ผู้ชายในร้านขายเครื่องสำอาง ผู้หญิงในร้านรองเท้าฟุตบอล

กิจวัตรประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ของมนุษย์เมืองขี้ร้อนอย่างผมคงเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากการเดินตากเครื่องปรับอากาศในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ด้วยความเป็นคนที่ชอบสังเกตวิถีชีวิตผู้คนทำให้นอกจากการเดินรับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศแล้วผมชอบเฝ้ามองความเป็นไปของผู้คนที่เดินไปมาในห้างสรรพสินค้าเช่นเดียวกัน สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตคือห้างสรรพสินค้านั้น จะเป็นสถานที่ที่คู่รักมาใช้เวลาร่วมกันบางคู่มาเพื่อหาอาหารทานบางคู่มาเพื่อจับจ่ายซื้อสินค้าที่ต้องการบางคู่มาเพื่อเดินตากเครื่องปรับอากาศในวันที่แดดร้อนของกรุงเทพ ฯ ไม่เป็นใจให้เดินกลางแจ้ง โดยธรรมชาติแล้วผู้ชายและผู้หญิงมีความสนใจที่แตกต่างกันผู้ชายชอบกีฬา ผู้หญิงชอบความสวยความงาม แต่เมื่อความรัก คือการไปด้วยกันเป็นคู่ทำให้ภาพที่เห็นบ่อยจนชินตาคือภาพของชายหนุ่มที่ไปรอหญิงสาวของเขาเลือกซื้อเครื่องสำอางในร้านขายเครื่องของเกี่ยวกับความงามและหญิงสาวที่เดินตามชายหนุ่มผู้กำลังเลือกซื้อรองเท้าฟุตบอล มันทำให้ผมเห็นว่า ในความรัก แม้คนสองคนจะแตกต่างกัน มีความสนใจ มีความชอบที่ไม่เหมือนกัน แต่เมื่อรักกันแล้ว เมื่อตัดสินใจที่จะคบกันแล้ว พื้นที่หัวใจของเราจะขยายกว้างขึ้น ความสนใจของคนที่เรารักจะกลายเป็นความสนใจของเราด้วย แม้ว่า เราไม่เคยจะสนใจ สถานที่ที่คนที่เรารักไป เป็นสถานที่ที่เราอยากใข้เวลาอยู่ด้วยกัน แม้เป็นสถานที่ที่เราไม่เคยคิดจะไป ในความสัมพันธ์ เมื่อถึงจุดหนึ่งเขาชอบอะไร เราชอบอะไรอาจไม่สำคัญอีกต่อไป เพียงเราชอบที่จะอยู่ด้วยกัน และรักที่จะไม่ห่างกัน กิจกรรมอะไรที่ทำ สถานที่ไหนที่ไปก็ไม่มีความหมายเท่าคนข้างๆ ที่ไปด้วยกัน เพราะใครคนนั้นคือความหมายของความสุขของเรา

