อย่าโกรธกัน หากวันนี้เราจะขอตัดใจจากคุณ

กับคนที่เคยคบกันอยู่โดยเฉพาะในช่วงเวลาของการเป็นคนอื่นใหม่ๆเราจะพบว่า เหมือนทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิมต่างจากเดิมแค่ตรงที่ไม่มีเขาคนนั้นอยู่ที่เดิมแล้ว เราจะยังคงคิดถึงเขาเราจะยังคงคิดว่าเขายังเป็นของเราอยู่และลึกๆ เราอาจยังหวังว่าทุกอย่างระหว่างเรากับเขาอาจมีสักวันที่กลับมาเป็นเหมือนเดิม จะมีช่วงเวลาหนึ่งที่เราจะบอกกับตัวเองว่าเราจะรักเขาอยู่เสมอตลอดไปและไม่ว่าจากนี้ยาวนานแค่ไหนเราก็จะยังคงรอเขาอยู่เสมอ แต่แล้วก็จะมีวันหนึ่ง วันที่เวลาได้ผ่านไปนานมากพอ แม้เราจะยังรักเขาอยู่ และความรู้สึกของเราไม่ได้เปลี่ยนไป แต่เรารู้แล้วว่า ชีวิตของเราต้องดำเนินต่อไป เราต้องตัดสินใจที่จะตัดใจจากเขาเสียที บางครั้ง การตัดใจ ไม่ได้แปลว่า เราหยุดรักเขาได้แล้วแต่การตัดใจอาจแปลว่า เรารู้ว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะกลับมารักตัวเอง เรารักคนอื่นมามากพอแล้วเราเสียใจเพราะคนอื่นมานานพอแล้วเราร้องไห้ให้คนอื่นมาเพียงพอแล้ว มีแต่การตัดใจจากเขาเท่านั้นที่จะทำให้เรากลายเป็นเราคนใหม่ได้ คนที่ไม่เสียใจกับเรื่องเดิมๆ

มีแต่การผ่านวันแย่ๆ ไปให้ได้เท่านั้น ที่จะทำให้เราเจอวันที่ดีๆ ที่รออยู่

ต้องยอมรับว่า แม้เราอยากให้วันทุกวันเป็นวันที่ดีและแม้ว่า ในวันที่ไม่ดีก็ยังมีเรื่องราวที่ดีซ่อนอยู่แต่วันที่ไม่ดี วันที่เราพบความไม่เป็นใจในทุกอย่างมีอยู่จริง ไม่มีใครชอบวันที่ไม่ดีหรอกต่อให้วันที่ไม่ดีนั้นจะมีบทเรียนมากมายให้กับเราต่อให้วันที่ไม่ดีเหล่านั้นจะทำให้เราเข้มแข็ง และแกร่งขึ้นแต่ถ้าเลือกได้ เราก็ยังอยากจะมีแต่วันที่ดีๆ ในชีวิต ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ใช่ความลับแต่เป็นความจริงที่เราทุกคนต่างรู้กันเราไม่อาจหลีกเลี่ยงวันแย่ๆ ในชีวิตได้วันที่เราต้องร้องไห้ วันที่เราต้องเสียน้ำตาวันที่เราไม่อยากฝันถึงวันๆ นั้นมีอยู่จริงในชีวิตของเราทุกคน แต่การหวาดกลัว หรือการจมอยู่กับวันแย่ๆ เหล่านั้น ก็ไม่ได้ช่วยให้เราผ่านมันมาได้ ในทางตรงกันข้าม ยิ่งเราพยายามหลบหนี หรือหลีกเลี่ยงเท่าไหร่ วันแย่ๆ ยิ่งอยู่กับเราเนิ่นนานเท่านั้น มีแต่การผ่านวันแย่ๆ เหล่านั้นไปให้ได้ด้วยการเลือกที่จะเผชิญหน้าด้วยการใช้ความรู้สึกอดทนและด้วยการมองโลกในมุมของแง่ดีที่มีความหวังเสมอมีแต่การทำอย่างนี้เท่านั้นที่เราจะได้พบกับวันดีๆ ที่กำลังรอเราอยู่

