการรอกลายเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนและถ้าเลือกได้เราไม่อยากที่จะรอไม่เว้นแม้แต่ในเรื่องของความสัมพันธ์ สมัยก่อนการที่คนเราจะคบกันไม่ใช่เรื่องง่ายดายเมื่อเริ่มต้นชอบกันแล้วกว่าที่จะเริ่มต้นตกลงคุยกันกว่าที่จะไปนัดเดทกันเป็นครั้งแรกกว่าที่จะตกลงปลงใจเป็นคนรักกันกว่าที่จะแต่งงานกันทุกอย่างมีขั้นตอนและกระบวนการทุกอย่างต้องใช้เวลา อ่านดูแล้วหลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นความสัมพันธ์ที่เนิบช้าและชวนอึดอัด แต่ในทางตรงกันข้าม ระยะเวลาต่างๆ เหล่านั้น ที่คนเราได้ค่อยๆ เรียนรู้จัก ศึกษาดูใจกันนั่นแหละ เป็นระยะเวลาที่ความรักจะค่อยๆ ผลิบานขยายตัวอย่างเต็มที่ และความทรงจำดีๆ จะค่อยๆ ถูกสะสม เพาะบ่มจนเป็นความรักที่แข็งแกร่ง และยากจะบุบสลายด้วยวันเวลา อีกทั้งคนสองคนยังมีความทรงจำดีๆ ตุนในกระเป๋ามากมายไว้ให้คิดถึงยามที่แก่ชราไป แต่กับความรักในสมัยนี้ความรักที่คบกันเพียงไม่กี่วันหรืออาจเคยพบเจอกันแค่หน้าจอก็ตกลงปลงใจคบหากันเสียแล้ว ไม่ได้บอกว่า ความสัมพันธ์แบบนั้นเป็นเรื่องผิดและความสัมพันธ์แบบไหนที่ดีกว่ากัน แค่เสียดายว่าหากในความสัมพันธ์เราข้ามช่วงเวลาคบหาดูใจกันไปมันจะทำให้เราข้ามช่วงเวลาที่น่าจดจำและประทับใจของความรักไปด้วย เพราะเราเชื่อว่าความรักที่หอมหวานได้ยาวนานมากที่สุดคือความรักที่ใช้เวลานานในการสุกงอมในขณะที่ความรักที่ไปถึงปลายทางอย่างรวดเร็วเกินไปความหอมหวานของความรักก็ยิ่งจืดจางลงไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น ความรักไม่ใช่การแข่งขันเราไม่จำเป็นต้องไปถึงจุดหมายให้ไวที่สุดแต่ความรักคือเรื่องราวเราควรเก็บสะสมความรู้สึกดีๆ ไว้ในหัวใจของเราให้ได้มากที่สุด

วันหนึ่งหากเราต้องจากกัน ขอให้เรามีความคิดถึงที่ไม่เศร้าจนเกินไป

แม้อาจเป็นเรื่องเศร้าที่จะพูดแต่ก็เป็นความจริงที่เราไม่อาจจะเลี่ยงทุกการพบเจอ ล้วนมีการจากกันในวันหนึ่งไม่มีความสัมพันธ์ใดที่จะคงอยู่ตลอดกาลแม้กับคนที่เรารักเขาตลอดไปก็ตาม หากการพบเจอเป็นโชคชะตาของชีวิตที่เราไม่อาจเลี่ยงการจากลาก็คงเป็นลิขิตฟ้าที่เราไม่อาจหนี และการคิดถึงกัน ก็เป็นพยานยืนยันว่า ความสัมพันธ์ในวันท่ีผ่านมามีความหมายกับเราเพียงใด หากการคิดถึงเป็นหลักฐานของความสัมพันธ์ที่เคยเกิดขึ้นความคิดถึงบนโลกใบนี้มีอยู่สองแบบความคิดถึงที่เป็นสุขกับความคิดถึงที่แสนเศร้า ความคิดถึงที่เป็นสุขคือความคิดถึงที่มีเรื่องราวที่ทำให้เรายิ้มได้ความคิดถึงที่เป็นสุขคือความคิดถึงที่ยอมรับความจริงว่าแม้เราอย่างไรเราต้องจากกันแต่ในวันที่เรายังอยู่ข้างๆ กันเราได้เติมเต็มความสัมพันธ์ให้กันอย่างไม่มีอะไรต้องเสียใจ ส่วนความคิดถึงที่ทำให้เราเศร้าคือความคิดถึงที่เรารู้สึกเสียใจกับความสัมพันธ์อาจเป็นความเสียใจเพราะความสัมพันธ์จบลงอย่างไม่สวยงามอาจเป็นความเสียใจเพราะความสัมพันธ์นั้น เรายังยอมรับไม่ได้ว่ามันต้องจบลง ที่สำคัญความสัมพันธ์เมื่อจบลงไปแล้ว คือได้ผ่านไปแล้วเราจะคิดถึงความสัมพันธ์นั้นในมุมสุข หรือมุมเศร้าอยู่ที่เราจะเลือกคิดถึงความสัมพันธ์ในวันที่ผ่านมาจากมุมไหน

