Q: อกหักเกือบๆเดือนแล้วค่ะ เค้ามีคนใหม่เริ่มใหม่ไปแล้ว แต่เรายังจมอยู่ไม่ไปไหน

ผมมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า คนทุกคนบนโลกใบนี้ล้วนเคยอกหัก ไม่ว่า อกหักเพราะมีความรัก หรือว่าอกหักเพราะแค่แอบรัก   การที่เราอกหัก จึงไม่ได้เป็นเรื่องที่เราต้องเผชิญคนเดียวเพียงลำพัง แต่เป็นเรื่องที่เราต่างมีประสบการณ์ร่วมกัน   การอกหักจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ การอกหักจึงเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับทุกคน   ปัญหาคือ เมื่ออกหักแล้ว เราจะผ่านวันเวลาเหล่านั้นไปได้อย่างไร   ผมยังเชื่อว่า เวลาจะเยียวยาทุกสิ่ง แต่ที่สำคัญ คือ เวลานั้นจะต้องผ่านไปนานมากพอ   ไม่กี่วัน ไม่กี่เดือน เป็นไปไม่ได้เลยที่ความเสียใจนั้นจะจางลง   ที่สำคัญคือ เราต้องบอกตัวเองว่า แม้เราจะไม่หายไปจากความเสียใจในเวลาอันสั้น แต่ทุกวันที่ผ่านไป เราต้องรู้สึกดีขึ้นในทุก ๆ วัน   วันนี้ความทุกข์อาจดูใหญ่ แต่เชื่อเถอะว่า ทุกวันที่ผ่านไป ความทุกข์นั้นจะเล็กลงเรื่อย ๆ   ขอแค่เราให้เวลากับวันเวลามากพอ

ยิ่งอายุมากขึ้น เรายิ่งพบว่า การโตขึ้นมันไม่ง่าย

ตอนเด็ก เรามักรู้สึกว่า ชีวิตของเราขาดอิสระในการตัดสินใจ หากเลือกเป็นไปได้ เราอยากโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่เร็วๆ เพราะเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เราคงทำอะไรได้อย่างใจปราถนามากขึ้น อยากจะไปไหน อยากซื้ออะไร อยากทำสิ่งใด อยากคบกับใคร ไม่ต้องร้องขอการอนุญาตจากผู้อื่น แต่สามารถทำได้ตามใจตน อาจเพราะว่า เรามองผู้ใหญ่จากสายตาของคนนอก เราเลยไม่รับรู้ว่า ผู้ใหญ่หนึ่งคนต้องแบกรับกับภาระอะไรไว้บ้าง จนวันที่เราเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่นั่นแหละ เราถึงได้รู้ว่า การเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย และใครหลายคน ยังบอกว่าถ้าหากชีวิตสามารถย้อนเวลาได้่ ก็ปราถนาที่จะขอย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เพราะอย่างน้อยจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับความกดดัน และภาระความรับผิดชอบมากมายอย่างวัยผู้ใหญ่ เป็นเรื่องแปลก แต่เป็นเรื่องแปลกที่เข้าใจได้ เด็กอยากเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ ส่วนผู้ใหญ่เอง ก็อยากย้อนวันวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ไม่ได้เป็นเพราะอะไร ไม่ได้เป็นเพราะเราเป็นผู้ใหญ่ และไม่ได้เป็นเพราะเราเป็นเด็ก แต่เป็นเพราะว่า ไม่ว่าเราจะเป็นเด็กหรือเป็นผู้ใหญ่ก็ตาม เราไม่เคยพอใจในสิ่งที่เราเป็น เราไม่เคยพอใจในสิ่งที่เรามี สองสิ่งที่เราคิดว่าดีเสมอ คือ อดีตกับอนาคต แต่เราไม่เคยใช้ชีวิตเพื่อชื่นชมความงดงามของปัจจุบันอย่างแท้จริง จริงอยู่ที่ เมื่อยิ่งโตขึ้น เราจะยิ่งพบว่า การเป็นผู้ใหญ่มันไม่ง่าย แต่ก็อย่าลืมว่า ครั้งหนึ่งเราเคยปราถนาการเติบโตสักแค่ไหน เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเราจะเป็นเด็ก หรือว่าเราเป็นผู้ใหญ่ หากเราพบเจอความสุขในวัยที่เราเป็นให้เจอ แม้ทางที่เรายืนอยู่อาจไม่ได้ง่ายไปอย่างที่คิดฝัน แต่ก็คงไม่ยากเกินไปที่เราจะยิ้มให้ตัวเองได้ในทุกวัน  

