วันที่ร้ายๆ สร้างความหมายให้วันที่ดีๆ

ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า ต่อให้เราอยากจะให้วันทุกวันเป็นวันที่ดี แต่วันบางวันมันก็ไม่ดีอย่างที่เราคิดเท่าไหร่ มักมีปัญหา หรือสิ่งต่างๆ ที่ไม่เป็นใจมาให้เราได้พบเจอ จนถ้าหากทำได้ เราก็อยากที่จะกดข้ามวันนั้นไปเลย เผื่อที่จะตื่นเช้ามาเป็นวันใหม่ ถึงอย่างนั้น ในความเป็นจริง เราก็ไม่สามารถกดข้ามวันที่แย่ๆ ไปได้ แต่ถึงเราจะกดข้ามไม่ได้ แต่ตราบใดที่เวลายังคงเดินไปข้างหน้าเสมอ วันที่แย่ๆ เวลาที่ไม่เป็นใจ ก็จะค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านเราไปในทุกนาที รู้ตัวอีกทีวันเหล่านั้นก็กลายเป็นอดีตแล้ว ในความเป็นจริง วันที่แย่ๆ เหล่านั้นนี่แหละ ที่ทำให้เราเห็นคุณค่าของวันที่ดีๆ เพราะหากทุกวันเป็นวันที่ดีๆ เป็นวันที่เป็นอย่างใจของเรา วันที่ดีๆ เหล่านั้นก็คงไม่มีความหมาย เพราะกลายเป็นความเคยชิน ที่เราเลือกการมองข้าม มากกว่าที่จะมองเห็นหรือให้ค่ากับวันดีๆ เหล่านั้น ที่สำคัญ วันที่แย่ๆ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดวันที่ดีๆ ขึ้น เพราะในวันที่แย่ๆ อย่างนั้น ชีวิตมักมอบบทเรียนที่ล้ำค่าให้กับเรา เป็นบทเรียนที่สอนให้เรารู้ว่า เราจะหลีกเลี่ยงวันแย่ๆ ไม่ให้เกิดขึ้นได้อีกอย่างไร และเราจะมีวันที่ดีๆ ได้อย่างไร ในวันที่เรารู้สึกว่า มันเป็นวันที่แย่ หรือว่า เป็นวันที่ไม่ดี อย่าได้กลัว หรือว่า หวาดหวั่น เพราะวันแย่ๆ ก็เหมือนความมืดมิด ที่จะทำให้เรามองเห็นวันดีๆ ที่เป็นดั่งแสง [...]

คนเรามักตกหลุมรักในสิ่งที่ทำให้เราเป็นทุกข์

หากจะพูดตรงๆ คงไม่มีใครอยากที่จะมีความทุกข์ไม่มีใครหรอกที่อยากจะถูกกลบไปด้วยความเศร้าจนเต็มล้นในหัวใจในทางตรงกันข้าม เราต่างอยากมีรอยยิ้มที่เป็นสุขและอยากมีเสียงหัวเราะในทุกวันที่ใช้ชีวิต ถึงอย่างนั้น ในความเป็นจริงยิ่งกว่าเราต่างต้องเผชิญกับความทุกข์ด้วยกันทั้งนั้นและความทุกข์มักจะดูผ่านไปได้ยากเย็นเสมอเมื่อความทุกข์นั้นมาในรูปแบบของคนที่เรารัก เคยสังเกตไหม ยิ่งเรารักใครบางคนมากเท่าไหร่ ยิ่งเราปราถนาใจในใครบางคนมากเพียงใด ความทุกข์จะยิ่งท่วมท้นมากขึ้นเท่านั้น เหมือนที่เคยมีคนเคยบอกไว้ว่า คนที่ทำให้เรารักได้ คือ คนที่ทำให้เราเสียใจได้ ทั้งที่ในความจริงสื่งที่ควรเป็นแล้วความรักควรเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขไม่ใช่ความทุกข์ในหัวใจ แต่เป็นไปได้ไหมว่าบางทีนะ, บางทีไม่ใช่ความรักหรอกที่ทำให้เรามีความทุกข์แต่เป็นการยึดติดในความรักนั้นต่างหากที่ทำให้เราทุกข์ใจยึดติดว่า ใจของเรากับเขาต้องตรงกันยึดติดว่า ความรู้สึกของเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนไปยิ่งเรายึดติดมากเท่าไหร่ เรายิ่งสลัดความทุกข์ได้ไม่พ้นมากเท่านั้น สิ่งที่ถูกต้องจึงไม่ใช่ไม่รักแต่คือการบอกกับตัวเองว่าเราจะไม่ยอมให้ความรักนั้นทำให้เราตกอยู่ในความทุกข์ถ้าจะเป็นความรัก ก็จะเป็นความรักที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ และเมื่อเราเข้าใจแล้วแม้อาจจะมีอะไรมากระทบให้เราเสียใจบ้างเราจะบอกตัวเองได้ว่า ไม่เป็นไร