ในวันสุดท้ายที่ใครบางคนบอกรักเรา เป็นวันแรกที่เราต้องบอกรักตัวเองสักที

คำว่ารัก ใครๆ ก็อยากฟัง คำว่ารัก ใครๆ ก็อยากได้ยินโดยเฉพาะหากเป็นคำว่ารัก จากคนที่เรารักเขาคำว่ารักของเขา ไม่ต่างอะไรจากน้ำมันที่ขับเคลื่อนความสุขในหัวใจของเรา ถึงอย่างนั้น ความรักและคำว่ารักของคนอื่นก็อาจไม่ได้อยู่เหมือนเดิมได้ตลอดเวลาบางครั้งอาจเป็นเพราะวันเวลาที่เปลี่ยนทำให้ใจคนชินชากับความรู้สึกและบางครั้งอาจเป็นเพราะใจคนเราที่เปลี่ยนเมื่อหมดรักต่อให้อะไรๆ จะเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม คำว่ารักที่เคยพูดบ่อยวันหนึ่งก็อาจกลายเป็นไม่พูดความรักที่เคยมีมากมายจนล้นวันหนึ่งอาจเหมือนไม่เคยมีอยู่คำสัญญาว่าจะรักตลอดไปอาจหมดลงได้ภายในเวลาไม่กี่นาที เมื่อนาทีนั้นมาถึงบ่อยครั้ง ความเสียใจ และความน้อยใจจะทำให้เราหลงคิดตัดพ้อตัวเราเองว่า คงไม่ดีพอและอาจเผลอคิดไปไกลว่า ตัวของเราเองไม่มีความหมาย ทั้งที่ในความจริง คุณค่าของตัวเราเองไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น คุณค่าในตัวของเราเอง ขึ้นอยู่กับทัศนคติ ความคิดที่เรามีต่อตัวเราเอง การเป็นคนมีค่า หรือคนไม่มีค่า ไม่ได้อยู่ที่ว่า คนอื่นคิดกับเราอย่างไร แต่อยู่ที่เรานิยามตัวเองว่าเป็นคนแบบไหน เมื่อวันที่ความรักจบลงไม่เป็นไรถ้าเราจะเสียใจเพราะเมื่อพบเจอกับความผิดหวังความเสียใจเป็นสิ่งที่เราต้องเจอและผ่านไปให้ได้ แต่ที่เราควรทำนอกจากการเสียใจคือเราต้องกลับมาตระหนักในคุณค่าของตัวเองและกลับมารักตัวเราเองให้มากขึ้นเราอย่ารักตัวเองน้อยลง เพราะใครไม่รักเราแต่ยิ่งใครไม่รักเรา เรายิ่งต้องรักตัวเอง จริงที่ หลังการจากลาไม่มีทางที่เราจะกลับมาเป็นคนเดิมได้แต่เมื่อเรากลับมาเป็นเราคนเดิมไม่ได้ จงเป็นเราคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม

ผู้ชายในร้านขายเครื่องสำอาง ผู้หญิงในร้านรองเท้าฟุตบอล

กิจวัตรประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ของมนุษย์เมืองขี้ร้อนอย่างผมคงเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากการเดินตากเครื่องปรับอากาศในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ด้วยความเป็นคนที่ชอบสังเกตวิถีชีวิตผู้คนทำให้นอกจากการเดินรับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศแล้วผมชอบเฝ้ามองความเป็นไปของผู้คนที่เดินไปมาในห้างสรรพสินค้าเช่นเดียวกัน สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตคือห้างสรรพสินค้านั้น จะเป็นสถานที่ที่คู่รักมาใช้เวลาร่วมกันบางคู่มาเพื่อหาอาหารทานบางคู่มาเพื่อจับจ่ายซื้อสินค้าที่ต้องการบางคู่มาเพื่อเดินตากเครื่องปรับอากาศในวันที่แดดร้อนของกรุงเทพ ฯ ไม่เป็นใจให้เดินกลางแจ้ง โดยธรรมชาติแล้วผู้ชายและผู้หญิงมีความสนใจที่แตกต่างกันผู้ชายชอบกีฬา ผู้หญิงชอบความสวยความงาม แต่เมื่อความรัก คือการไปด้วยกันเป็นคู่ทำให้ภาพที่เห็นบ่อยจนชินตาคือภาพของชายหนุ่มที่ไปรอหญิงสาวของเขาเลือกซื้อเครื่องสำอางในร้านขายเครื่องของเกี่ยวกับความงามและหญิงสาวที่เดินตามชายหนุ่มผู้กำลังเลือกซื้อรองเท้าฟุตบอล มันทำให้ผมเห็นว่า ในความรัก แม้คนสองคนจะแตกต่างกัน มีความสนใจ มีความชอบที่ไม่เหมือนกัน แต่เมื่อรักกันแล้ว เมื่อตัดสินใจที่จะคบกันแล้ว พื้นที่หัวใจของเราจะขยายกว้างขึ้น ความสนใจของคนที่เรารักจะกลายเป็นความสนใจของเราด้วย แม้ว่า เราไม่เคยจะสนใจ สถานที่ที่คนที่เรารักไป เป็นสถานที่ที่เราอยากใข้เวลาอยู่ด้วยกัน แม้เป็นสถานที่ที่เราไม่เคยคิดจะไป ในความสัมพันธ์ เมื่อถึงจุดหนึ่งเขาชอบอะไร เราชอบอะไรอาจไม่สำคัญอีกต่อไป เพียงเราชอบที่จะอยู่ด้วยกัน และรักที่จะไม่ห่างกัน กิจกรรมอะไรที่ทำ สถานที่ไหนที่ไปก็ไม่มีความหมายเท่าคนข้างๆ ที่ไปด้วยกัน เพราะใครคนนั้นคือความหมายของความสุขของเรา

เราต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ ที่ต้องยอมปล่อยใครบางคนออกไปจากชีวิต