วิธีรับมือพายุที่เข้ามาในชีวิต : เมื่อเราต่างมีพายุลูกนั้นเป็นของตัวเอง

เช้าวันนี้ สิ่งที่อยู่ในความสนใจของคนส่วนใหญ่คือเรื่องราวของพายุปาบึกที่พัดพาเข้ามาในบริเวณจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทยสร้างความเสียหายและสูญเสียไปไม่น้อย แต่ในท่ามกลางความมืดมิดของพายุก็มีแสงสว่างบางอย่างให้เราได้มองเห็นเป็นแสงสว่างที่เกิดขึ้นจากการเตรียมพร้อมรับมือกับพายุทำให้ภัยธรรมชาติครั้งนี้แม้เลวร้าย แต่ไม่ร้ายแรงเท่าที่กังวลเป็นเพราะเมื่อรู้ว่า พายุจะเข้ามาไม่มีใครประมาททุกคนร่วมใจกันเตรียมรับมือกับพายุ ในมุมหนึ่ง เราทุกคนก็มีช่วงเวลาที่พบเจอพายุพัดพาเข้ามาในชีวิตของเรา เป็นพายุที่เข้ามาในชื่อของปัญหา เป็นพายุที่เข้ามาในชื่อของอุปสรรค เป็นพายุที่เข้ามาในนามของความเปลี่ยนแปลง เราทุกคนบนโลกใบนี้ ต่างต้องเจอพายุลูกนั้นของชีวิตด้วยกันทั้งนั้น สิ่งที่ทำให้คนแต่ละคนผ่านพายุที่พัดเข้ามาในชีวิตได้ คือ วิธีการที่เราใช้ในการรับมือพายุลูกนั้น และการที่เราจะรับมือกับพายุได้เราต้องยอมรับความจริงให้ได้ก่อนว่าแม้ในวันที่ชีวิตของเราดูสงบ สุข และสดใสนั่นไม่ได้แปลว่า เราจะไม่เจอปัญหา หรืออุปสรรคใดๆ เข้ามาในชีวิต ในทางตรงกันข้ามพายุแห่งปัญหาจะเข้ามาพัดพาชีวิตเราอย่างไม่ทันตั้งตัว เราจึงต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอว่าวันนี้เราสุข พรุ่งนี้เราอาจทุกข์วันนี้เป็นวันที่ดี พรุ่งนี้อาจเป็นวันที่แย่ การเตรียมพร้อมรับมือกับพายุที่เข้ามาไม่ได้ช่วยให้พายุไม่เข้ามาถึงอย่างไรปัญหา อุปสรรคก็จะเข้ามาในชีวิตของเราอยู่ดี แต่การเตรียมพร้อมจะทำให้เรามีสติและสตินี่แหละที่จะนำพาเราผ่านปัญหาทั้งปวงไปได้แน่นอนว่า อาจเปียกปอนแน่นอนว่า อาจมีบางส่วนในหัวใจของเรากลายเป็นซากปรักหักพัง ถึงอย่างนั้น ในวันที่ผ่านมาได้เราก็จะรู้ว่า แม้เราไม่อาจแก้ไขอดีตที่ผ่านมาแล้วได้แต่เราสามารถสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับชีวิตของเราได้ใหม่อีกครั้ง ไม่สำคัญว่าจะต้องเจอพายุแห่งชีวิตอีกกี่ลูกไม่สำคัญว่าจะต้องเผชิญปัญหาต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาอีกกี่ครั้ง สำคัญคือทุกครั้งที่ผ่านมาได้เราไม่ลังเลใจที่จะเริ่มใหม่ทุกครั้งด้วยความหวังถึงสิ่งที่ดีงามยิ่งกว่าเดิม เพราะไม่มีพายุลูกไหนที่จะไม่ผ่านไป

เราต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ ที่ต้องยอมปล่อยใครบางคนออกไปจากชีวิต

