จงมีความสุขให้ได้ แม้ในวันที่ทุกข์มาเยือน

หากชีวิตของคนเราเป็นฤดูกาลก็คงเป็นชีวิตที่มีฤดูกาลผลัดเปลี่ยนเวียนหมุนกันไปฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว ชีวิตเรา ก็มีฤดูแห่งความสุข ฤดูแห่งความทุกข์ และฤดูที่รู้สึกหน่วงๆ ในหัวใจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน ในความเป็นจริงเราต่างก็ปราถนาให้ชีวิตของเรามีแต่ความสุขพบเจอแต่เส้นทางที่ราบรื่นและเรียบง่ายไม่มีอุปสรรค ปราศจากขวากหนาม แต่ในความเป็นจริงชีวิตจะไม่ปฏิบัติต่อเราอย่างนั้นชีวิตจะนำพาความลำบาก นำพาปัญหาและเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่เป็นอย่างใจมาให้เราได้พบเจอ ใครๆ ก็อยากมีความสุข แต่ชีวิตก็ขยันพาความทุกข์มาให้เรา บางทีนะ, บางที คงจะดีถ้าเราไม่ปล่อยให้ความสุขของเราแปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่ต้องเจอ เวลามีความสุข เราอาจสุขตาม แต่เวลาเจอความทุกข์ ใจเราไม่จำเป็นต้องทุกข์ตาม เพราะไม่ว่าอะไรก็ตามจะเกิดขึ้นกับเราสิ่งนั้นเป็นเพียงสิ่งเร้าที่เข้ามากระทบกับหัวใจของเราแต่ใจของเราจะโอนอ่อนไปทางไหนขึ้นอยู่กับหัวใจของเราเอง ทุกข์เข้ามาเราก็สุขกลับไปได้ถ้าเราเข้าใจว่า ความทุกข์นั้นเป็นครู เข้ามาเพื่อสอนบทเรียนให้เราและยิ่งเข้าใจว่า ความทุกข์นั้นเป็นของชั่วคราวมาแล้วก็หายไป เวลาที่มีความสุขจงสุขให้เต็มที่อย่างดอกไม้ที่ผลิบานเวลาที่มีความทุกข์ก็จงมีความสุขเช่นกันสุขเพื่อให้รู้ว่า ความทุกข์นั้นไม่แข็งแกร่งพอชนะใจเรา

ความทุกข์เกิดขึ้นบ่อยจากการลืมความสุขไม่ได้

โดยพื้นฐานแล้ว ผมเป็นคนที่ชอบนอนมาก ไม่ใช่คนที่ต้องการการนอนกลางวัน แต่เป็นคนที่ชอบนอนยาวๆ หากมีโอกาส ก็จะนอนตั้งแต่หัวค่ำ แล้วไปตื่นอีกครั้งสายของวันต่อมา แต่ในชีวิตของคนทำงานเมือง ไม่ค่อยมีโอกาสให้เราได้นอนตื่นสายแบบนั้น ตื่นหกโมงเช้า ออกเดินทางเจ็ดโมงตรง บ่อยครั้งเราก็พบว่า สายเสียแล้ว เมื่อการจราจรบนท้องถนนเนืองแน่น เกินกว่าที่เราจะไปถึงที่หมายทันเวลา ช่วงเวลาที่ผ่านมา เป็นวันหยุดยาวสามวัน ผมใช้โอกาสในการนอนตื่นสายอย่างเต็มที่ ทั้งสามวัน ผมตื่นเกือบสิบโมงเช้า พร้อมกับความรู้สึกที่สดชื่น ผมคิดว่า ในสามวันนั้น ตัวผมเองคงเหมือนกับโทรศัพท์มือถือ ที่ได้ชาร์จแบตจนเต็ม และพร้อมมากพอกับการเริ่มงานวันแรกหลังจากหยุดยาวสามวัน นั่นคือสิ่งที่ผมคิด แต่สิ่งที่ผมเจอในเช้าวันทำงานวันแรกหลังการหยุดยาวของตัวเอง คือ ผมไม่อยากตื่นเลย ผมรู้สึกชิน และคิดถึงกับการได้ตื่นสาย รู้สึกว่า ต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติในการงัดตัวเองขึ้นมาจากเตียงได้ เหตุการณ์นี้ทำให้ผมคิดว่า ในขณะที่เราตามหาความสุข และมองเห็นความสุขเป็นจุดหมายปลายทาง แต่บ่อยครั้ง ถ้าเราเอาตัวเราไปยึดติดกับความสุขจนเกินพอดี ความสุขนั้นก็อาจทำให้เราหลงทางได้ ด้วยการติดสุขมากเกินไป และถ้าคิดให้ดีในบรรดาความทุกข์ทั้งหลายบนโลกใบนี้ล้วนเกิดขึ้นจากความสุขทุกข์เพราะปราถนาในความสุขทุกข์เพราะคิดถึงความสุขทุกข์เพราะไม่อยากให้ความสุขจางหายไป หากเรามองความสุขให้เป็นกลาง และมองความทุกข์อย่างเป็นกลาง ว่าจะความสุขหรือความทุกข์ ล้วนเป็นเพียงอารมณ์ความรู้สึกที่เราคิดขึ้นมา เอาใจของเราไปสัมผัสมันจนเกิดความดีใจ เสียใจขึ้นมา แล้วสุดท้ายตามหลักของความไม่เที่ยงแท้ ทั้งสุขและทุกข์ทั้งหลายที่เราต้องพบเจอ ก็แค่เพียงพบเจอแล้วผ่านไป จะสุขหรือทุกข์ที่เข้ามาก็แค่ยิ้มรับมันแล้วบอกตัวเองว่าสุขหรือทุกข์เหมือนกันคือเป็นของชั่วคราว

ไม่ว่าใครก็ตามไม่มีสิทธิห้ามเรามีความสุข

ความสุขอาจเป็นสิ่งที่ผู้คนอยากครอบครองมากที่สุดในโลกใบนี้ คนเราอยากมีเงิน คนเราอยากมีความรัก คนเราอยากมีชื่อเสียง คนเราอยากมีสิ่งต่างๆ มากมายบนโลกใบนี้ ก็เพราะว่า เราเชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นจะนำพาความสุขมาให้เรา เราจึงพยายามทำทุกวิถีทาง เราจึงพยายามทุกๆ อย่าง เพื่อให้ได้สิ่งความสุขมาครอบครอง ความสุขของเราแต่ละคนเป็นสิ่งแตกต่างกัน บางคน ความสุขของเขาคือการได้มา แต่กับบางคน ความสุขของเขาคือการให้ไป ไม่ว่าอย่างไร แม้ความสุขของคนเราจะต่างกัน แต่ความรู้สึกที่เรามีให้ความสุขเป็นสิ่งสากล ที่เราทุกคนมีเหมือนๆ กัน เคยมีคนถามว่า ความสุขคืออะไร ความสุขเป็นเรื่องที่นิยามได้อย่างยากยิ่งเสมอ มันยากที่จะบอกว่า ความสุขคืออะไร และบางครั้ง ในเวลาที่เรามีความสุขอยู่ เราก็ยังไม่รู้ตัวว่านั่นคือความสุข สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือ คนเรามักจะรู้ว่าอะไรคือความสุข เมื่อเราได้เสียสิ่งนั้นไป ความสุขแท้จริงแล้วจึงไม่ใช่อะไรเลย แต่อาจคือภาวะที่หัวใจของเราไม่มีความทุกข์ ใช่, แค่ไม่ทุกข์ก็สุขแล้ว แต่คนมากมาย กลับยอมที่จะมีความทุกข์ เพียงเพราะต้องการตามใจความรู้สึกของคนอื่น เป็นอย่างที่คนอื่นพอใจ เป็นอย่างที่คนอื่นต้องการ เป็นทุกอย่างแบบที่คนอื่นคาดหวัง เป็นทุกอย่างยกเว้นการเป็นตัวของตัวเอง เป็นทุกอย่างยกเว้นคนที่มีความสุข สุดท้ายแล้วจงอย่าลืมว่า ชีวิตนี้เป็นชีวิตของเรา คนอื่นเข้ามาแล้วก็จากไป เขาแค่มาแวะทักทายในชีวิตของเรา สุดท้ายก็ต้องกลับไปอยู่ในชีวิตของเขาอยู่ดี อย่าให้ใครก็ตาม คำพูดของใครก็ตาม มากำหนดหนทางที่จะสุขหรือทุกข์ของเรา เพราะสุดท้ายจะมีแต่เราเท่านั้นที่ต้องอยู่กับความรู้สึกนั้นไปตลอดชีวิต

โลกไม่ได้หมุนรอบตัวเรา ไม่ว่าความสุข หรือความเศร้าก็ตาม

โดยธรรมชาติแล้ว แม้ไม่ได้รู้ตัว แต่คนเรามักหลงเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง ทำราวกับว่า โลกนี้หมุนรอบตัวเรา เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า สำหรับตัวเราเอง เราเป็นพระเอก นางเอก ในชีวิตของเราเสมอ หมายความว่า ในความคิดของเรา เราคือผู้ที่ถูกต้องเสมอ และแม้กระทั่งเราทำความผิด ความผิดของเราก็เป็นเรื่องที่น่าให้อภัย และมีเหตุผลในการทำความผิด ขณะเดียวกัน ใครก็ตามที่เรารู้สึกว่าเขาทำไม่ดีกับเรา หรือทำอะไรก็ตามที่ไม่เป็นไปอย่างใจของเรา เขาคนนั้น หนีไม่พ้นต้องรับบทเป็นตัวร้าย และดูเป็นคนที่ไม่ดี ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ในชีวิต ด้านอื่นๆ เขาอาจเป็นคนที่ดีมากๆ ก็ได้ แต่เราเองกลับมองเขาเป็นผู้ร้าย เพียงเพราะเขาไม่ได้ทำดีต่อเรา แม้อยากจะปฏิเสธ แต่ลึกๆ แล้ว เราส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น, แม้กระทั่งผมเองก็ตามที กับความทุกข์ กับความสุข เราก็ยังหนีไม่พ้นการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล เวลาที่เรามีความสุข เราทำเหมือนราวกับว่า โลกนี้หมุนด้วยความสุขเพียงอย่างเดียว ไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่า ความทุกข์อยู่ในโลกใบนี้ แต่พอเรามีความทุกข์ เราก็ทำเหมือนความสุขที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องจริง เหมือนไม่เคยเกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน ความสุขของวันหน้า ก็เหมือนไม่มีวันมาถึง ความทุกข์ของเราดูเป็นเรื่องสำคัญที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เป็นกำแพงยักษ์หนาและหนัก ที่เราไม่มีวันก้าวข้ามผ่านไปได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ความสุขของเรา ความทุกข์ของเรา […]