Q : เลิกกับแฟนเก่ามานานละค่ะ แต่อยู่ๆวันนึงกลับมาฟังเพลงที่เคยฟังในช่วงเวลาที่เคยมีเขา ตอนนี้มีความรู้สึกว่าทุกอย่างมันกลับมาหมดเลยค่ะ เริ่มคิดถึงเขามากขึ้นทุกวันๆ แบบนี้เป็นเพราะอารมณ์เหงาหรือเพราะเรายังลืมเขาไม่ได้หรอคะ สับสนตัวเองค่ะ?

โดยไม่รู้ตัว เพลงคือเครื่องมือในการย้อนเวลาที่ดีที่สุด ยิ่งกับเพลงที่เหมือนเขียนมาจากชีวิตของเรา หรือเพลงที่เราเคยมีความหลังร่วมกันกับใครบางคน   เป็นการย้อนเวลาในความทรงจำ   แต่จะให้พูดกันตรงๆ ความทรงจำเป็นการย้อนเวลาที่ค่อนข้างไม่ซื่อตรง เพราะในความทรงจำของคนหนึ่งคน มักเลือกจดจำความทรงแค่ด้านใดด้านเดียว   ไม่ด้านที่ดี ก็ด้านที่แย่   ทั้งที่ในทุกความสัมพันธ์มีสองด้านเสมอ ทั้งด้านที่ทำให้เราเป็นสุข และด้านที่ทุกข์ใจ   การที่หัวใจเราเลือกจดจำแต่ในบางมุม ทำให้เราไม่อาจก้าวต่อไปได้ สุขก็คิดถึง เศร้าก็จมอยู่กับความทุกข์ใจ   ไม่ผิดหรอก ที่เราจะยังคิดถึงใครบางคน และไม่ผิดหรอก ที่เรายังรักเขาอยู่   สิ่งสำคัญคือ ไม่ว่าเราจะคิดถึงเขาสักเท่าไหร่ ไม่ว่าเราจะยังรักเขามากเพียงใด เราต้องยอมรับให้ได้ว่า เขาเป็นแค่อดีตไปแล้ว   ต่อให้รักมากแค่ไหน ชีวิตของเราก็ต้องก้าวต่อไปให้ได้

สุดท้าย คนที่ยังเสียใจ คือคนที่ยังไม่ลืม

  กับความสัมพันธ์ครั้งเดียวกัน บางคนลืมแล้วทุกอย่าง และทำเหมือนว่า เรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นได้ แต่กับบางคน ยังคิดถึงวันเวลาเหล่านั้นทุกวินาที เหมือนเรื่องราวเหล่านั้นยังคงเกิดขึ้นในทุกนาทีที่ผ่านมา เหตุการณ์เดียวกัน เรื่องราวเดียวกัน คนสองคนจดจำเรื่องราวเหล่านั้นต่างกัน เพราะว่า เขารู้สึกกับเรื่องราวเหล่านั้นไม่เท่ากัน ธรรมชาติของมนุษย์เป็นเรื่องแปลก เราอยากมีความสุข ตามหาความสุข เฝ้ารอการมีความสุข แต่ก็เป็นเราเองเช่นกัน ที่เลือกจะจดจำความทุกข์มากกว่าความสุข เป็นเราเองเช่นกัน ที่ปล่อยให้ความสุขที่เกิดขึ้น ผ่านไปเหมือนเราไม่เคยเฝ้ารอ แล้วเอาหัวใจไปจดจ่อกับความทุกข์ ในขณะที่ ความทุกข์ซึ่งเป็นสิ่งที่เราอยากหลีกหนี ความทุกข์อันเป็นเรื่องราวที่เราไม่ปราถนา แต่เรากลับปล่อยให้ความทุกข์นั้น ตามหลอกหลอนเรา เรายังปล่อยให้ความทุกข์นั้นอยู่กับเรา ทั้งที่วันเวลาได้ผ่านมานานมากแล้ว เราอยากมีความสุข แต่พอมีความสุข เรากลับไม่ใส่ใจมัน เราอยากหลบหนีจากความทุกข์ แต่พอพบเจอความทุกข์ เรากลับเลือกที่จะเก็บมันเอาไว้ กับความสัมพันธ์ เราอยากมีใครสักคนเข้ามาในชีวิตของเรา และเราอยากเข้าไปในชีวิตของใครบางคน เพื่อเติมเต็มความสุขให้กับกันและกัน แต่ในวันที่ความสัมพันธ์นั้นเดินทางมาถึงทางตัน และมีเหตุการณ์ที่ต้องปล่อยมือจากกันไป ไม่ว่าจะมีใครต้องการหรือไม่ ความสัมพันธ์นั้น ย่อมมีทั้งเรื่องราวที่ดีและเรื่องราวที่น่าจะลืม เรากลับเลือกที่จะลืมเรื่องราวดีๆ และร้องไห้ให้กับเรื่องราวที่เราควรลืม จมอยู่กับความทรงจำที่มีความทุกข์นั้น ทั้งที่อีกคน เขาได้ลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้ว สุดท้ายคนที่เสียใจจึงไม่ใช่ใคร แต่เป็นเราคนที่ยังรักหมดทั้งหัวใจ และยิ่งยังรักมากเท่าไหร่ กลายเป็นเราที่ยังต้องเสียใจอยู่มากเท่านั้น