กับบางเรื่องราวของชีวิต เราอาจเสียใจกับมันได้ แต่ไม่ควรถอดใจ

ในชีวิตของเรามีเรื่องราวไม่น้อยเลยที่พอผ่านมาแล้วหรือเกิดขึ้นแล้วเรารู้สึกเสียใจ บางความสัมพันธ์แม้เราได้เริ่มต้นมันขึ้นมาด้วยความรักและอยากจะรักษาความรักนั้นไว้ให้คงอยู่เสมอแต่ด้วยอะไรก็ตามทำให้เราต่างกลายเป็นคนที่ทำให้ความรักหล่นหายและโดยไม่ได้ตั้งใจเราต่างมีส่วนทำลายความสัมพันธ์ กับสิ่งที่เรียกว่าความฝันสิ่งที่เหมือนว่า เป็นเป้าหมายปลายทางของชีวิตที่เราเองอยากเดินทางไปให้ถึงแต่ก็จะมีบางครั้งในบางวันที่ทุกอย่างไม่เป็นเหมือนใจเราและเราเองต้องตกไปอยู่ในความรู้สึกของความพ่ายแพ้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของความรัก หรือว่า ในเรื่องราวของความฝัน จะมีช่วงเวลานั้น ที่เรารู้สึกเสียใจ แต่ความรู้สึกเสียใจ ไม่ควรเป็นเหตุผลให้เราถอดใจ ถ้าเรายังมีความรัก และยังมีความฝันในหัวใจ เพราะความรู้สึกเสียใจเป็นเรื่องธรรชาติ และธรรมดาเหมือนกับความรู้สึกดีใจเกิดขึ้นมา เดี๋ยวก็หายไป ต่างจากการถอดใจเมื่อไหร่ที่เราถอดใจทุกอย่างจะจบลงและความพ่ายแพ้จะเป็นของเราอย่างถาวร บ่อยครั้งสิ่งที่ทำให้คนเราเสียใจมากที่สุดในวันที่ผ่านเลยไปไม่ใช่อะไรอื่นแต่คือการที่เราถอดใจกับบางเรื่อง และบางคนไวเกินไป

เหตุผลที่แฟนเก่า ไม่ใช่คนที่เราควรคิดถึงอีกต่อไป

แฟนเก่า คือ มนุษย์ที่เราเคยรักมากกับความสัมพันธ์ทุกครั้ง ไม่ว่ามากหรือน้อยเชื่อว่า ลึกๆ แล้วเราต่างแอบหวังว่าความสัมพันธ์นั้นจะไปได้ตลอดจนรอดฝั่ง แต่ด้วยปัจจัยอะไรก็ตามรักไม่มากพอหรือว่ารักไม่เท่าเก่าแม้กระทั่งรักอย่างเดียวยังไม่พอกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้คนสองคนต้องจากลากันในความสัมพันธ์ ไม่ผิดหรอก กับคนเคยรักกันมาก และบางครั้งก็ยังรักกันอยู่ ที่ใหม่ๆ หลังจากเลิกกัน เรายังคงลืมเขาไปจากใจไม่ได้ แต่ก็มีเหตุผลบางอย่างเหมือนกัน ที่จะบอกกับเราว่า เราควรเลิกคิดถึงเขาให้ได้สักที อดีตสำคัญน้อยกว่าปัจจุบัน ไม่ว่าเราจะเคยรักเขา หรือว่า ยังรักเขาก็ตาม แต่ความจริงคือเขาเป็นอดีตไปแล้วอดีตคือสิ่งที่ไม่อาจย้อนกลับคนในอดีตก็คือคนที่จะไม่ย้อนกลับเช่นกันการคิดถึงเขา การหวังว่าเขาจะกลับมาไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมีแต่จะทำให้ชีวิตของเราหยุดอยู่กับที่ เขากลายเป็นอดีตไปแล้วเมื่อไหร่เราจะอยู่กับปัจจุบันเสียที 2. ความเสียใจเป็นเรื่องธรรมดา ที่เราไม่ควรใช้เวลากับมันยาวนานจนเกินไป หลังจากการเลิกกันใครเลยจะไม่ผิดหวังใครบ้างจะไม่เสียใจและยิ่งเราคิดถึงเขามากเท่าไหร่ความเสียใจก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แต่หากเรารู้ว่าเวลาของเราเป็นสิ่งมีค่าการที่เราจะใช้เวลาไปกับความเสียใจนานมากเกินไปคงไม่ใช่การใช้เวลาที่มีประโยชน์ เราควรหยุดคิดถึงเขาสักทีเพื่อที่เราจะได้เลิกใช้เวลาไปกับความเสียใจเสียที 3. เราควรใช้เวลาเพื่อรักตัวเอง มากกว่าที่จะมาคิดถึงแฟนเก่า เมื่อความสัมพันธ์ในฐานะของคนรักจบลงแม้ใครบางคนจะหายไปแต่ความรักไม่ได้หายไปด้วยเสมอ สิ่งที่เราควรทำคือการเก็บความรักที่เขาไม่รับมารักตัวเราเอง มาให้ตัวเราเองเพราะยิ่งเรารักตัวเองมากเท่าไหร่เราก็จะยิ่งลืมใครบางคนได้ไวมากเท่านั้น