ใช่หรือไม่ว่าในชีวิตของคนหนึ่งคนเราได้มีโอกาสได้พบเจอผู้คนมากมาย บางคนก็ได้แค่ “พบเจอ” จริงๆแต่บางคนเราก็ได้กลายเป็น “คนรู้จัก”และอีกไม่มากที่กลายเป็น “ความผูกพัน” การพบเจอแต่ละครั้งกับคนแต่ละคนมีความหมายกับเราแตกต่างกันออกไป บางคนเจอเพื่อสร้างความสุขให้กับเราในขณะที่บางการพบเจอมีสถานะเป็นความเศร้าในหัวใจแต่ไม่ว่า ในสถานะความรู้สึกแบบไหนทุกคนต่างเข้ามาและจากไปเหมือนกัน ไม่มีใครจะอยู่ในชีวิตเราไปตลอดและเราก็ไม่ได้อยู่ในชีวิตใครไปตลอดได้ การเจอกับการจากเป็นของคู่กันพอๆ กับความสุขกับความเศร้า แม้นั่นเป็นสิ่งที่เราไม่อยากยอมรับแต่มันก็เป็นความจริงมากพอที่เราไม่อาจจะหลีกเลี่ยง เราอาจเคยรักใครบางคนมาก และยังรักคนๆ นั้นอยู่ คิดว่า เขาจะอยู่กับเราตลอดไป แต่ถ้าวันหนึ่งใจของเขาไม่ได้อยู่กับเราแล้ว และตัวของเขาก็ไม่ได้ปราถนาจะอยู่กับเราอีกต่อไป ยิ่งเขาอยากจะไป ยิ่งเราพยายามที่จะรั้งไว้ คนที่ต้องเสียใจที่สุดก็คือเรา บางทีนะ, บางทีเราต้องยอมความจริงความจริงที่ว่า สุดท้ายแล้วคนเราล้วนต้องจากกันโดยเฉพาะการจากลาที่เกิดขึ้นเพราะว่า ใจของอีกคนไม่อยากอยู่สุดท้ายแล้วต่อให้พยายามรั้งแค่ไหน เราก็รั้งไว้ไม่ไหวการพยายามรั้งเขาไว้ ไม่ต่างอะไรกับการยื้อความเสียใจให้ตัวเอง พอเถอะนะถ้าเขาไม่ได้รักเราแล้วพอเถอะนะถ้าเขาไม่ได้อยากอยู่กับเราแล้วจงปล่อยเขาไปกลับมารักตัวเองให้มากๆเอาใจที่บอบช้ำเพราะเคยให้เขามาเยียวยาความรู้สึกของเรา แล้ววันหนึ่งเราจะนึกขอบใจตัวเองที่ยอมปล่อยเขาไปในวันนั้น วันที่เราไม่ได้รักกันมากพอ

จงมีความสุขให้ได้ แม้ในวันที่ทุกข์มาเยือน

หากชีวิตของคนเราเป็นฤดูกาลก็คงเป็นชีวิตที่มีฤดูกาลผลัดเปลี่ยนเวียนหมุนกันไปฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว ชีวิตเรา ก็มีฤดูแห่งความสุข ฤดูแห่งความทุกข์ และฤดูที่รู้สึกหน่วงๆ ในหัวใจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน ในความเป็นจริงเราต่างก็ปราถนาให้ชีวิตของเรามีแต่ความสุขพบเจอแต่เส้นทางที่ราบรื่นและเรียบง่ายไม่มีอุปสรรค ปราศจากขวากหนาม แต่ในความเป็นจริงชีวิตจะไม่ปฏิบัติต่อเราอย่างนั้นชีวิตจะนำพาความลำบาก นำพาปัญหาและเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่เป็นอย่างใจมาให้เราได้พบเจอ ใครๆ ก็อยากมีความสุข แต่ชีวิตก็ขยันพาความทุกข์มาให้เรา บางทีนะ, บางที คงจะดีถ้าเราไม่ปล่อยให้ความสุขของเราแปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่ต้องเจอ เวลามีความสุข เราอาจสุขตาม แต่เวลาเจอความทุกข์ ใจเราไม่จำเป็นต้องทุกข์ตาม เพราะไม่ว่าอะไรก็ตามจะเกิดขึ้นกับเราสิ่งนั้นเป็นเพียงสิ่งเร้าที่เข้ามากระทบกับหัวใจของเราแต่ใจของเราจะโอนอ่อนไปทางไหนขึ้นอยู่กับหัวใจของเราเอง ทุกข์เข้ามาเราก็สุขกลับไปได้ถ้าเราเข้าใจว่า ความทุกข์นั้นเป็นครู เข้ามาเพื่อสอนบทเรียนให้เราและยิ่งเข้าใจว่า ความทุกข์นั้นเป็นของชั่วคราวมาแล้วก็หายไป เวลาที่มีความสุขจงสุขให้เต็มที่อย่างดอกไม้ที่ผลิบานเวลาที่มีความทุกข์ก็จงมีความสุขเช่นกันสุขเพื่อให้รู้ว่า ความทุกข์นั้นไม่แข็งแกร่งพอชนะใจเรา