วันวาเลนไทน์ของคนไม่มีแฟน

เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรัก เพราะมีวันแห่งความรักรอเราอยู่ตรงวันที่ 14 กุมภาพันธ์วันที่หนุ่มสาว และผู้คนทั่วไป จะแสดงออกถึงความรักที่มีให้กันหลังจากด้วยภาระหน้าที่ต่างๆ ทำให้แม้ในสถานะของการเป็นคนรักแต่ความรักคือสิ่งที่เราแสดงออกถึงกันน้อยเกินไป ในเดือนแห่งความรัก โดยเฉพาะในวันแห่งความรักดอกไม้สีสันสวยงามสะดุดตา ของขวัญนานาชนิดจะถูกจัดแจงและแต่งเสริมเพื่อมอบให้กับคนที่เป็นความรู้สึกพิเศษของเราทั้งกับคนที่เราแอบรักเขา หรือกับคู่รักที่คบหากันมาเนิ่นนาน แต่ถึงอย่างนั้นโลกนี้ไม่ได้มีแค่คนที่มีคู่รักมีคนไม่น้อยเลย ที่ยังคงครองสถานะความโสดอยู่และอาจรู้สึกว่า ในวันแห่งความรักนั้นช่างเป็นวันที่ขัดเขิน และน่าอึดอัดสำหรับตัวเอง ในความคิดเห็นของผม วันแห่งความรัก ไม่ได้แปลว่า เป็นวันแห่งคู่รัก เพราะฉะนั้นต่อให้เราเป็นคนที่ไม่ได้มีคู่รัก เราก็สามารถมีความสุขกับวันแห่งความรักได้ หากเราเป็นผู้ที่รักตัวเอง และมีความรักมอบให้กับคนอื่น จริงอยู่ อาจไม่มีดอกไม้สักดอกที่ใครมอบให้กับเราแต่ถึงอย่างนั้น เราก็สามารถมอบของขวัญให้กับตัวเราเองได้ด้วยการดูหนังดีๆ สักเรื่อง ฟังเพลงดีๆ สักเพลง อ่านหนังสือดีๆ สักเล่มหรือแม้แต่อาจไม่ต้องมีของขวัญชิ้นใดเลยแค่ตระหนักว่า วันทุกวันที่เรายังมีลมหายใจเป็นสิ่งที่สุดแสนจะพิเศษมากมายแค่ไหน เท่านั้นก็เท่ากับเราได้มอบของขวัญให้กับตัวเองในทุกๆ วันแล้ว