เราอาจต้องยอมพ่ายแพ้นับครั้งไม่ถ้วน เพื่อเจอชัยชนะที่คุ้มค่าสักหนึ่งครั้ง

ในชีวิตของคนเราต้องพบเจอมาแล้วทั้งชัยชนะและความพ่ายแพ้ชัยชนะมอบความสุขให้ผู้ชนะความพ่ายแพ้สร้างความเศร้าให้กับผู้ที่แพ้ บางคนนับชัยชนะเป็นความสำเร็จและถือว่า ความพ่ายแพ้เป็นจุดจบ บางทีนะ, บางที เราอาจกำลังเข้าใจผิด ความพ่ายแพ้แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่จุดจบ หรือการสิ้นสุดใดๆ แต่ความพ่ายแพ้ คือ บันไดขั้นหนึ่ง ที่พาให้เราเดินไปต่อ หากเราเข้าใจและมองว่าความพ่ายแพ้แท้จริงแล้วคือบทเรียนการพ่ายแพ้ไม่ว่ากี่ครั้งไม่ใช่เรื่องที่เราต้องเสียใจแต่เป็นสิ่งที่เราควรขอบคุณเพราะทุกครั้งที่เราพ่ายแพ้เราจะได้บทเรียน เป็นบทเรียนที่ทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นเป็นบทเรียนที่ทำให้เราเป็นคนที่เก่งมากขึ้น และในชีวิตของคนเราหากเรายอมที่จะพ่ายแพ้หลายๆ ครั้งแต่ไม่มีความพ่ายแพ้สักครั้งที่จะทำให้เรายอมแพ้และหยุดความพยายาม วันหนึ่งนะ, ในวันหนึ่งชัยชนะที่เราตามหาจะรอเราอยู่ข้างหน้าและเราจะขอบคุณความพ่ายแพ้ในวันที่ผ่านมามากกว่าที่จะโทษมัน เพราะความพ่ายแพ้นั่นแหละคือครูที่สอนว่า เราจะชนะได้อย่างไร