หากชีวิตคือการเดินทาง คงไม่ใช่การเดินทางที่เราต้องไปถึงจุดหมายให้ไวที่สุด แต่เป็นการเดินทางที่เราเก็บเกี่ยวเรื่องราวระหว่างทางได้มากที่สุด

การเดินทางบนโลกใบนี้มีอยู่สองแบบ หนึ่ง คือการเดินทางที่มุ่งเน้นจุดหมายสอง คือการเดินทางที่มุ่งเน้นความสุขในการเดินทาง การเดินทางที่มุ่งเน้นจุดหมายสิ่งที่ผู้เดินทางปราถนาคือการไปถึงปลายทางให้ไวที่สุด รายละเอียดระหว่างทางคือสิ่งที่ถูกละเลยบ่อยครั้ง เราถึงจุดหมายโดยจำไม่ได้ว่าระหว่างทางเราผ่านอะไรมาบ้าง ส่วนการเดินทางที่มุ่งเน้นความสุขระหว่างทางสิ่งที่ผู้เดินทางปราถนาคึอการเก็บเกี่ยวความทรงจำและเรื่องราวดีๆ ระหว่างทาง อาจถึงจุดหมายปลายทางช้าหน่อยแต่ทุกรายทางที่ผ่านมาจะเป็นจุดหมายในตัวของมันเองที่มีเรื่องราวอันน่าจดจำ หากเป็นความรัก ถ้าความรักคือการเดินทาง บางครั้ง ความรักที่ดี ที่น่าจดจำ อาจไม่ใช่ความรักที่ลงเอยกันได้ไวที่สุด แต่คือความรักที่มีความทรงจำอันเปี่ยมไปด้วยความสุขมากมายร่วมกัน หากเป็นการใข้ชีวิตการใช้ชีวิตที่ดีคงไม่ใช่ชีวิตที่ได้สิ่งใดที่ต้องการมาด้วยความรวดเร็วที่สุดแต่คือชีวิตที่มีเรื่องราวให้เราได้ยิ้มในทุกวันเป็นเรื่องราวที่จะอยู่ในความทรงจำของเราไปอีกเนิ่นนาน สุดท้ายแล้วชีวิตคือชีวิตของเราไม่ผิดหรอกถ้าเราเลือกที่จะเดินทางไปถึงปลายทางให้ไวและไม่ผิดเช่นกันถ้าเราเลือกจะเก็บเกี่ยวความสุขระหว่างทาง สิ่งสำคัญคือการรู้ให้แน่ชัดว่าสิ่งใดกันที่ชีวิตเราต้องการความรวดเร็วหรือว่าความสุข หากคำตอบแน่ชัดแล้วว่าคือความสุข ก็อย่าลังเลใจที่จะผ่อนคันเร่งชีวิตให้ช้าลงแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อพบว่า มีอะไรมากมายรอเราอยู่