ความทรงจำเรื่องที่ดีที่สุด

ในชีวิตคนหนึ่ง เราต้องผ่านพบเจอเรื่องราวมากมาย เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง เรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้อยู่ตลอดไป แต่จะค่อยๆ กลายเป็นอดีต ซึ่งกลายเป็นความทรงจำในที่สุด มีสิ่งหนึ่ง ที่คนเราอาจไม่เข้าใจกัน เรามักเข้าใจว่า ความทรงจำคือข้อเท็จจริงทั้งหมด ทั้งที่จริงๆ แล้ว ไม่ใช่ จริงอยู่ ความทรงจำอาจเกิดขึ้นจากเรื่องราวจริงๆ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในความทรงจำของเรานั้น มีความรู้สึก มีมุมมองของเราอยู่ในความทรงจำต่างๆ ไม่เชื่อลองดูว่า ทำไมเหตุการณ์เดียวกัน เรื่องราวเดียวกัน คนสองคนถึงจดจำเรื่องราวนั้นได้ไม่เหมือนกัน และรู้สึกกับเหตุการณ์นั้นต่างกัน เพราะเขามีความรู้สึกและมุมมองเกี่ยวกับความทรงจำนั้นที่แตกต่างกันออกไป เรื่องราวๆ หนึ่ง ใช้เวลาเกิดขึ้นจริงๆ ไม่กี่นาที เพื่อที่จะอยู่ในความทรงจำของใครคนหนึ่งไปอีกยาวนาน ความสุข หรือความทุกข์ ของคนๆ หนึ่ง ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น จึงไม่ได้อยู่กับแค่เรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้น แต่อยู่ที่ความทรงจำซึ่งจะตามติดไปด้วย เรื่องราวบางเรื่องราว เกิดขึ้นครู่เดียว แต่ฝากบาดแผลไว้ในหัวใจของคนหนึ่งคนอย่างยาวนาน ก็เพราะสิ่งที่เรียกว่า ความทรงจำ ดังนั้น การที่คนหนึ่งคน จะสุข หรือทุกข์กับชีวิต จึงขึ้นอยู่กับว่า เรามีความทรงจำส่วนใหญ่ในชีวิตเป็นแบบไหน แต่บ่อยครั้ง ที่เราใช้ชีวิตไปวันๆ โดยลืมไปว่า ทุกการกระทำของเรา …