เมื่อเราปล่อยเป็น ทุกอย่างจะผ่านไป

ตั้งแต่เล็กจนโตมีเรื่องราวต่างๆ นาๆ ที่เราแต่ละคนต้องพบเจอแต่ละเรื่องราวที่เราต้องเจอมีความแตกต่างกันออกไปถึงอย่างนั้นทุกเรื่องราวที่เราได้พบเจอก็สร้างความสุข และมอบความเศร้าให้กับเราทุกคนเหมือนกัน ไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะมีแต่ความสุขและยิ่งไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะต้องเผชิญหน้าสบตาแต่กับความทุกข์ความสุขและความทุกข์ต่างมาเยือนทุกคนอย่างเท่าเทียมยุติธรรมแค่ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป สิ่งที่ทำให้คนเราแตกต่างกัน ในด้านของการรู้สึกมีความสุข หรือว่า ความรู้สึกว่าทุกข์ใจ จึงไม่ได้เป็นเพราะแค่สิ่งที่เข้ามาเจอมากระทบกับเรา แต่คือวิธีการและวิธีคิดที่เราใช้รับมือกับเรื่องราวเหล่านั้นแตกต่างกัน กับความสุขถ้าใครเลือกที่จดจำแต่เรื่องราวดีๆ ไว้มากกว่าเลือกที่จะตั้งเพดานของความสุขไว้ต่ำกว่าเลือกที่จะมีความสุขได้แม้ในเรื่องที่เล็กน้อยและเรียบง่ายคนๆ นั้นก็จะมีความสุขได้ง่ายกว่า กับความทุกข์ถ้าใครเลือกที่จะเก็บความทุกข์ของวันนี้ให้อยู่กับตัวไปจนวันหน้าไม่ยอมให้อดีตผ่านไปแต่ทำความเศร้าให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอคงไม่แปลกอะไรที่คนๆ นั้นจะมีความทุกข์มากกว่า ในชีวิตของคนเราจริงอยู่ที่เราเลือกไม่ได้ทุกอย่างแต่สิ่งสำคัญหนึ่งอย่างที่เราเลือกได้และเป็นสิ่งที่มีความหมายมากที่สุดคือการเลือกที่จะสุข หรือจะทุกข์ก้บเรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามา

เพราะอะไรความรักถึงควรเป็นเรื่องของคนแค่สองคน

กับเรื่องราวอะไรก็ตามในชีวิตของคนเราไม่เว้นแม้แต่กับความรักหรอกที่เราจะมีผู้หวังดี และผู้ปราถนาดีคอยเข้ามาให้คำแนะนำ และบางครั้งก็ต้องการควบคุมชีวิตของเราไปยังทิศทางที่เขาต้องการ ทั้งๆ ที่ความรัก เริ่มต้นจากคนไม่เกินสองคนคนหนึ่งคนมอบความรัก คนอีกคนรับความรักหรืออาจเป็นคนสองคนมอบความรักให้แก่กันและกันไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามจุดเริ่มต้นของความรักเริ่มต้นขึ้นจากคนสองคน แต่พอเวลาผ่านไป ความรักเริ่มจะไม่ใช่เรื่องของคนสองคน แต่ความรักของเรา เริ่มจะเป็นเรื่องของครอบครัวเรา และเพื่อนฝูงเราไปด้วย มากคำแนะนำ หลากความคิดเห็น จะไหลหลั่งถั่งโถมเข้ามา เขาอาจลืมไปว่า ความรักของเรา ไม่ใช่นิยายรักในการเขียนบทของใคร แต่เป็นชีวิตจริงของคนสองคน จริงอยู่คำแนะนำต่างๆ เป็นสิ่งที่ดีและเป็นเรื่องราวที่เราควรเปิดใจรับฟังแต่การรับฟังไม่ได้หมายความว่าเราควรปล่อยให้ใครมามีอิทธิพลอยู่เหนือความสัมพันธ์ของเรา เพราะสุดท้ายแล้วคนที่จะใช้ชีวิตร่วมหัวจมท้ายไปในความสัมพันธ์ต้องพบเจอเรื่องราวทั้งสุขและทั้งเศร้าก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็นคนสองคนที่รักกัน