พรุ่งนี้คือวันที่ยังมาไม่ถึง วันนี้คือวันที่มีอยู่จริง

สองสิ่งที่ทำให้คนเรามีความทุกข์กับชีวิตสิ่งหนึ่งอาจดูเป็นด้านบวก สิ่งหนึ่งอาจดูเป็นด้านลบแต่ทั้งสองสิ่งต่างมอบความเศร้าให้กับเราได้ การคาดหวัง แท้จริงแล้ว ชีวิตของคนเราควรมีความหวังและการมีความหวังเป็นเรื่องงดงามของชีวิตความหวังคือพลังที่ขับเคลื่อนให้คนเราเดินหน้าไปต่อ ความหวังไม่ต่างอะไรจากแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิดความหวังไม่ผิดอะไรไปจากสายน้ำท่ามกลางความเหือดแห้งของฤดูร้อน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ความหวังเปลี่ยนเป็นความคาดหวังเมื่อนั้น ความทุกข์จะเข้ามาแทนที่ความสุข การคาดหวัง คือ การคาดว่า ความหวังนั้นจะเป็นจริงหากความหวังคือระหว่างทางที่สวยงามการคาดหวัง ก็อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ปลายทางเรารู้สึกหม่นเศร้า ชีวิตของคนเราควรมีความหวังแต่อย่าคาดหวังมากจนเกินไปทำแต่ละวัน แต่ละก้าว แต่ละนาทีอย่างมีความสุขหากเราทำวันทุกวันให้ดี ปลายทางจะเป็นอย่างไรไม่มีอะไรต้องเสียใจ ความกังวล ความกังวล คือการเอาทุกข์ของวันข้างหน้ามาไว้กับวันนี้ความกังวล คือการเอาความคิดด้านลบมากลบปัจจุบัน จริงอยู่ ความกังวลอาจมีข้อดีบ้างที่ทำให้เราไม่ประมาทกับชีวิต อะไรก็ตาม หากอยู่ในความพอดีก็อาจมีแง่มุมที่ดีแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ความพอดีกลายเป็นน้อยไป หรือว่ามากไปสุดท้ายแล้ว จะสร้างปัญหาให้กับความรู้สึกของเรามากกว่าประโยชน์ ความกังวลก็เช่นกันเรามีความกังวลได้แต่อย่างให้ความกังวลทำให้เราเป็นทุกข์จนมองไม่เห็นความสุขของปัจจุบัน พรุ่งนี้ในวันนี้ สุดท้ายแล้ววันพรุ่งนี้ คือ วันหน้าของวันนี้วันนี้วันพรุ่งนี้ยังมาไม่ถึงเราก็ยังไม่ต้องรีบเร่งให้วันพรุ่งนี้มาถึงด้วยการเอาความคาดหวัง หรือความกังวลซึ่งเป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้มาใส่ในวันนี้ เราต้องเชื่อมั่นอย่างหนึ่งว่าทำวันนี้ให้ดีแล้ววันพรุ่งนี้จะดีเอง

เราจะลดน้ำหนักของความทุกข์ได้อย่างไร

ตอนนี้กระแสเรื่องของการรักสุขภาพเป็นเรื่องที่กำลังมาแรงผู้คนต่างหันมาสนใจเรื่องการดูแลสุขภาพของตัวเองโดยเฉพาะเรื่องของการลดน้ำหนัก การควบคุมน้ำหนักให้มีรูปร่างที่ดี เพื่อที่จะมีสุขภาพที่ดี ในการลดน้ำหนักตัว มีหลักเกณ์ในการลดมากมายแต่หัวใจสำคัญของการลดน้ำหนักทุกสูตรคือ การที่กินเข้ามาให้น้อยกว่ากำลังกายที่ออกไป นอกจากเรื่องของการลดน้ำหนักแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ที่เราควรมาใส่ใจกันคือการลดน้ำหนักความทุกข์ในหัวใจของเราเอง เพราะความทุกข์เป็นสิ่งที่มีน้ำหนักและแต่ละวันที่ผ่านไป เป็นเราเองที่สะสมพลังงานของความทุกข์ไว้ในหัวใจมากมายโดยที่เราไม่ได้เอาออกไปบ้าง หากจะอยากลดน้ำหนักของความทุกข์ลง เราต้องพยายามที่จะไม่นำเข้า แบกรับความทุกข์ใหม่ๆ เข้ามาในหัวใจ และรู้จักที่จะออกกำลังเอาความทุกข์ไปจากหัวใจ การออกกำลังใจ คือ การมีทัศนคติที่ดี การมองโลกที่แง่บวก ยิ่งเรามีทัศนคติที่ดี ยิ่งเรามองโลกในแง่บวก ความทุกข์ในหัวใจก็จะยิ่งถูกขับออกไปมากเท่านั้น เมื่อถึงจุดหนึ่ง เราไม่เอาความทุกข์เข้ามา และเราขับไล่ความทุกข์ออกไปน้ำหนักของความทุกข์ในหัวใจของเราก็จะไม่เหลือและเราก็จะไม่รู้สึกหนักใจอีกต่อไป เพราะความสุขคือการมีหัวใจที่เบาสบาย