โลกยังหมุนต่อไป แม้ในวันที่ทุกอย่างไม่เป็นใจให้เรา

สิ่งหนึ่งที่ทำให้วันแย่ๆ กลายเป็นวันที่แย่ลงไปอีก คือการที่เราทำเหมือนว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต และชีวิตของเราต้องจบลงในวันที่แย่ๆ แบบนี้ ไม่มีโอกาสที่สอง ไม่มีโอกาสที่สาม ในการเริ่มต้นใหม่ เราทำเหมือนกับว่า วันแย่ๆ แบบนี้จะคงอยู่ไปตลอดกาล ไม่มีอะไรจะพรากมันไปได้ หนึ่งในคำถามสำคัญของชีวิตมนุษย์หนึ่งคน ที่เราต่างเคยต้องพบเจอกับตัวเอง ไม่ใช่ว่า เราจะหลบหลีกหนีไปจากความทุกข์ได้อย่างไร เพราะลึกๆ เราต่างรู้ดีว่า เราแทบไม่มีโอกาสหนีไปจากความทุกข์นั้นได้ เพราะความทุกข์เป็นสิ่งที่ยุติธรรมที่สุด ไม่ว่าเราจะเป็นใครบนโลกใบนี้ เราต่างต้องเคยพบเจอความทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่จะหลบหลีกความทุกข์นั้นได้อย่างไร แต่คือ เราจะผ่านความทุกข์อันหนักหนานั้นไปได้อย่างไรกัน ในโมงยามที่เราติดอยู่กับความทุกข์ ใช่หรือไม่ว่า ในความรู้สึกของเรา ความทุกข์นั้นดูใหญ่มากๆ มันใหญ่เสียจนกินพื้นที่มหาศาล จนเราไม่อาจจินตนาการได้ว่า เราจะก้าวผ่านความทุกข์นั้นไปได้ เพราะความทุกข์นั้นช่างดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด จนเรามองไม่เห็นขอบของความทุกข์ได้เลย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เราแทบไม่ต้องก้าวผ่านความทุกข์นั้นไปเลย แต่ถึงจุดหนึ่ง ความทุกข์โดยตัวของมันเอง จะค่อยๆ เล็กลงๆ จนเหลือเป็นเพียงเศษฝุ่นของความทรงจำเท่านั้น ซึ่งจะไม่ทำให้เรารู้สึกเจ็บ หรือเสียใจอีกต่อไป เป็นเพียงเครื่องยืนยันว่า ครั้งหนึ่งความทุกข์นี้เคยเกิดขึ้น และวันหนึ่งความทุกข์นั้นได้ค่อยๆ เลือนหายไป เครื่องมือย่อส่วนความทุกข์ให้เล็กลง ก็ไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์อะไร แต่คือวันเวลา และการมีทัศนคติที่ดี วันเวลาแม้จะดูเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ในวันที่เราทุกข์ใจ แต่ในความเป็นจริง … Continue reading โลกยังหมุนต่อไป แม้ในวันที่ทุกอย่างไม่เป็นใจให้เรา