ทำไมการมีเวลาส่วนตัวถึงยังสำคัญในความสัมพันธ์

ความรักคืออะไรกันแน่ ถ้าเราคิดว่า ความรักคือการอยู่ด้วยกันตลอดเวลาความรักคือการใช้เวลาร่วมกันเสมอความรักคงเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเราคิดว่า ความรักคือความรู้สึกที่ส่งถึงกันไม่เกี่ยวกับระยะทาง ไม่ขึ้นอยู่กับเวลาความรักก็จะเป็นความรู้สึกชนิดหนึ่ง สมัยก่อน ตอนที่รักกับใครใหม่ๆผมรู้สึกว่า ความรักคือการที่คนสองคนตัวติดกันไปไหนไปด้วยกันทุกที่ ทำอะไรทำด้วยกันเสมอความรักคือการที่เราไม่เคยจะห่างกัน แต่มาถึงวันหนึ่งผมก็เข้าใจความรักว่าความรักเป็นเรื่องของการจัดวางพื้นที่ของความสัมพันธ์และอะไรที่มากไปก็ชวนอึดอัดไม่เว้นแม้แต่การตัวติดกันมากจนเกินไป สุดท้ายแล้วความรักไม่ได้ทำให้คนสองคนกลายเป็นคนๆ เดียวกันได้ตลอดเวลาเราก็ยังมีส่วนที่เป็นหนึ่งคน เขาก็ยังมีส่วนที่เป็นเขาหนึ่งคนมีวิถีชีวิต มีกิจกรรม มีเพื่อนของตัวเอง แต่ความรักคือพื้นที่ตรงกลาง หลังจากที่เราต่างได้ไปใช้ชีวิตในมุมส่วนตัวของตัวเองแล้ว เราจะมีพื้นที่ของความรัก เป็นแหล่งพลังงานของหัวใจเพื่อให้หัวใจได้มีพลัง ในความสัมพันธ์ห่างเหินก็เหือดหายใกล้ไปก็หายใจลำบากจัดวางพื้นที่ระว่างกันให้พอดีแล้วเราจะมีความรักที่ดีพอ

เพราะอะไรความรักจึงไม่ควรเป็นเรื่องเร่งรีบ และการดูใจไม่ใช่เรื่องล้าสมัย

ในเวลาเท่ากัน 24 ชั่วโมงผมกลับอดรู้สึกไม่ได้ว่า24 ชั่วโมงของทุกวันนี้กับ 24 ชั่วโมงของสมัยก่อนมีความเร็วไม่เท่ากัน แม้เวลาจะเดินไปอย่างเท่ากันและมีเวลาเท่ากันในแต่ละวันแต่ในความรู้สึกของคนเราวันเวลาของปัจจุบันนี้เดินไปไวกว่าวันเวลาของวันที่ผ่านมามาก อาจเพราะเราอยู่ในโลกของอินเทอร์เน็ทที่ความเร็วระดับ 4G คือมาตรฐานเราจึงคาดหวัง และมุ่งหมายอยากให้ทุกอย่างเป็นไปโดยรวดเร็วการรอกลายเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนและถ้าเลือกได้เราไม่อยากที่จะรอไม่เว้นแม้แต่ในเรื่องของความสัมพันธ์ สมัยก่อนการที่คนเราจะคบกันไม่ใช่เรื่องง่ายดายเมื่อเริ่มต้นชอบกันแล้วกว่าที่จะเริ่มต้นตกลงคุยกันกว่าที่จะไปนัดเดทกันเป็นครั้งแรกกว่าที่จะตกลงปลงใจเป็นคนรักกันกว่าที่จะแต่งงานกันทุกอย่างมีขั้นตอนและกระบวนการทุกอย่างต้องใช้เวลา อ่านดูแล้วหลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นความสัมพันธ์ที่เนิบช้าและชวนอึดอัด แต่ในทางตรงกันข้าม ระยะเวลาต่างๆ เหล่านั้น ที่คนเราได้ค่อยๆ เรียนรู้จัก ศึกษาดูใจกันนั่นแหละ เป็นระยะเวลาที่ความรักจะค่อยๆ ผลิบานขยายตัวอย่างเต็มที่ และความทรงจำดีๆ จะค่อยๆ ถูกสะสม เพาะบ่มจนเป็นความรักที่แข็งแกร่ง และยากจะบุบสลายด้วยวันเวลา อีกทั้งคนสองคนยังมีความทรงจำดีๆ ตุนในกระเป๋ามากมายไว้ให้คิดถึงยามที่แก่ชราไป แต่กับความรักในสมัยนี้ความรักที่คบกันเพียงไม่กี่วันหรืออาจเคยพบเจอกันแค่หน้าจอก็ตกลงปลงใจคบหากันเสียแล้ว ไม่ได้บอกว่า ความสัมพันธ์แบบนั้นเป็นเรื่องผิดและความสัมพันธ์แบบไหนที่ดีกว่ากัน แค่เสียดายว่าหากในความสัมพันธ์เราข้ามช่วงเวลาคบหาดูใจกันไปมันจะทำให้เราข้ามช่วงเวลาที่น่าจดจำและประทับใจของความรักไปด้วย เพราะเราเชื่อว่าความรักที่หอมหวานได้ยาวนานมากที่สุดคือความรักที่ใช้เวลานานในการสุกงอมในขณะที่ความรักที่ไปถึงปลายทางอย่างรวดเร็วเกินไปความหอมหวานของความรักก็ยิ่งจืดจางลงไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น ความรักไม่ใช่การแข่งขันเราไม่จำเป็นต้องไปถึงจุดหมายให้ไวที่สุดแต่ความรักคือเรื่องราวเราควรเก็บสะสมความรู้สึกดีๆ ไว้ในหัวใจของเราให้ได้มากที่สุด