ใช่หรือไม่ว่าในชีวิตของคนหนึ่งคนเราได้มีโอกาสได้พบเจอผู้คนมากมาย บางคนก็ได้แค่ “พบเจอ” จริงๆแต่บางคนเราก็ได้กลายเป็น “คนรู้จัก”และอีกไม่มากที่กลายเป็น “ความผูกพัน” การพบเจอแต่ละครั้งกับคนแต่ละคนมีความหมายกับเราแตกต่างกันออกไป บางคนเจอเพื่อสร้างความสุขให้กับเราในขณะที่บางการพบเจอมีสถานะเป็นความเศร้าในหัวใจแต่ไม่ว่า ในสถานะความรู้สึกแบบไหนทุกคนต่างเข้ามาและจากไปเหมือนกัน ไม่มีใครจะอยู่ในชีวิตเราไปตลอดและเราก็ไม่ได้อยู่ในชีวิตใครไปตลอดได้ การเจอกับการจากเป็นของคู่กันพอๆ กับความสุขกับความเศร้า แม้นั่นเป็นสิ่งที่เราไม่อยากยอมรับแต่มันก็เป็นความจริงมากพอที่เราไม่อาจจะหลีกเลี่ยง เราอาจเคยรักใครบางคนมาก และยังรักคนๆ นั้นอยู่ คิดว่า เขาจะอยู่กับเราตลอดไป แต่ถ้าวันหนึ่งใจของเขาไม่ได้อยู่กับเราแล้ว และตัวของเขาก็ไม่ได้ปราถนาจะอยู่กับเราอีกต่อไป ยิ่งเขาอยากจะไป ยิ่งเราพยายามที่จะรั้งไว้ คนที่ต้องเสียใจที่สุดก็คือเรา บางทีนะ, บางทีเราต้องยอมความจริงความจริงที่ว่า สุดท้ายแล้วคนเราล้วนต้องจากกันโดยเฉพาะการจากลาที่เกิดขึ้นเพราะว่า ใจของอีกคนไม่อยากอยู่สุดท้ายแล้วต่อให้พยายามรั้งแค่ไหน เราก็รั้งไว้ไม่ไหวการพยายามรั้งเขาไว้ ไม่ต่างอะไรกับการยื้อความเสียใจให้ตัวเอง พอเถอะนะถ้าเขาไม่ได้รักเราแล้วพอเถอะนะถ้าเขาไม่ได้อยากอยู่กับเราแล้วจงปล่อยเขาไปกลับมารักตัวเองให้มากๆเอาใจที่บอบช้ำเพราะเคยให้เขามาเยียวยาความรู้สึกของเรา แล้ววันหนึ่งเราจะนึกขอบใจตัวเองที่ยอมปล่อยเขาไปในวันนั้น วันที่เราไม่ได้รักกันมากพอ

สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นกลายเป็นอดีตเสมอ

เวลาที่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้เวลาที่ไม่ใช่สิ่งซึ่งมนุษย์สมมติขึ้นมาเองคือเวลาอดีต เวลาปัจจุบัน เวลาอนาคต ปัจจุบัน คือ เวลา ณ ขณะนี้ เวลาตอนนี้ ที่เรากำลังเดิน คิด พูด กระทำต่างๆ อยู่อดีตคือเวลาก่อนปัจจุบันเกิดขึ้นส่วนอนาคตคือเวลาหลังจากปัจจุบันผ่านไป ทุกอดีตเคยเป็นปัจจุบันทุกอนาคคตกำลังกลายเป็นปัจจุบันและทุกปัจจุบันเคยเป็นอดีตและอนาคต ความทุกข์ของคนเราเกิดขึ้นได้มากมายจากหลายสาเหตุทุกข์เพราะสุขภาพทุกข์เพราะความรักทุกข์เพราะการงานทุกข์เพราะอะไรได้อีกมากมายแต่ส่วนใหญ่แล้ว คนเราทุกข์เพราะอดีต แน่นอนว่า ตอนที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นตอนนั้นเราทุกข์เพราะสิ่งนั้นแต่พอสิ่งนั้นผ่านไปแล้วกลายเป็นเพียงอดีตไปแล้วเราก็ยังเอาใจของเราตามไปทุกข์กับอดีตนั้น เรื่องราวบางเรื่องราวเหตุการณ์บางเหตุการณ์ผ่านไปนานแล้วปัจจุบันกำลังส่งยิ้มให้เราและอนาคตกำลังส่งประกายแสงแห่งความหวังบางครั้งบางหน เรากลับไม่ยอมปล่อยอดีตไปจากชีวิตของเรา สิ่งใดก็ตามเกิดขึ้นไม่ว่าสิ่งนั้นจะทำให้เราสุขไม่ว่าสิ่งนั้นจะทำให้เราทุกข์ในที่สุด สิ่งนั้นจะกลายเป็นอดีต ตัวเราเองใจของเราเองที่ต้องอยู่กับปัจจุบันที่ต้องมั่นคงกับตอนนี้ นาทีนี้ ขณะนี้ ปล่อยให้อดีตเป็นเรื่องของสิ่งที่ผ่านปล่อยให้อนาคตเป็นเรื่องของสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น สบตากับปัจจุบันเพราะนั่นคือช่วงเวลาที่มีอยู่จริงตอนนี้