สุดท้ายเราจะผ่านมันไปได้ไม่ว่านานแค่ไหนก็ตามที

แปลกดี ที่สิ่งที่ตามหลอกหลอนคนเราได้มากที่สุด ไม่ใช่อนาคตที่กำลังคืบคลานเข้ามา แต่กลับเป็นอดีตที่ผ่านมาแล้ว ที่คอยติดตามเราเป็นเหมือนเงา และไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ก็เหมือนว่า ยากเย็นเหลือเกินที่เราจะสลัดมันได้หลุด ผู้คนมากมาย ยังคิดถึงเรื่องราวเก่าๆ เรื่องราวของผู้คนที่เคยทำให้สุข เรื่องราวของผู้คนที่เคยทำให้เศร้า เรื่องราวของผู้คนที่เคยทำให้รัก และยังรัก เรื่องราวเหล่านั้น ไม่ว่า จะผ่านมานานแค่ไหน แต่ก็ไม่ง่ายเลย ที่เราจะลืมมันไป และพยายาทำเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น ในทางตรงกันข้าม กับความทรงจำประเภทนั้น ยิ่งเราพยายามที่จะลืม ก็เหมือนยิ่งตอกย้ำความทรงจำเรื่องราวเหล่านั้นให้แน่นขึ้นไป ยิ่งพยายามไม่คิดถึง กลายเป็นยิ่งคิดถึง ความรู้สึกของเรา ไม่ว่าพยายามแค่ไหน ก็เหมือนผลที่ได้ออกมา จะตรงกันข้ามเสมอ เรามักคิดว่า เรื่องราวเหล่านั้น และผู้คนที่อยู่ในเรื่องราวเหล่านั้น คงจะติดตามอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป แต่ในความเป็นจริง ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป เพราะในความเป็นจริง ทุกๆ วัน ทุกๆ เดือน ทุกๆ ปี มีผู้คนมากมายเข้ามา และออกไปจากชีวิตเรา สร้างความทรงจำ สร้างเรื่องราว ทั้งที่เป็นความประทับใจ และความเสียใจ เมื่อวันหนึ่ง วันที่วันเวลาได้ผ่านไปนานพอ ทุกๆ อย่างจะค่อยๆ เลือนภาพของคนๆ นั้นให้จางลง … Continue reading สุดท้ายเราจะผ่านมันไปได้ไม่ว่านานแค่ไหนก็ตามที

แค่กลับไปเป็นเหมือนตอนที่เราไม่ได้รักกัน

การจากลาไม่ใช่เรื่องที่ใครอยากเผชิญ ยิ่งกับคนที่เราเคยคิดฝันร่วมกันว่า อยากอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต ในวันที่ข้างกายเราเคยมีใครบางคน แล้ววันหนึ่งคนข้างกายคนนั้นได้หายไป ความรู้สึกในหัวใจจะยิ่งกว่าความว่างเปล่า แต่มันคือความเศร้าที่ลึกเข้าไปในหัวใจ เป็นความเศร้าที่บาดลึกมากที่สุด มันไม่ใช่ความเศร้าของการที่เราสูญเสียสิ่งสำคัญไป แต่มันคือความเศร้าเหมือนที่เราได้สูญเสียตัวเราเองไป เพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เวลาที่คนสองคนคบกัน บางครั้ง หนึ่งบวกหนึ่งก็กลายเป็นหนึ่ง เราสองคนกลายเป็นคนหนึ่งคนเมื่อรักกัน และเมื่อคนหนึ่งคนนั้นได้หายไป เราไม่ได้เหลือแค่เราเท่าเดิม แต่เรากลายเป็นเราแค่ครึ่งเดียว กับอีกครึ่งที่สูญหายไป ความรู้สึกนั้น ทำร้ายเราจนบางครั้งก็เกินรับไหว แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ต้องไม่ยอมให้ตัวเองเป็นอย่างนั้นนานเกินไป ต่อให้เศร้าเสียใจมากมายเท่าไหร่ เราต้องลุกขึ้นกลับมาให้ได้อีกครั้ง เพื่อที่จะรักตัวเองได้อย่างเต็มหัวใจ เพื่อที่จะกลับมาเป็นเราคนเดิมให้ได้ ใช่, วันนี้ เราอาจเป็นเราที่มีอีกครึ่งที่หายไป แต่วันเวลาและความรักที่เรามีมอบให้กับตัวเอง จะค่อยๆ เยียวยา ให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ อย่างน้อยก็กลับไปเป็นเราคนเดิม ตอนที่ยังไม่ได้รักกับใครคนนั้น คนที่มีหัวใจแข็งแกร่งขึ้น เมื่อได้รับบทเรียนจากความเสียใจ