ความสุขของชีวิตคือการใช้ชีวิตอย่างปกติ

ผมเคยคิดว่า ความสุขคือการได้ใช้ชีวิตอย่างพิเศษชีวิตอย่างพิเศษของผม ไม่ได้หมายถึงว่า ต้องเป็นชีวิตที่มีวิถีหรูหรากว่าใครแต่หมายถึง ชีวิตที่ไม่น่าเบื่อ ชีวิตที่ไม่จำเจเป็นชีวิตที่สนุก และตื่นเต้น แต่พอเวลาผ่านไปผมพบว่า ความสุขของชีวิตไม่ใช่อะไรเลยแต่คือการได้ใช้ชีวิตธรรมดาสามัญอย่างที่เราเป็นคือการนอนหลับได้อย่างเต็มที่คือการเดินได้อย่างสะดวกคือการนั่งได้อย่างปกติคือการกินได้อย่างที่ต้องการคือการหายใจได้อย่างโล่งจมูก สิ่งเหล่านี้อาจดูเหมือนธรรมดา แต่สิ่งธรรมดาที่เรามีอยู่นั่นแหละ ในวันที่เสียไปเราจะรู้สึกว่า มันมีค่ามากมายแค่ไหน อย่าให้ความเคยชินทำให้เรามองข้ามความงดงามของความธรรมดาอย่าทำให้ความไม่รู้จักพอทำให้เรามองข้ามความหมายของความเรียบง่าย ชีวิตที่มีความสุขคือชีวิตที่เราพบว่า เรายังใช้ชีวิตได้อย่างที่เราเคยใช้ใช่, จริงอยู่ที่คนเราต้องมองหาสิ่งที่ดีขึ้นแต่อย่าปล่อยให้การมองหานั้นทำให้เรามองผ่านสิ่งงดงามที่เรามีอยู่ในทุกวัน เพราะสิ่งสำคัญจริงๆ ไม่ใช่สิ่งที่เราขาดแต่คือสิ่งที่เรามี

สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นกลายเป็นอดีตเสมอ

เวลาที่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้เวลาที่ไม่ใช่สิ่งซึ่งมนุษย์สมมติขึ้นมาเองคือเวลาอดีต เวลาปัจจุบัน เวลาอนาคต ปัจจุบัน คือ เวลา ณ ขณะนี้ เวลาตอนนี้ ที่เรากำลังเดิน คิด พูด กระทำต่างๆ อยู่อดีตคือเวลาก่อนปัจจุบันเกิดขึ้นส่วนอนาคตคือเวลาหลังจากปัจจุบันผ่านไป ทุกอดีตเคยเป็นปัจจุบันทุกอนาคคตกำลังกลายเป็นปัจจุบันและทุกปัจจุบันเคยเป็นอดีตและอนาคต ความทุกข์ของคนเราเกิดขึ้นได้มากมายจากหลายสาเหตุทุกข์เพราะสุขภาพทุกข์เพราะความรักทุกข์เพราะการงานทุกข์เพราะอะไรได้อีกมากมายแต่ส่วนใหญ่แล้ว คนเราทุกข์เพราะอดีต แน่นอนว่า ตอนที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นตอนนั้นเราทุกข์เพราะสิ่งนั้นแต่พอสิ่งนั้นผ่านไปแล้วกลายเป็นเพียงอดีตไปแล้วเราก็ยังเอาใจของเราตามไปทุกข์กับอดีตนั้น เรื่องราวบางเรื่องราวเหตุการณ์บางเหตุการณ์ผ่านไปนานแล้วปัจจุบันกำลังส่งยิ้มให้เราและอนาคตกำลังส่งประกายแสงแห่งความหวังบางครั้งบางหน เรากลับไม่ยอมปล่อยอดีตไปจากชีวิตของเรา สิ่งใดก็ตามเกิดขึ้นไม่ว่าสิ่งนั้นจะทำให้เราสุขไม่ว่าสิ่งนั้นจะทำให้เราทุกข์ในที่สุด สิ่งนั้นจะกลายเป็นอดีต ตัวเราเองใจของเราเองที่ต้องอยู่กับปัจจุบันที่ต้องมั่นคงกับตอนนี้ นาทีนี้ ขณะนี้ ปล่อยให้อดีตเป็นเรื่องของสิ่งที่ผ่านปล่อยให้อนาคตเป็นเรื่องของสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น สบตากับปัจจุบันเพราะนั่นคือช่วงเวลาที่มีอยู่จริงตอนนี้

ทำอย่างไรให้ปีใหม่ไม่สูญเปล่า

สำหรับหลายคนปีใหม่คือช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองการเฉลิมฉลองสำหรับการเริ่มต้นใหม่ เราหลายๆ คนมักใช้เทศกาลปีใหม่เป็นจุดเริ่มต้นทั้งจุดเริ่มต้นของการบอกลาปีเก่าทั้งจุดเริ่มต้นของการต้อนรับปีใหม่ เวลาที่เราบอกว่าเราบอกลาปีเก่าในความหมายที่แท้จริงไม่ใช่แค่ปีเก่าที่เราบอกลาแต่เรายังบอกลาสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปีนี้ด้วย เราบอกลาความผิดหวังเราบอกลาความเสียใจเราบอกลาบางคนที่เดินออกไปจากชีวิตเราบอกลาบางคนที่เราเลือกที่จะเดินออกไปจากชีวิตของเขา การบอกลา คือ การเลือกจะทิ้งทิ้งบางอย่าง ทิ้งบางเรื่องราวที่เราไม่ต้องการเอาไปในปีใหม่ด้วยทิ้งไว้ที่ปีเก่า การบอกลา คือ การปล่อยปล่อยสิ่งที่ทำให้เราเป็นทุกข์ปล่อยสิ่งที่หนักอยู่ในใจของเราปล่อยไว้ให้เป็นอดีต ในขณะที่เราบอกลาเราก็เปิดรับกับการเริ่มต้นเริ่มต้นทำสิ่งดีๆเริ่มต้นที่จะทำสิ่งตั้งใจเริ่มต้นที่จะทำสิ่งใหม่ๆเริ่มต้นที่จะเป็นคนใหม่ อย่าให้ปีใหม่เป็นแค่ช่วงเวลาของการกิน ดื่ม เฉลิมฉลองที่พอสร่างเมา แล้วเราก็กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม แต่ให้ปีใหม่ เป็นแรงบันดาลใจที่เราจะเป็นคนที่ดีขึ้นเริ่มจากการคิดในสิ่งที่ต่างไปจากเดิมทำในสิ่งที่ไม่เหมือนเดิมไม่ต้องมากมาย ไม่ต้องยิ่งใหญ่แค่เริ่มเปลี่ยนแปลงทั้งทางความคิด และการกระทำในสิ่งที่เหมือนดูว่าเล็กน้อยแต่ก็มากพอที่จะทำให้เราอยากเปลี่ยนแปลง และเริ่มใหม่ในสิ่งที่ใหญ่ขึ้น ให้ปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งการทบทวนสิ่งใดที่เราอยากทำต่อสิ่งใดที่เราอยากจะพอสิ่งใดที่เราอยากทำให้ดีขึ้น เมื่อปีใหม่ปีหน้ามาถึงเราจะพบว่า เราเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาไม่ใช่แค่ที่ล้มเหลวกับความตั้งใจเก่าๆ อย่างเดิมทุก ๆ ปี อย่าให้ปีใหม่เป็นแค่เรื่องของความรู้สึกแต่ให้เป็นเรื่องของการคิดและลงมือทำ