ทำอย่างไรให้ปีใหม่ไม่สูญเปล่า

สำหรับหลายคนปีใหม่คือช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองการเฉลิมฉลองสำหรับการเริ่มต้นใหม่ เราหลายๆ คนมักใช้เทศกาลปีใหม่เป็นจุดเริ่มต้นทั้งจุดเริ่มต้นของการบอกลาปีเก่าทั้งจุดเริ่มต้นของการต้อนรับปีใหม่ เวลาที่เราบอกว่าเราบอกลาปีเก่าในความหมายที่แท้จริงไม่ใช่แค่ปีเก่าที่เราบอกลาแต่เรายังบอกลาสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปีนี้ด้วย เราบอกลาความผิดหวังเราบอกลาความเสียใจเราบอกลาบางคนที่เดินออกไปจากชีวิตเราบอกลาบางคนที่เราเลือกที่จะเดินออกไปจากชีวิตของเขา การบอกลา คือ การเลือกจะทิ้งทิ้งบางอย่าง ทิ้งบางเรื่องราวที่เราไม่ต้องการเอาไปในปีใหม่ด้วยทิ้งไว้ที่ปีเก่า การบอกลา คือ การปล่อยปล่อยสิ่งที่ทำให้เราเป็นทุกข์ปล่อยสิ่งที่หนักอยู่ในใจของเราปล่อยไว้ให้เป็นอดีต ในขณะที่เราบอกลาเราก็เปิดรับกับการเริ่มต้นเริ่มต้นทำสิ่งดีๆเริ่มต้นที่จะทำสิ่งตั้งใจเริ่มต้นที่จะทำสิ่งใหม่ๆเริ่มต้นที่จะเป็นคนใหม่ อย่าให้ปีใหม่เป็นแค่ช่วงเวลาของการกิน ดื่ม เฉลิมฉลองที่พอสร่างเมา แล้วเราก็กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม แต่ให้ปีใหม่ เป็นแรงบันดาลใจที่เราจะเป็นคนที่ดีขึ้นเริ่มจากการคิดในสิ่งที่ต่างไปจากเดิมทำในสิ่งที่ไม่เหมือนเดิมไม่ต้องมากมาย ไม่ต้องยิ่งใหญ่แค่เริ่มเปลี่ยนแปลงทั้งทางความคิด และการกระทำในสิ่งที่เหมือนดูว่าเล็กน้อยแต่ก็มากพอที่จะทำให้เราอยากเปลี่ยนแปลง และเริ่มใหม่ในสิ่งที่ใหญ่ขึ้น ให้ปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งการทบทวนสิ่งใดที่เราอยากทำต่อสิ่งใดที่เราอยากจะพอสิ่งใดที่เราอยากทำให้ดีขึ้น เมื่อปีใหม่ปีหน้ามาถึงเราจะพบว่า เราเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาไม่ใช่แค่ที่ล้มเหลวกับความตั้งใจเก่าๆ อย่างเดิมทุก ๆ ปี อย่าให้ปีใหม่เป็นแค่เรื่องของความรู้สึกแต่ให้เป็นเรื่องของการคิดและลงมือทำ