ไม่มีเหตุผลที่เราจะแบกความทรงจำต่างๆ ไว้คนเดียว

หลังจากความสัมพันธ์ได้ผ่านพ้นไป หลายคนอาจคิดว่า นอกจากน้ำตาแล้ว คงไม่มีสิ่งใดที่หลงเลือกอยู่จากความสัมพันธ์นั้น ในความเป็นจริง อาจไม่ได้มีแค่น้ำตา แต่หลังการอำลาจากของทุกๆ ความสัมพันธ์ ความทรงจำคือสิ่งที่ยังคงเหลืออยู่เสมอ บางความทรงจำ อาจเป็นความทรงจำดีๆ ที่ทำให้เรามีรอยยิ้มทุกครั้งที่ได้คิดถึง แต่กับบางความทรงจำ ก็เป็นความทรงจำที่เต็มไปด้วยความเศร้า และหากเลือกได้ เราคงอยากจะลืมมากกว่าที่จะจดจำ ถึงอย่างนั้น บางที หน้าที่ในการจำ หรือหน้าที่การลืม ก็ไม่ได้เหมือนเป็นสิ่งที่เราจะเลือกได้ เพราะเรื่องบางเรื่องต่อให้อยากจะลืมมากแค่ไหน เราพบว่า มันเป็นความทรงจำที่ติดตามเราเสียยิ่งกว่าเงา บางครั้ง บางหน เราจึงต้องแบกความทรงจำเหล่านั้นเอาไว้ โดยที่เราเองก็รู้ดีว่า เราเป็นคนเดียวที่ยังคิดถึงเรื่องราวเหล่านั้น ในขณะที่เขาคนนั้น อาจมีความทรงจำใหม่ๆ ให้คิดถึงแล้ว เลยมีแต่เราคนเดียวที่ยังเศร้า เลยมีแต่เราคนเดียวที่ยังคิดถึง เลยมีแต่เราคนเดียวที่ต้องแบกน้ำหนักเรื่องเหล่านั้นเอาไว้ คนเรามักไม่ชอบที่จะแบ่งปันเรื่องราวของตัวเองให้ฟัง เพราะบางครั้ง เราเองก็เป็นคนที่หวงพื้นที่ส่วนตัว จนเราลืมไปว่า ความสุขมีไว้แบ่งปัน ความทุกข์มีไว้แบ่งเบา ความรักทำให้เราแบ่งสิ่งเหล่านั้นต่อกัน และโดยที่เราไม่รู้ตัว ในเวลาที่เรามีความทุกข์ และเรารู้สึกว่า ความทุกข์นั้นยิ่งใหญ่ มีเพียงเราคนเดียวที่แบกความทุกข์จากความทรงจำเหล่านั้นเอาไว้ ทั้งที่ในความเป็นจริง หลายครั้ง เราไม่ได้เผชิญความทุกข์เพียงลำพัง เวลาที่เราเป็นทุกข์ ใช่หรือไม่ว่า คนอื่นๆ ที่เรารัก ก็เป็นทุกข์ในความทุกข์ของเราด้วย …

เมื่อไหร่ที่หมดรัก วันนั้นเราจะลืม

ตั้งแต่ที่มาเป็นคนสนใจเรื่องราวของความสัมพันธ์ จนมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้คนมากมายเกี่ยวกับเรื่องราวของความรู้สึกนี้ คำถามที่ถูกถามมากที่สุด หนึ่งคำถาม คือการที่เราจะลืมใครบางคน ทำไมถึงเป็นเรื่องยากเย็นขนาดนั้น และพอจะมีวิธีการใดบ้าง ที่จะช่วยให้เราลืมคนๆ หนึ่ง ความแปลกอย่างหนึ่งของสมองคนเราคือ การที่เราจะจำเรื่องอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง มักเป็นเรื่องที่ยาก แต่ถ้าจดจำได้แล้ว สิ่งที่ยากยิ่งกว่าการจดจำนั้น คือการพยายามที่จะลืมเรื่องราวเหล่านั้นต่างหาก และหามีการวิจัยโดยนักความสัมพันธ์วิทยา เราเชื่อว่า ผลที่ออกมา ความทรงจำเรื่องที่ลืมยากที่สุด คงเป็นความทรงจำเรื่องราวของความรัก เหมือนกับที่มีคนเคยบอกว่า การเอาใครสักคนเข้าอยู่ในหัวใจเราว่ายากยิ่งแล้ว แต่การเอาใครสักคนออกมาจากหัวใจของเราเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า เพราะอย่างนี้เอง เมื่อเรารักใคร ต่อให้ต้องห่างกันออกมาด้วยเหตุผลใดก็ตาม เราจะพบว่า การลืมเขาเป็นเรื่องที่ยากเย็นเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับการที่ลึกๆ แล้วความรู้สึกของเราที่มีต่อเขายังเป็นความรู้สึกรัก เพราะมีแค่วิธีเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เราลืมเขาไปได้อย่างช้าๆ คือในวันเวลาที่เราหมดรักเขาลงไปแล้ว และเราเองก็รู้ดีว่า ต่อให้เขาทำให้เราเกลียดมากแค่ไหน แต่การเกลียดก็ไม่ได้หมายความว่าจะห้ามความรักนั้นได้เลย เหมือนกับที่มีบอกว่า ยิ่งรักก็ยิ่งเกลียด วันที่เราลืมเขาได้ คงเป็นสักวันที่การคิดถึงเขาไม่ทำให้เรารู้สึกอะไรอีกต่อไป