ความเศร้าคือสิ่งที่เท่าเทียม

โดยธรรมชาติของมนุษย์ เราเป็นนักเปรียบเทียบ อย่างยิ่งการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ซึ่งการเปรียบเทียบนั้น ในหลายครั้งไม่ว่าในแง่มุมไหน กลับส่งพลังทางลบ มากกว่าพลังงานทางบวก บางคน ชอบเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับชีวิตคนอื่น แล้วรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจว่า ทำไมชีวิตของเราไม่ดีเหมือนเขา ทำไมเราต้องเจอแต่อะไรแย่ๆ ทั้งที่การเปรียบเทียบนั้นไม่ช่วยอะไร เราก็ยังชอบที่จะเปรียบเทียบในสิ่งที่ทำให้หัวใจของเรารู้สึกบั่นทอน และสิ่งที่คนเราชอบเปรียบเทียบมากที่สุด คือ การเปรียบเทียบความสุขของตัวเองกับคนอื่น ทำไมเขาถึงดูมีความสุข และทำไมเราถึงไม่มีความสุขเลย ความรู้สึกของเรา คือ เราไม่มีความสุข และปราถนาที่อยากจะมีความสุขอย่างเช่นคนอื่นเขา ซึ่งนั่น คือ สิ่งที่คนเราคิดเอาเอง ตัดสินเอาเองจากมุมมองของเรา เราไม่รู้หรอกว่า ภายใต้รอยยิ้ม ภายใต้สิ่งที่ดูเหมือนว่าจะดี ลึกๆ ภายใน ใครต้องพบ ต้องเจอ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง เป็นปกติที่เรามักตัดสินจากสิ่งที่ตาเห็น จนลืมไปว่า ยังมีสิ่งที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยดวงตา และมักเป็นสิ่งที่มีค่า มีความหมายจริงๆ หากเราลองรับฟังผู้อื่น ไม่ใช่เอาข้อมูลเพียงจากการคิดไปเองของเรา เราจะพบว่า คนทุกคนมีความทุกข์ คนทุกคนมีความเศร้า แน่นอนว่า คนเราแต่ละคนมีความสุขในชีวิตไม่เท่ากันหรอกด้วยปัจจัยต่างๆ แต่ความทุกข์ ความเศร้า เป็นสิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกัน แม้จะเศร้าในเรื่องราวที่ต่างกัน แต่เมื่อเป็นความเศร้า เชื่อเถอะว่า มันเป็นความรู้สึกที่ปวดร้าวไม่ต่างกัน และคงจะดีกว่า … Continue reading ความเศร้าคือสิ่งที่เท่าเทียม

จางหายไป

เพราะว่า ความรัก ทำให้เราคิดไปเองว่า บางสิ่งบางอย่าง และบางคน จะอยู่กับเราไปนิจนิรันดร์ เพราะว่า ความรัก ทำให้เราเผลอเข้าใจ ไม่มีทางใดๆ เลย ที่คนสองคนจะแยกออกจากกัน ความรัก ทำให้เรามีความสุขกับการมี และยึดติดกับใครบางคน ทำให้เราหวาดกลัวความโดดเดี่ยว จนรู้สึกว่า การอยู่คนเดียวไม่ต่างอะไรจากความว่างเปล่า ความรักทำให้การยิ้ม หรือการที่จะเศร้าของเรา ขึ้นอยู่กับอีกคนที่เรายกหัวใจให้กับเขา คงเหมือนกับเรา ที่เคยคิดว่า จะมีกันและกันตลอดไป เราจินตนาการถึงการอยู่ร่วมกัน และไม่อาจนึกภาพวันที่เราจะแยกจากกันไปได้ อาจเพราะเราคิดว่า วันนั้นไม่มีทางมาถึง หรืออาจเพราะการคิดถึงเรื่องนั้นปวดร้าวเกินไป แต่ที่สุด เราก็ค่อยๆ ห่างกันไป ค่อยๆ หายจากกันไป เหมือนเสียงกระซิบที่แผ่วเบาจนลืมว่าเคยได้ยิน เหมือนวันที่พระอาทิตย์ค่อยๆ ลับจากขอบฟ้า โดยไม่ทันรู้ตัว ทุกอย่างก็มืดมิด เมื่อวันนั้นมาถึง สิ่งที่เราทำได้ คือการโอบกอดตัวเองด้วยความรักที่เหลืออยู่แม้ในวันที่ทุกอย่างจางหายแต่ความรักในหัวใจจะยังคงอยู่เสมอถึงเวลาที่เราจะใช้ความรักนั้นเพื่อเยียวยาตัวเองด้วยการรักตัวเองจริงๆ สักที