ทุกวันคือของขวัญที่ไม่ต้องจับฉลาก

เมื่อเข้าสู่เทศกาลปีใหม่เกือบทุกสถานที่ไม่ว่าจะโรงเรียน หรือที่ทำงานจะมีกิจกรรมเลี้ยงสังสรรค์มากมาย แน่นอนว่าแต่ละงาน ก็จะมีกิจกรรมที่ไม่ได้ต่างกันออกไปนักการกินเลี้ยง การร้องเพลง ล้วนเป็นกิจกรรมที่ขาดกันไม่ได้ในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองเช่นนี้ และอีกกิจกรรมที่อยู่คู่กันกับงานเลี้ยงปีใหม่เสมอคือการจับฉลากของรางวัล ผมเอง เป็นคนปราศจากโชคในเรื่องของการเสี่ยงดวงทุกชนิดไม่ต้องพูดถึงการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลหรอกเอาแค่เรื่องการจับฉลากรางวัลปีใหม่นี่แหละ แน่นอนว่า การจับฉลากจะมีการจับรางวัลพิเศษ ซึ่งจะมีบางคนที่ไม่ได้รางวัลพิเศษนั้นและผมเอง เป็นหนึ่งในคนที่ไม่เคยได้เลยและถึงแม้ในวันที่ชื่อผมถูกจับฉลากขึ้นมาอ่านประกาศผมก็มักไม่ได้อยู่ตรงนั้น ทำให้ไม่ได้รับรางวัล แต่เปล่าหรอกผมไม่ได้น้อยใจในโชคชะตาและวาสนาแต่อย่างใดอีกทั้งยังเข้าใจโดยถ่องแท้ว่า นี่คือกิจกรรมการร่วมสนุก เพียงแต่เรื่องการจับสลากของรางวัลทำให้ผมคิดว่าในชีวิตของคนเราจะมีสิ่งพิเศษต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตของแต่ละคนต่างกันออกไปเป็นสิ่งพิเศษที่คนบนฟ้าจับฉลากมาให้กับเราตั้งแต่เกิดไม่ว่าจะเป็นสุขภาพที่ดี ความสามารถพิเศษเฉพาะด้านความพร้อมของครอบครัว เป็นต้น แต่แม้เราแต่ละคนจะได้ฉลากที่ต่างกันออกไปถึงอย่างนั้น เราทุกคนก็ได้ของขวัญพิเศษที่เหมือนกันของขวัญนั้นคือ ชีวิต ชีวิตคือสิ่งที่พิเศษชีวิตเป็นของขวัญในตัวของมันเอง ไม่สำคัญหรอกว่าคุณเกิดมาไม่ร่ำรวยหากคุณใช้ชีวิตอย่างประหยัด และขยันโอกาสแห่งเงินทองก็จะมาหาคุณ ไม่สำคัญหรอกว่า สติปัญญาของคุณไม่เทียบเท่าคนอื่นเพียงคุณรักในการศึกษาความรู้จะเป็นของคุณ ไม่สำคัญหรอกว่า เราจะเกิดมามีสุขภาพอ่อนแอแค่ไหนถ้าเราออกกำลังกาย และทานอาหารที่มีประโยชน์ทุกอย่างจะดีขึ้น ชีวิตคือของขวัญที่พิเศษในตัวของมันเอง และเพราะมีชีวิต เราจึงสร้างของขวัญที่พิเศษให้ตัวเราเองได้ทุกวันด้วยการลงมือทำ อยากมีความสุขจงมองโลกในแง่ดี อยากเรียนเก่งจงขยันหาความรู้ อยากมีความรักที่ดีจงมองเห็นคุณค่าในตัวเองและผู้อื่น ชีวิตคือของขวัญที่เราได้มาโดยไม่ต้องจับฉลากและได้มาเหมือนกันทุกคน ปีใหม่นี้ เราอยากให้ชีวิตเราเป็นอย่างไรจงใช้ชีวิตของเราไปอย่างนั้นจงใช้ชีวิตของเราด้วยความรู้สึกที่ขอบคุณเพราะชีวิตคือของขวัญที่เราได้รับมาเพียงครั้งเดียว