ความทรงจำที่งดงาม ก็ยังเป็นแค่ความทรงจำ

ปัญหาหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของคนเราติดอยู่กับที่ไม่อาจก้าวเดินไปต่อไปในวันข้างหน้าคือการยึดติดกับความทรงจำ ไม่ใช่แค่ความทรงจำเก่าๆ ในเรื่องราวแย่ๆ เท่านั้นที่ทำให้ชีวิตของเราไม่ก้าวเดินไปไหนแต่บางครั้ง ความทรงจำดีๆ ด้วยที่ทำให้เราไม่อยากก้าวเดินต่อไป คนบางคนเริ่มต้นชีวิตใหม่แต่ยังเอาความคิดของตัวเองไปผูกไว้กับเรื่องราวเก่าๆ ในอดีตอยู่เสมอและคาดหวังว่า มันจะดีอย่างเดิมพอไม่เป็นอย่างที่คิด ก็ไปคิดเองว่า สิ่งที่มีอยู่ตอนนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดี คนหลายคน เริ่มต้นกับคนรักคนใหม่ แต่ก็ยังคงคิดถึงคนรักคนเก่าที่จากมา ยังตัดใจจากเขาไม่ได้จริงๆ สร้างความเจ็บปวดขึ้นมาในหัวใจ ทั้งหัวใจของเราเอง และหัวใจของคนใหม่ที่เขาไม่ได้รับรู้เรื่องราวใดๆ ด้วย อดีต ปัจจุบัน อนาคตคือช่วงเวลาที่แยกขาดออกจากกันแต่แปลกที่เราชอบเอามาปนกันจนกลายเป็นความทุกข์ใจมากกว่าความสุขใจ ความทรงจำ แสนดีแค่ไหนก็เป็นแค่ความทรงจำวันนี้ ปัจจุบัน ขณะนี้ต่างหากคือช่วงเวลาที่เรามีอยู่จริงและเราควรใช้มันไปอย่างคนที่มีความสุข ความทรงจำดีๆ ก็เหมือนภาพถ่ายเราจะย้อนกลับไปมองบ่อยแค่ไหนก็ได้แต่สิ่งสำคัญ คือ บางครั้งเราต้องเงยหน้าขึ้นมาจากภาพถ่ายและมองความงดงามที่กำลังเกิดขึ้นข้างหน้าซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายมากที่สุด

สิ่งสำคัญของความรัก ไม่ใช่การได้มา แต่คือการรักษาไว้

ลึกๆ แล้ว ต่อให้เราเป็นคนที่หวาดกลัวการมีความรักสักเท่าไหร่แต่ในหัวใจ หากเลือกได้ เราคงอยากที่จะมีความรักที่แท้จริงกับใครสักคน ความรักที่เราไม่ต้องเสียใจความรักที่ไม่รู้สึกเหนื่อย และไม่รู้สึกว่า ต้องพยายามความรักที่เป็นเหมือนพลังงานให้กับหัวใจ เราจึงต่างแสวงหา ตามหา ไขว่คว้าเพื่อให้ได้มาซึ่งความรักแม้ว่า จะต้องเสี่ยงกับความเสียใจแต่หัวใจของเราก็จะสั่งให้เราเดินตามหัวใจของตัวเองเสมอ เพราะลึกๆ เราเชื่อว่า แม้จะต้องผิดหวังจากความรักสักกี่ครั้ง แต่การสมหวังจากความรักเพียงแค่ครั้งเดียวที่จะคงอยู่ตลอดไป นั่นก็มากเพียงพอแล้วกับชีวิตของคนหนึ่งคน ถึงอย่างนั้น เราอาจคิดว่า การไขว่คว้าให้ได้มาซึ่งความรักเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดแล้วของความรักซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยสิ่งสำคัญที่สุดของความรักไม่ใช่การได้มาแต่คือการรักษาความรักนั้นไว้ต่างหาก เพราะถ้าพูดจริงๆ แล้วความรักแม้การได้มาจะเป็นเรื่องยากแต่การรักษาความรักไว้เป็นเรื่องยากยิ่งกว่าคนมากมายที่ทำให้ความรักเกิดขึ้นมาได้แต่รักษาความรักไว้ไม่ได้เพราะเขาดูแลความรักยังไม่ดีพอจนต้องมานึกเสียใจภายหลัง เราอย่าเป็นคนนั้นเมื่อได้ความรักมาจงดูแลรักษาความรักนั้นให้ดีที่สุดโอบกอดความรักไว้ด้วยหัวใจของเราเหมือนของขวัญอันล้ำค่าที่จะไม่ยอมให้หายไป