ทุกอย่างเหมือนไม่นานเมื่อเรามองผ่านความทรงจำ

เหมือนไม่นานมานี้เลย ที่บนเตียงนอนข้างๆ นี้ยังมีคุณ เหมือนไม่นานมานี้เลย ที่ผมกอดคุณตอนเช้าในขณะที่คุณกำลังบิดตัวขับไล่ความง่วง เหมือนไม่นานมานี้เลย ที่เราสองคนยังโอบกอดกันอยู่ภายใต้ผ้าห่มไม่ยอมถอนตัวออกจากกัน เหมือนไม่นานมานี้เลย ที่คำว่ารักตลอดไปดูเหมือนว่า เป็นเรื่องจริง ในความทรงจำ ทุกอย่างยังคงชัดเจนอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อเป็นความทรงจำเรื่องของเรา ผมเห็นภาพเหล่านั้นชัด ราวกับทุกอย่างเกิดขึ้นในวันเมื่อวาน ทั้งที่มันผ่านมานาน นานพอที่จะทำให้คุณรักคนใหม่ มันทำให้ผมได้รับรู้ว่า ในความสัมพันธ์หนึ่ง คนเราจดจำเรื่องราวต่างๆ ได้ไม่เท่ากัน ในความรักครั้งหนึ่ง คนเราจดจำเรื่องราวต่างๆ ในความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป และคนที่ยังจดจำเรื่องราวทุกอย่างได้ดี คนที่ยังคิดถึงเรื่องราวเหล่านั้นทุกวัน คือคนเดียว ที่เจ็บปวดมากที่สุด เป็นความเจ็บปวดที่เหมือนผ่านมาไม่นาน และเพียงคิดถึงก็เหมือนเราตอกตะปูใส่ความทรงจำนั้น ให้สั่นสะเทือนและเจ็บปวด ผ่านมาแล้ว เรื่องราวทุกๆ อย่าง ผ่านมาแล้ว กับความผิดหวังที่เกิดขึ้นจากความสุขซึ่งหายไป แต่เมื่อมองผ่านจากความทรงจำของคนที่ยังรัก นานแค่ไหนก็ตาม ภาพทุกอย่างคล้ายกับเพิ่งเกิดขึ้น

คุณยังอยู่เสมอในความคิดถึงหลังจากนั้น

พอผ่านวัยและวันของชีวิตมาถึงจุดหนึ่ง ผมก็พบความจริงบางอย่าง แม้มันอาจดูเป็นความจริงที่โหดร้าย และเราอาจอยากปฏิเสธที่จะยอมรับ แต่กฎของความจริง คือต่อให้เราพยายามจะหลีกหนีแค่ไหน ความจริงก็จะยังเป็นความจริงอยู่เสมอ ความจริงที่ผมพบคือ คนเราเกิดมาเพื่อพบเจอและลาจากกันไป เป็นอย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด บางครั้งเราจากกันตอนที่ยังมีลมหายใจ บางครั้งเราจากกันตอนที่ความไม่จีรังของชีวิตกำลังแสดงผลงานของมัน แต่ไม่ว่าเราจะจากกันในตอนไหน ในเวลาใด ใช่, สุดท้ายเราทุกคนต้องจากกัน แม้อาจดูเหมือนว่าโหดร้าย แต่ธรรมชาติไม่ได้ใจร้ายกับเราเกินไปนัก ชีวิตได้สร้างสิ่งหนึ่งไว้กับเรา เพื่อที่จะเก็บคนๆ หนึ่งให้อยู่กับเราได้ตลอดไป เท่าที่สมองและหัวใจของเราจะทำได้ เราเรียกสิ่งนั้นว่า ความคิดถึง และความคิดถึงนั่นเองเป็นเครื่องมือที่เราจะใช้เพื่อเรียกความทรงจำ โดยเฉพาะความทรงจำเรื่องของคนที่สำคัญ ที่ต่อให้นานวันแค่ไหน เรื่องราวของเขาจะอยู่ในหัวใจของเราเสมอ แม้จะสิบปี หรือยี่สิบปี หรือกระทั่งวันสุดท้ายของเรา เขาก็จะยังไม่เลือนหายไป ในชีวิตคนหนึ่งคน มันจะมีบางคนที่เราคิดถึงเขามากเป็นพิเศษ จนเรารู้สึกราวกับว่า ไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่เราไม่คิดถึงเขา และต่อให้เขากับเราไม่ได้พบเจอกันมานานแสนนานเท่าไหร่ ความรู้สึกของเรา ความทรงจำของเรา ก็จะบอกกับเราว่า เขายังอยู่กับเราเสมอ ในรูปแบบของความคิดถึงหลังจากนั้น เป็นความคิดถึงที่จะฝังรากลึกและผลิดอกออกผลงดงามในหัวใจของเรา ตลอดกาล

เราเลือกได้ว่าจะจดจำเรื่องราวที่ผ่านมาแบบไหน

จริงๆ แล้ว เราทุกคนอาจใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิต ไปกับการจัดการความทรงจำของเราเอง โดยที่เราอาจไม่รู้ตัว   ตอนต้น เราใช้เวลากับการสะสมความทรงจำ   ตอนกลาง เราใช้เวลากับการสร้างความทรงจำ   จากนั้น เราใช้เวลากับการพยายามจำและพยายามลืมบางความทรงจำ   และในตอนปลาย เราใช้เวลาไปกับการทบทวนความทรงจำ   จนวันที่เราไม่อยู่อีกแล้ว สิ่งที่ยังอยู่เกี่ยวกับเรา ก็คือเรื่องราวของเราในความทรงจำของคนอื่น   สิ่งผมสังเกตเห็นคือ คนเราไม่ค่อยให้ความเป็นกลางกับความทรงจำสักเท่าไหร่   บางเรื่อง เราก็จดจำมันในแง่ดีจนเกินไป จนใช้เวลาหมดไปกับการถวิลหาเรื่องราวเหล่านั้น กระทั่งลืมสิ่งที่อยู่ในปัจจุบัน   และกับบางเรื่อง เราก็จดจำมันในแง่ร้ายเกินไป ทั้งที่มันอาจมีเรื่องราวดีๆ มากมาย ให้เราได้จดจำ   แต่เพราะว่า เราจดจำแต่แง่ร้าย เราก็เลยมีแต่ความทุกข์   เป็นความทุกข์ในความทรงจำ เป็นความทุกข์ในการพยายามลืมความทรงจำ   ซึ่งในความเป็นจริง ทุกเรื่องราวมีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ร้าย   การมองทุกเรื่องอย่างเข้าใจว่า มันไม่ได้ดีไปทั้งหมด หรือมันไม่ได้แย่ไปทั้งหมด   นั่นอาจเป็นทางเลือกในการจดจำความทรงจำ แบบที่ทำให้เราสามารถอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างไม่สุขหรือทุกข์จนเกินไป