จงมีความสุขให้ได้ แม้ในวันที่ทุกข์มาเยือน

หากชีวิตของคนเราเป็นฤดูกาลก็คงเป็นชีวิตที่มีฤดูกาลผลัดเปลี่ยนเวียนหมุนกันไปฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว ชีวิตเรา ก็มีฤดูแห่งความสุข ฤดูแห่งความทุกข์ และฤดูที่รู้สึกหน่วงๆ ในหัวใจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน ในความเป็นจริงเราต่างก็ปราถนาให้ชีวิตของเรามีแต่ความสุขพบเจอแต่เส้นทางที่ราบรื่นและเรียบง่ายไม่มีอุปสรรค ปราศจากขวากหนาม แต่ในความเป็นจริงชีวิตจะไม่ปฏิบัติต่อเราอย่างนั้นชีวิตจะนำพาความลำบาก นำพาปัญหาและเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่เป็นอย่างใจมาให้เราได้พบเจอ ใครๆ ก็อยากมีความสุข แต่ชีวิตก็ขยันพาความทุกข์มาให้เรา บางทีนะ, บางที คงจะดีถ้าเราไม่ปล่อยให้ความสุขของเราแปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่ต้องเจอ เวลามีความสุข เราอาจสุขตาม แต่เวลาเจอความทุกข์ ใจเราไม่จำเป็นต้องทุกข์ตาม เพราะไม่ว่าอะไรก็ตามจะเกิดขึ้นกับเราสิ่งนั้นเป็นเพียงสิ่งเร้าที่เข้ามากระทบกับหัวใจของเราแต่ใจของเราจะโอนอ่อนไปทางไหนขึ้นอยู่กับหัวใจของเราเอง ทุกข์เข้ามาเราก็สุขกลับไปได้ถ้าเราเข้าใจว่า ความทุกข์นั้นเป็นครู เข้ามาเพื่อสอนบทเรียนให้เราและยิ่งเข้าใจว่า ความทุกข์นั้นเป็นของชั่วคราวมาแล้วก็หายไป เวลาที่มีความสุขจงสุขให้เต็มที่อย่างดอกไม้ที่ผลิบานเวลาที่มีความทุกข์ก็จงมีความสุขเช่นกันสุขเพื่อให้รู้ว่า ความทุกข์นั้นไม่แข็งแกร่งพอชนะใจเรา

หากชีวิตคือการเดินทาง คงไม่ใช่การเดินทางที่เราต้องไปถึงจุดหมายให้ไวที่สุด แต่เป็นการเดินทางที่เราเก็บเกี่ยวเรื่องราวระหว่างทางได้มากที่สุด

การเดินทางบนโลกใบนี้มีอยู่สองแบบ หนึ่ง คือการเดินทางที่มุ่งเน้นจุดหมายสอง คือการเดินทางที่มุ่งเน้นความสุขในการเดินทาง การเดินทางที่มุ่งเน้นจุดหมายสิ่งที่ผู้เดินทางปราถนาคือการไปถึงปลายทางให้ไวที่สุด รายละเอียดระหว่างทางคือสิ่งที่ถูกละเลยบ่อยครั้ง เราถึงจุดหมายโดยจำไม่ได้ว่าระหว่างทางเราผ่านอะไรมาบ้าง ส่วนการเดินทางที่มุ่งเน้นความสุขระหว่างทางสิ่งที่ผู้เดินทางปราถนาคึอการเก็บเกี่ยวความทรงจำและเรื่องราวดีๆ ระหว่างทาง อาจถึงจุดหมายปลายทางช้าหน่อยแต่ทุกรายทางที่ผ่านมาจะเป็นจุดหมายในตัวของมันเองที่มีเรื่องราวอันน่าจดจำ หากเป็นความรัก ถ้าความรักคือการเดินทาง บางครั้ง ความรักที่ดี ที่น่าจดจำ อาจไม่ใช่ความรักที่ลงเอยกันได้ไวที่สุด แต่คือความรักที่มีความทรงจำอันเปี่ยมไปด้วยความสุขมากมายร่วมกัน หากเป็นการใข้ชีวิตการใช้ชีวิตที่ดีคงไม่ใช่ชีวิตที่ได้สิ่งใดที่ต้องการมาด้วยความรวดเร็วที่สุดแต่คือชีวิตที่มีเรื่องราวให้เราได้ยิ้มในทุกวันเป็นเรื่องราวที่จะอยู่ในความทรงจำของเราไปอีกเนิ่นนาน สุดท้ายแล้วชีวิตคือชีวิตของเราไม่ผิดหรอกถ้าเราเลือกที่จะเดินทางไปถึงปลายทางให้ไวและไม่ผิดเช่นกันถ้าเราเลือกจะเก็บเกี่ยวความสุขระหว่างทาง สิ่งสำคัญคือการรู้ให้แน่ชัดว่าสิ่งใดกันที่ชีวิตเราต้องการความรวดเร็วหรือว่าความสุข หากคำตอบแน่ชัดแล้วว่าคือความสุข ก็อย่าลังเลใจที่จะผ่อนคันเร่งชีวิตให้ช้าลงแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อพบว่า มีอะไรมากมายรอเราอยู่

ความสุขของชีวิตคือการใช้ชีวิตอย่างปกติ

ผมเคยคิดว่า ความสุขคือการได้ใช้ชีวิตอย่างพิเศษชีวิตอย่างพิเศษของผม ไม่ได้หมายถึงว่า ต้องเป็นชีวิตที่มีวิถีหรูหรากว่าใครแต่หมายถึง ชีวิตที่ไม่น่าเบื่อ ชีวิตที่ไม่จำเจเป็นชีวิตที่สนุก และตื่นเต้น แต่พอเวลาผ่านไปผมพบว่า ความสุขของชีวิตไม่ใช่อะไรเลยแต่คือการได้ใช้ชีวิตธรรมดาสามัญอย่างที่เราเป็นคือการนอนหลับได้อย่างเต็มที่คือการเดินได้อย่างสะดวกคือการนั่งได้อย่างปกติคือการกินได้อย่างที่ต้องการคือการหายใจได้อย่างโล่งจมูก สิ่งเหล่านี้อาจดูเหมือนธรรมดา แต่สิ่งธรรมดาที่เรามีอยู่นั่นแหละ ในวันที่เสียไปเราจะรู้สึกว่า มันมีค่ามากมายแค่ไหน อย่าให้ความเคยชินทำให้เรามองข้ามความงดงามของความธรรมดาอย่าทำให้ความไม่รู้จักพอทำให้เรามองข้ามความหมายของความเรียบง่าย ชีวิตที่มีความสุขคือชีวิตที่เราพบว่า เรายังใช้ชีวิตได้อย่างที่เราเคยใช้ใช่, จริงอยู่ที่คนเราต้องมองหาสิ่งที่ดีขึ้นแต่อย่าปล่อยให้การมองหานั้นทำให้เรามองผ่านสิ่งงดงามที่เรามีอยู่ในทุกวัน เพราะสิ่งสำคัญจริงๆ ไม่ใช่สิ่งที่เราขาดแต่คือสิ่งที่เรามี