ความเหงา คือ ส่วนหนึ่งของวิชาการอยู่กับตัวเองให้เป็น

หากเราเชื่อว่า ทุกอย่างบนโลกใบนี้คือการเรียนรู้ สิ่งต่างๆ ที่เราต้องพบเจอในแต่ละวัน คงไม่ต่างอะไรจากบทเรียนในแต่ละวิชา ความผิดหวัง การอกหัก อาจเป็นบทเรียนหนึ่งของวิชาการเรียนรู้กับความรัก ความล้มเหลว ความผิดพลาด อาจเป็นอีกบทเรียนของวิชาการที่จะประสบความสำเร็จ ถ้ามองให้เห็น เราจะพบว่าทุกอย่างบนโลกนี้คือบทเรียนที่มีเรื่องราวมากมายให้เราได้เรียนรู้ไม่จบสิ้น แล้วกับสิ่งที่เรียกว่า ความเหงาล่ะมีบทเรียนอยู่ในนั้นด้วยหรือไม่ คำตอบคือใช่สำหรับเรา ความเหงาคือบทเรียนของวิชาการอยู่กับตัวเองให้เป็น ใช่ไหมว่า ในวันๆ หนึ่งเราต้องพบเจอผู้คนมากมายในแต่ละวันกับบางคนเราพบเจอแล้วก็เลยผ่านไปในเวลาไม่ช้านานแต่กับบางคน เมื่อพบเจอแล้วเราก็เผลอเอาใจไปผูกพัน ความผูกพันเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขและรู้สึกอบอุ่นในหัวใจแต่ขณะเดียวกัน ความผูกพันก็อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้คนเราปวดร้าวได้อย่างมากที่สุดเมื่อวันที่ความสัมพันธ์ได้ห่างหายไป ความเหงา คือความรู้สึกโดดเดี่ยวในหัวใจไม่มีใครชอบความเหงาหรอกแต่ถึงอย่างนั้น ความเหงาคือช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเองเพียงลำพังจริงๆและช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเองเพียงลำพังเป็นช่วงเวลาที่มีค่าเพราะในช่วงเวลาเหล่านั้นเราจะได้ทบทวนตัวเองอย่างแท้จริงว่าที่ผ่านมาเราเอาหัวใจไปฝากไว้ที่ใครมากไปหรือเปล่า