ความรักคือสิ่งที่ลืมได้ยาก

ในโลกนี้มีมนุษย์หลายประเภท มนุษย์ที่ขี้ลืม มนุษย์ที่ความจำดี ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าเราจะเป็นบุคคลที่ถูดจัดอยู่ในมนุษย์ประเภทไหนก็ตาม เราทุกคนต่างมีเรื่องราวบางอย่างที่ไม่อาจลืม และมีคนบางคนที่ผ่านมานานแค่ไหนเราก็ยังจำเขาได้ดี ส่วนใหญ่ คนเรามักจะลืมเรื่องที่ไม่สำคัญ แต่กลับจำได้ว่า เราได้หมดความสำคัญกับใครบางคนไปแล้ว หรืออาจเป็นเพราะการที่เราไม่สำคัญกับใคร มันอาจเป็นเรื่องที่สำคัญกับหัวใจของเรา นอกจากนี้ คนเรามักให้ความสำคัญกับความรัก เพราะความรักคือสิ่งที่ทำให้คนเราสุขได้มากที่สุด และทุกข์ได้มากที่สุด และความรักเช่นกัน ที่อาจทำให้คนๆ หนึ่งไม่รู้สึกอะไรเลยอีกต่อไป อาจเพราะว่า เป็นอย่างนั้น เพราะว่า ความรักเป็นเรื่องสำคัญกับเราทุกคน เราถึงไม่อาจลืมเรื่องราวของความรัก และไม่อาจลืมคนที่เราเคยรักได้ง่ายๆ ยิ่งอยากลืม ยิ่มไม่ลืม ยิ่งไม่อยากจำ ยิ่งจดจำ ความรักเป็นสิ่งที่ลืมได้ยาก การก้าวผ่านความผิดหวังจากความรักมาได้ จึงไม่ใช่การก้าวผ่านมาด้วยการลืม แต่เราจะก้าวผ่านความผิดหวังจากความรักมาได้ด้วยความเข้าใจ เข้าใจในความไม่แน่นอน เข้าใจในความไม่ยั่งยืน เข้าใจในความเปลี่ยนแปลง เข้าใจและอยู่กับมัน

การรอคือกระบวนการหนึ่งของการผลิบาน

สิ่งหนึ่งที่อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มีความสำคัญ ไม่น้อยกว่าสิ่งอื่นใด คือการหาร้านตัดผมที่ถูกใจ และร้านตัดผมที่ถูกใจ เอาจริงๆ หายากไม่แพ้หาคนที่ถูกใจเลย ร้านที่ช่างตัดผมไม่พูดเยอะไปจนกลายเป็นความน่ารำคาญ แต่ก็ไม่เงียบจนน่าอึดอัด ร้านที่ตัดผมของเราออกมาได้พอดีอย่างที่ใจเราต้องการ ไม่สั้นเกินไป ไม่ยาวเกินไป ร้านที่เราเข้าไปในร้านก็ไม่ต้องอธิบายอีกแล้วว่าจะตัดทรงไหน แต่ช่างตัดผมสามารถจำทรงผมของเราได้ ร้านตัดผมแบบนี้หายาก และเมื่อหาเจอแล้ว เรามักใช้บริการกันไปยาวๆ ผมเองเป็นคนที่ใช้บริการร้านตัดผมร้านไหน ก็มักใช้บริการร้านนั้นซ้ำๆ มาโดยตลอด ไม่ค่อยที่จะเปลี่ยนร้าน อย่างที่บอกการหาร้านตัดผม ไม่ใช่แค่เรื่องของทรงผมที่ถูกใจ แต่เป็นเรื่องของความสบายใจอีกด้วย เมื่อสองปีที่ผ่านมา ผมต้องย้ายจากจังหวัดชลบุรีมาอยู่กรุงเทพ ฯ อย่างถาวร นั่นแปลว่า ผมต้องเปลี่ยนร้านตัดผมด้วย และช่วงเวลาที่ผมมาอยู่กรุงเทพ ฯ ผมได้เปลี่ยนร้านตัดผมหลายร้านมาก จนกว่าจะเจอร้านที่ถูกใจ ร้านตัดผมที่ผมใช้บริการอยู่ เป็นร้านตัดผมที่บรรยากาศดูเก่าๆ แต่ข้างในร้านมีเครื่องปรับอากาศเปิดตลอดเวลาอย่างดี มีช่างตัดผมคือคุณลุงวัย 70 กว่าปี คุณลุงอายุมากแล้ว เดินก็ไม่ค่อยจะไหว แต่ฝีไม้ลายมือการตัดผมของคุณลุง บอกได้เลยว่ายังเหลือร้าย คุณลุงเป็นคนที่ตัดผมละเอียด และมีบทสนทนาที่พอดี รู้ว่าเมื่อไหร่ควรพูด รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเงียบ ตอนที่ผมมาตัดผมกับคุณลุงครั้งแรก จำได้ว่า ตอนตัดเสร็จ ผมรู้สึกไม่ประทับใจ และไม่แน่ใจว่า แสดงออกทางสีหน้าหรือเปล่า แต่คิดในใจว่า […]