ความรักคือสิ่งที่ลืมได้ยาก

ในโลกนี้มีมนุษย์หลายประเภท มนุษย์ที่ขี้ลืม มนุษย์ที่ความจำดี ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าเราจะเป็นบุคคลที่ถูดจัดอยู่ในมนุษย์ประเภทไหนก็ตาม เราทุกคนต่างมีเรื่องราวบางอย่างที่ไม่อาจลืม และมีคนบางคนที่ผ่านมานานแค่ไหนเราก็ยังจำเขาได้ดี ส่วนใหญ่ คนเรามักจะลืมเรื่องที่ไม่สำคัญ แต่กลับจำได้ว่า เราได้หมดความสำคัญกับใครบางคนไปแล้ว หรืออาจเป็นเพราะการที่เราไม่สำคัญกับใคร มันอาจเป็นเรื่องที่สำคัญกับหัวใจของเรา นอกจากนี้ คนเรามักให้ความสำคัญกับความรัก เพราะความรักคือสิ่งที่ทำให้คนเราสุขได้มากที่สุด และทุกข์ได้มากที่สุด และความรักเช่นกัน ที่อาจทำให้คนๆ หนึ่งไม่รู้สึกอะไรเลยอีกต่อไป อาจเพราะว่า เป็นอย่างนั้น เพราะว่า ความรักเป็นเรื่องสำคัญกับเราทุกคน เราถึงไม่อาจลืมเรื่องราวของความรัก และไม่อาจลืมคนที่เราเคยรักได้ง่ายๆ ยิ่งอยากลืม ยิ่มไม่ลืม ยิ่งไม่อยากจำ ยิ่งจดจำ ความรักเป็นสิ่งที่ลืมได้ยาก การก้าวผ่านความผิดหวังจากความรักมาได้ จึงไม่ใช่การก้าวผ่านมาด้วยการลืม แต่เราจะก้าวผ่านความผิดหวังจากความรักมาได้ด้วยความเข้าใจ เข้าใจในความไม่แน่นอน เข้าใจในความไม่ยั่งยืน เข้าใจในความเปลี่ยนแปลง เข้าใจและอยู่กับมัน

On this day : วันนี้ในอดีต

ทุกๆ เช้าที่ผมเข้า Facebookนอกจากผมจะคอยเช็คข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่ไหลผ่านหน้า News feed แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่ผมทำในทุกๆ วันคือการกดเข้าไปดู On this day On this day เป็นเมนูหนึ่งใน Facebook หน้าที่ของมันคือการพาเราไปย้อนความทรงจำว่าในวันเวลาเดียวกันของปีก่อนๆเราได้ Post อะไรลงบน Facebook ของเราบ้าง สำหรับผม On this day เป็นเหมือนเครื่องเตือนความจำไม่ใช่แค่เตือนว่า วันนี้ในปีนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเราแต่เตือนให้เห็นด้วยว่า ความคิดของเราในอดีตเคยเป็นอย่างไร ผมพบว่าความคิดของตัวเองเปลี่ยนไปมากหลายๆ ความคิดเห็นของเรา ณ วัยวันนั้นที่เรารู้สึกว่า มันเท่ มันเจ๋งเหลือเกินวันนี้เมื่อมองย้อนกลับไป เราอาจอมยิ้มให้กับความคิดที่ไม่เดียงสาเหล่านั้น หลายๆ ความคิดที่เราคิดว่า ความคิดของเราถูกต้องและไม่ยอมรับความคิดของคนอื่นวันนี้แม้แต่ตัวเราเองก็อาจไม่เห็นด้วยกับความคิดของตัวเราเองในตอนนั้น ที่สำคัญหลายเรื่องราว หลายเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในวันนั้นเราเคยคิดว่า มันเป็นวันที่ดีที่สุดในชีวิต เป็นเรื่องราวที่เราไม่มีวันลืมแต่พอเวลาผ่านไป วันเวลาเหล่านั้นก็เป็นแค่เพียงความทรงจำที่ดีๆ และเช่นกันกับเรื่องราวที่ว่าร้ายๆ เป็นวันที่แย่ที่สุดในชีวิตของเราวันเวลาที่เราไม่เคยคิดว่า จะผ่านมาได้หากวันหนึ่งมองย้อนกลับมามันก็เป็นเพียงวันแย่ๆ วันหนึ่งที่เราได้ผ่านมาแล้วและวันเวลานั้นก็ไม่อาจทำร้ายเราได้อีกต่อไป กับเรื่องราวในตอนนี้กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในวันนี้เราอาจรู้สึกสุขกับมันเหลือเกินหรืออาจรู้สึกว่าทุกข์กับมันเหลือเกิน ขอให้เราเข้าใจว่าสุดท้ายแล้ววันนี้ก็จะกลายเป็นอดีตไปและในปีหน้า เมื่อเรามองย้อนกลับมาในวันนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นอะไรนอกจากความทรงจำที่เราเลือกได้ว่า จะมองมันจากมุมไหน