ชีวิตเรา เราเป็นเจ้าของ

บางคน อาจมีคำถามว่าชีวิตเราทุกวันนี้ที่เกิดมาแท้จริงแล้ว เป็นของใคร เป็นของพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเป็นของครูบาอาจารย์ผู้ให้ความรู้เป็นของเพื่อนผู้เป็นมิตรข้างกายเป็นของเจ้านายผู้บังคับบัญชาหรือว่า เป็นของคนรักผู้ใช้ชีวิตร่วมกัน ชีวิตเราใครกันที่เป็นเจ้าของ คำตอบคือ ชีวิตเราไม่ใช่คนอื่นเป็นเจ้าของ แต่ชีวิตเรา เราเองเป็นเจ้าของ เราเป็นผู้เดียวที่มีสิทธิจะเลือกหนทางเดิน เราเป็นผู้เดียวที่มีสิทธิจะคิดฝันถึงชีวิตแบบที่เราอยากจะเป็น ใช่, และไม่อาจปฏิเสธพ่อแม่ ครูอาจารย์ เพื่อน เจ้านาย และคนรักเขาต่างปราถนาดี และคิดถึงสิ่งดีๆ ให้กับเราการที่เรายืนยันว่า ชีวิตเราเป็นของเราไม่ได้หมายความว่า เราต้องปฏิเสธที่จะรับความปราถนาดี และคำแนะนำจากผู้คนเหล่านั้นในทางตรงกันข้าม ยิ่งเพราะเป็นชีวิตของเราเรายิ่งต้องเปิดหัวใจเราให้กว้าง เพื่อที่จะรับฟังคำแนะนำจากคนต่างๆเพื่อให้ชีวิตของเราไม่ล้มลงกลางทางและเดินไปสู่จุดหมายอย่างมีความสุข แต่การรับฟังเป็นคนละเรื่องกับการอนุญาตให้คนอื่นตัดสินใจแทนเราในเรื่องราวชีวิตของเราและการรับฟังยิ่งเป็นคนละเรื่องกับการยินยอมให้ใครก็ตามมาชี้นำ หรือจัดวางชีวิตของเรา จริงอยู่ว่า ในการตัดสินใจของเราเองอาจมีผิดพลาด ล้มเหลว และหกล้มแต่เมื่อนั่นคือชีวิตของ การต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจของเราเองจึงเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ และเราต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจนั้น เพราะสิ่งที่คนๆ หนึ่งจะเสียใจมากที่สุดไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดในชีวิตแต่คือการตัดสินใจเอาชีวิตของเราไปไว้บนการตัดสินใจของคนอื่น

%d bloggers like this: