Q : ความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด สถานะไม่ชัดเจนมันยืนยาวได้จริงๆมั้ยค่ะ ?

ประโยคแรก ๆ ที่ผมเขียนลงทวิตเตอร์ คือประโยคนี้ครับ "ความไม่ชัดเจน ทำให้เราเจ็บปวดอย่างชัดเจน" ผมยังจำประโยคนี้ได้อย่างดี แม้ว่า จำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าในวันนั้นตัวเองเจอความไม่ชัดเจนอะไรหรือเปล่า   แต่ที่ผมยังไม่ลืมประโยคนี้ เพราะจนทุกวันนี้ผมก็ยังเชื่ออย่างนั้น ความไม่ชัดเจนคือสิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวด   จริงอยู่, ที่บางครั้งความชัดเจนอาจทำให้เราเจ็บปวดได้เหมือนกัน แต่เชื่อเถอะครับว่า ความชัดเจนจะทำให้เราเจ็บปวดระยะสั้น ๆ แต่ความไม่ชัดเจนต่างหาก ที่ทำให้ความเจ็บปวดไม่หายไปสักที   กับสิ่งที่เรียกว่าความสัมพันธ์ ความรักคือสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ว่า ความสัมพันธ์ไหน แต่นอกจากความรักแล้ว สิ่งอื่น ๆ ก็ยังมีความสำคัญในความสัมพันธ์ไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน ไม่ว่าจะความเข้าใจ ไม่ว่าจะความเชื่อใจ   และแน่นอนว่า ความชัดเจนก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราควรมีให้กัน แค่ความชัดเจนในความสัมพันธ์ยังมอบให้กันไม่ได้ แล้วเราจะเชื่อได้อย่างไรว่า วันพรุ่งนี้ระหว่างเรากับเขาจะมีอยู่จริง ๆ   เพราะสุดท้าย เราไม่ควรออกเดินทาง หากไม่รู้เลยว่า ปลายทางคือที่แห่งใด

Q: ถ้าความรักจบไม่สวย แล้วเราไปเจอกับแฟนเก่า เราควรทำยังไงดีครับ?

คำว่า จบไม่สวย คงหมายความว่า การที่ความสัมพันธ์จบลงไป จบกันไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ดี และเมื่อจบลงไปด้วยความรู้สึกไม่ดีต่อกัน เข้าใจได้เลยว่า การพบเจอกันทำให้รู้สึกอึดอัดมากแค่ไหน   การที่เคยเป็นแฟนกัน แสดงว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา ย่อมเต็มไปด้วยเรื่องราวและความทรงจำมากมาย บางความทรงจำเป็นความทรงจำดีๆ บางความทรงจำเป็นความทรงจำแย่ๆ แต่ในบางครั้ง เมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะหลังจากการเลิกกัน ความทรงจำไม่ว่าดี หรือไม่ว่าแย่ กลายเป็นความทรงจำที่อยากลืมด้วยกันทั้งหมด   ถึงอย่างนั้น ในบางครั้ง บางหน เราก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการพบเจอกันได้ แม้ต้องจากลากันไปแล้ว วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือช่วงเวลานั้น คือ การซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง   การซื่อสัตย์ความรู้สึกของตัวเอง คือการไม่โกหกหัวใจตัวเอง หากการพบเจอกัน แล้วต้องฝืนเข้าไปทักทาย จะทำร้ายหัวใจของเรา การที่เราเลือกที่จะเฉยชา และทำเหมือนไม่รู้จักกัน แม้อาจดูใจร้ายกับใคร แต่แน่นอนว่า จะไม่ทำร้ายหัวใจของตัวเราเอง   เพราะในวันที่ทุกอย่างกลายเป็นความทรงจำ และเราก็กลายเป็นคนอื่นของกันและกันไปแล้ว ในช่วงเวลานั้น เราจะเก็บความรักเคยมีให้เขา มาเพื่อรักตัวเองให้มากกว่า ก็คงไม่เสียหายอะไร

Q : รู้สึกว่าชอบผู้หญิงด้วยกันค่ะ แอบชอบคนหนึ่ง แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะคุยกัน ไม่อยากรู้สึกชอบเลย มันทรมานจังค่ะ?

ยิ่งเราตั้งเงื่อนไขกับความรักมากเท่าไหร่ ความรักก็ยิ่งเป็นเรื่องยาก และยิ่งเหนื่อยล้าในหัวใจมากเท่านั้น ยิ่งเรามองเห็นแต่ความเป็นไปไม่ได้ของความรักมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรู้สึกหมดหวัง หรือกำลังใจของความรักมากเท่านั้น   บ่อยครั้ง ผมพบว่า คนมากมายทุกข์ และท้อกับความรัก เพราะพวกเขามองความรักเป็นจุดหมายปลายทาง เป็นสิ่งที่เราต้องเดินไปให้ถึง เป็นเรื่องราวที่ต้องการการประสบความสำเร็จ   ทั้งที่ในความคิดของผม ความรักควรเป็นเรื่องราวของการเก็บเกี่ยวความสุขระหว่างทาง ความรักไม่ควรเป็นจุดหมายปลายทางของชีวิต แต่เป็นวิถีชีวิต   เมื่อไหร่ที่เราจะรักใครสักคน เราไม่ควรรักเขา เพราะการรักเขาจะทำให้เรามีความรักที่มีความสุขในปลายทาง แต่ควรรักคนที่แค่ได้รักเขาเราก็มีความสุขแล้ว แค่ได้คิดถึงเขาเราก็มีความสุขแล้ว   บ่อยครั้ง เราก็ชอบไปแย่งอนาคตทำหน้าที่ ด้วยการคิดถึงมันมากจนเกินไป กลายเป็นการทำลายความสุขในหัวใจของเรา   ทั้งที่สุดท้ายแล้ว อนาคตจะมีคำตอบให้เราเสมออยู่แล้ว   ในระหว่างที่เรารอคำตอบจากอนาคต สิ่งที่เราควรทำไม่ใช่การมานั่งกังวล แต่คือการใช้วันเวลาเหล่านั้นอย่างคนที่สุขใจ และใช้วันแต่ละวันให้ผ่านไปอย่างมีความหมายที่สุดต่างหาก   ในความคิด ความเชื่อของผม ความรักไม่ใช่เรื่องของเพศ ไม่ใช่เรื่องของความวัย แต่ความรักเป็นเรื่องของใจ ตราบใดที่เรามีใจที่รักกัน และมีใจเข้าใจกัน ความรักนั้นจะไปได้ด้วยดี   ส่วนสายตาของคนอื่นที่มองมา มันเป็นแค่สิ่งที่เขาคิด แต่สิ่งที่ใครคิด ไม่ได้แปลว่า จะเป็นสิ่งที่ถูกเสมอไป   ที่สำคัญ … Continue reading Q : รู้สึกว่าชอบผู้หญิงด้วยกันค่ะ แอบชอบคนหนึ่ง แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะคุยกัน ไม่อยากรู้สึกชอบเลย มันทรมานจังค่ะ?

Q:ทำไมเรามีแฟนอยู่แล้วทำไมรู้สึกเหงาคะ?

ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ ขั้นตอนแรก เราต้องแยกเสียก่อนว่า แม้ความรู้สึกรัก และความรู้สึกเหงา จะเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกันบ้าง แต่ความรู้สึกรัก กับความรู้สึกเหงาไม่ใช่สิ่งเดียวกัน   ดังนั้น ไม่แปลกอะไร ที่คนโสดบางคนอาจจะไม่เหงาเลย ในทางตรงกันข้าม คนมีแฟนก็อาจรู้สึกเหงาได้   ในขณะที่การมีความรัก การสร้างความสัมพันธ์เป็นเรื่องของคนสองคน แต่ปัจจัยหลักของความเหงาจริง ๆ ส่วนใหญ่เกิดจากคน ๆ เดียว คือตัวของเราเอง, ถ้าจะพูดให้ถูกคือความรู้สึกในใจของเรา   ในสถานการณ์เดียวกัน คนหนึ่งจึงอาจรู้สึกสงบ คนหนึ่งจึงอาจรู้สึกเหงา เพราะคนสองคนนั้นมีมุมมองและทัศนคติต่อเรื่องราวนั้นที่แตกต่างกัน   ถึงอย่างนั้น ถ้าความเหงามันยังเหงาอยู่ และการมีแฟนไม่ช่วยให้เรารู้สึกไม่เหงา ในทางตรงกันข้าม กลับอาจเหงามากขึ้น เป็นไปได้ว่า อาจมีบางอย่างที่ผิดพลาดในความสัมพันธ์   เป็นไปได้ว่า เวลาที่มีให้กันอาจไม่มากพอ เป็นไปได้ว่า ความเข้าใจที่มีให้กันอาจไม่มากพอ เป็นไปได้ว่า ทัศนคติที่มีอาจไม่ตรงกัน   แต่อย่าเพิ่งไปตีความเป็นอันขาดว่า การที่เรามีแฟนแล้วยังเหงา แปลว่า เรากับเขาไม่รักกัน บางที มันก็อาจเป็นเพียงวิถีชีวิตที่ปรับจูนยังไม่ตรงกัน   ที่สำคัญ จงอย่าลืมว่า เราไม่ได้รักใครเพื่อให้หายเหงา … Continue reading Q:ทำไมเรามีแฟนอยู่แล้วทำไมรู้สึกเหงาคะ?

Q : ทำไมทุกความสัมพันธ์มันต้องดีแค่ช่วงแรกๆด้วยละคะ ทำไมมันไม่ดีไปตลอด?

เคยมีคนบอกว่า ความรักมักเริ่มจากร้อย และลดน้อยลงจนเหลือศูนย์   ยิ่งเวลาผ่านไปนานสักเท่าไหร่ สิ่งที่เราพบไม่ใช่ความรักที่เพิ่มมากขึ้น แต่เป็นความรู้สึกรักที่น้อยลงไป   อาจจะไม่ได้เป็นจริงกับความสัมพันธ์ทุกคู่ แต่ความสัมพันธ์ของหลาย ๆ คู่ รู้สึกแบบนั้น   ในความเป็นจริง เราต้องเข้าใจกฎธรรมชาติอย่างหนึ่ง กฎที่ว่า ไม่มีอะไรไม่เปลี่ยนไป   ใช่ครับ จะช้าหรือเร็ว ทุกอย่างเปลี่ยนไปเสมอ จากน้อยไปมาก จากมากมาน้อย ไม่มีอะไรที่คงทนถาวรได้   วิธีการที่เราจะทำให้ความรักของเรา ยังคงดีอยู่ได้ ในวันที่เราไม่อาจหลีกหนีความเปลี่ยนแปลง คือ เราต้องเปลี่ยนความรัก ก่อนที่ความรักจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของเรา   ความรักของหลายคู่ๆ ที่ยังรักกันมาก และรักกันได้อย่างยาวนาน เพราะเขาไม่ได้ยึดติดกับความรักแบบหนุ่มสาว แต่เขาปรับความรักไปตามวันเวลา   บางคู่รักกันแบบคู่ชีวิต บางคู่รักกันแบบคู่พ่อแม่ที่ต้องดูแลลูกร่วมกัน บางคู่รักกันเหมือนเพื่อน และบางคู่ ยังรักกันแบบความรักของหนุ่มสาว แต่เปลี่ยนความหวือหวา ความหวานในวันวาน เป็นความรักแบบคนที่ผูกพัน และเข้าใจกัน   เมื่อถึงเวลาหนึ่ง ทุกความรักมีวันที่จะเปลี่ยนไป คงจะดีที่ต่อให้ความรักนั้นเปลี่ยนไปสักแค่ไหน แต่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนั้น เรายังรักกันเหมือนเดิม

Q : การที่เพื่อนกันรู้สึกดีต่อกัน หึงหวงกัน มีสิทธิ์ทุกอย่างเหมือนแฟน แต่ไม่ใช่แฟน แบบนี้เค้าเรียกสถานะอะไร?

ความสัมพันธ์เป็นเรื่องซับซ้อน และเข้าใจได้ยากในบางครั้ง อาจเป็นเพราะอย่างนั้น เราถึงต้องมีสถานะของความสัมพันธ์ เพื่ออย่างน้อยจะได้ชัดเจนว่า ระหว่างเราเป็นอะไรกัน จะได้ไม่มีใครที่ต้องคิดไปเอง และจะได้รู้ว่า ต้องปฏิบัติตัวมากน้อยแค่ไหนในความสัมพันธ์นั้น   เพื่อน คือ คนที่ใกล้ชิดกับเรามากที่สุดคนหนึ่ง กับบางคน เพื่อนไม่ต่างอะไรจากคนในครอบครัวของเราคนหนึ่งเลย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่เราจะใกล้ชิด หรือสนิทกับเพื่อน   แต่ความสนิทของเพื่อน กับความสนิทในแบบของคนรัก ก็มีรูปแบบแตกต่างกัน   แน่นอนว่า เพื่อนรู้สึกดีต่อกันได้ แต่ไม่ใช่รู้สึกแบบความรักของหนุ่มสาว   แน่นอนว่า เพื่อเป็นห่วงกันได้ แต่เพื่อนไม่หึงหวงกันแน่ๆ   การที่สถานะคือเพื่อน แต่ความรู้สึกไปไกลเกินกว่าคำว่าเพื่อนแล้ว นั่นแปลว่า สถานะกับความรู้สึกของเราไม่ตรงกัน และเมื่อไหร่ก็ตามที่สถานะกับความรู้สึกไม่ตรงกัน ก็จะกลายเป็นความยุ่งเหยิงในที่สุด   ทางออกที่ดีที่สุด ที่จะลดความสับสนของความสัมพันธ์ได้ คือ การทำให้ความสัมพันธ์นั้นให้ชัดเจน เมื่อรู้สึกมากกว่าเพื่อน สถานะเพื่อนคงไม่ใช่คำตอบ   แต่คำตอบคืออะไร น่าเสียดายที่ในความรัก เราไม่ใช่คนเดียวที่จะให้คำตอบได้   แต่อย่างน้อย ก็อย่ากลัวที่จะถาม ว่าระหว่างฉันกับเธอ เราคืออะไร

Q : รักต่างวัย เป็นไปได้ไหม?

ผมมีความเชื่ออยู่อย่าง ผมเชื่อว่า ความรักไม่มีคำว่า เป็นไปไม่ได้ และความรักเป็นสิ่งที่อยู่เหนือทุกเงื่อนไข ไม่ว่าเงื่อนไขนั้นจะเป็นเพศ สภาพทางกาย ฐานะ การศึกษา หรือแม้แต่อายุ   ตราบเท่าที่ไม่ใช่เรื่องราวที่ผิดศีลธรรม ความรักเกิดขึ้นได้ และเป็นไปได้เสมอ   แต่การที่ความรักเป็นไปได้ กับการที่จะทำให้ความรักนั้นเป็นความรักที่ดี เป็นเรื่องที่แตกต่างกัน   รักต่างวัยเกิดขึ้นได้ และเป็นไปได้ ไม่ผิด ทว่าการให้ความรักนั้นคงอยู่ และไปได้ดี เป็นเรื่องที่เราต้องลงลึกไปในรายละเอียด   แน่นอนว่า อายุที่ต่างกัน ย่อมมีความคิดที่ต่างกันออกไป ทัศนะคติที่ต่างกันออกไป และเมื่อมีความต่าง ก็เป็นธรรมดาที่ต้องปรับตัวเข้าหากัน   ซึ่งการจะปรับตัวเข้าหากันได้ เราต้องเปิดหัวใจของเราให้มากพอ เพื่อที่จะเรียนรู้กันและกัน และเข้าใจว่า ความรักสำหรับเราคือการเรียนรู้ ที่เรายินดีจะเรียนรู้ไปอย่างมีความสุข   เหมือนกับการได้เรียนในวิชาที่เรารัก แต่การเรียนรู้นี้เป็นสิ่งที่มีความหมายยิ่งกว่า เพราะคือการเรียนรู้เรื่องราวของคนที่เรารัก