เมื่อไหร่กัน ที่เราควรพอกับบางความสัมพันธ์เสียที

ไม่ว่ากับความสัมพันธ์ใดหากเป็นไปได้ เราก็คงอยากให้ความสัมพันธ์นั้นคงอยู่ตลอดไปเพราะกับสิ่งที่เรียกว่า ความสัมพันธ์ไม่ใช่ของเล่นเมื่อรักกับใคร เราคงไม่อยากรักๆ เลิกๆแต่ถ้าทำได้ เราคงอยากรักษาความสัมพันธ์นั้นไว้ให้นานที่สุด ถึงอย่างนั้น มันก็มีบางความสัมพันธ์ที่เราอาจต้องตัดใจให้มันจบลงสักทีแม้ว่า ลึกๆ แล้วเรายังอยากรักษาความสัมพันธ์นั้นไว้ก็ตาม 1.ความสัมพันธ์ที่ยิ่งคบกัน ยิ่งเหนื่อยใจ จริงว่า เวลาเรารักใครก็ตามเราอาจไม่ได้คาดหวังสิ่งใดจากความสัมพันธ์นั้นเราแค่ขอให้เรากับเขาเป็นความสุขของกันและกันเป็นพลังให้กันในวันที่เหนื่อยล้าเป็นกำลังใจให้กันในวันที่อ่อนแรง แต่หากความสัมพันธ์ที่เรามีอยู่ไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ยิ่งคบยิ่งไม่เข้าใจ ยิ่งอยู่ด้วยกัน ยิ่งรู้สึกเหมือนห่างไกลกัน ความสัมพันธ์ที่ใครคนนึงวิ่งตาม แต่ใครอีกคนวิ่งหนี ความสัมพันธ์นั้นคงเหนื่อยเกินไปที่เราจะยื้อไว้ 2.ความสัมพันธ์ที่ความคิดต่างกันออกไป แน่นอนว่า ความคิดต่างไม่ใช่เรื่องผิดและคนที่รักกัน ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกันทุกอย่างเพราะบ่อยครั้ง ความคิดที่แตกต่างก็ทำให้เราได้มองเรื่องราวอื่นๆ ในมุมใหม่ แต่ที่สำคัญคือความต่างของความคิดนั้นต้องมีทางมาบรรจบกันต้องมีจุดที่มาพบกันที่ตรงกลาง หากความต่างของความคิดนั้นไม่เคยตรงกันและไม่เคยปรับเข้าหากัน เราคงต้องการคู่รัก มากกว่าคนที่จะมาเป็นคู่รบ 3.ความสัมพันธ์ที่คนสองคนต่างหมดรักกันแล้ว แม้เป็นสิ่งที่น่าเศร้า แต่เราคงต้องยอมรับว่าความรักมีวันหมดอายุ สิ่งสำคัญคือเมื่อความรักของคนสองคนหมดอายุและอยู่กันอย่างคนที่ไม่ได้รักกันอีกต่อไปแล้วการที่จะทนฝืนความสัมพันธ์นั้นไว้ไม่ได้ช่วยให้เรารักกันมากขึ้นได้มีแต่จะทำให้ความรู้สึกที่เรามีให้กันมันจมลงไปมากขึ้น บางทีนะ, บางทีในวันที่เราไม่อยากจับมือกันอีกต่อไปแล้วสิ่งง่ายๆ ที่เราทำให้กันได้คือ เราควรปล่อยมือกันไปเสียที

ความรู้สึกของคนข้างๆ เป็นสิ่งที่เปราะบางเกินกว่าจะเฉยชา

ไม่ว่านิยามของความสัมพันธ์ระหว่างเราแต่ละคนจะคืออะไรแต่ในความคิดเห็นของผมการใส่ใจในความรู้สึกของกันและกันควรรวมอยู่ในสิ่งที่ต้องมีในความสัมพันธ์ เมื่อเราพบกัน เมื่อเรารักกันความรู้สึกของอีกฝ่ายเป็นสิ่งที่เราสนใจโดยเฉพาะเขาจะรู้สึกกับเราอย่างไรเขาจะคิดกับเราแบบไหนวันที่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันเขาจะประทับใจ และมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำร่วมกันหรือเปล่า แต่แปลกที่ ยิ่งความสัมพันธ์ของคนสองคนขยับเข้าใกล้ การใส่ใจในความรู้สึกของกันกลับยิ่งเขยิบห่าง เหมือนก่อนรักกัน เราสนใจความรู้สึกของอีกฝ่าย แต่พอรักกัน ต่างฝ่ายต่างคิดถึงความรู้สึกของตัวเอง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ควรเป็นอย่างนั้นเลย ยิ่งรักกัน ยิ่งคบกันมานาน ยิ่งผูกพันกัน ความรู้สึกของอีกฝ่าย ยิ่งเป็นสิ่งที่เราต้องดูแล ยิ่งให้ใจกันยิ่งอยู่ข้างๆ กันหัวใจของอีกฝ่ายเป็นสิ่งที่เรายิ่งต้องทนุถนอม ความรักไม่ได้แปลว่าเราจะเฉยชาและมองข้ามความรู้สึกของอีกคนอย่างไรก็ได้แต่ความรักของการดูแลกันและกันให้ดีที่สุดในทุกด้านรวมถึงด้านของความรู้สึก เพราะเมื่อไหร่ที่ความรู้สึกในหัวใจของใครบางคนแตกสลายต่อให้เคยรักกันมามากเท่าไหร่ก็แทบไม่มีวันจะประกอบกลับมาให้เป็นอย่างเดิม

%d bloggers like this: