ยินดีที่ได้พบกัน แม้ในวันที่ช้าไป

ความสัมพันธ์กับวันเวลา เป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกันเกินกว่าที่ใครจะปฏิเสธได้ แม้จะมีคนเคยบอกว่า รักไม่ต้องการเวลา แต่วันเวลาส่งผลต่อความรักมากมายนัก ถูกที่ ถูกเวลา คือสิ่งที่มีความหมาย กับบางคน ที่เรากับเขาเจอกันและมีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน แต่วันเวลาที่มาเจอกัน กลับเป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่างเป็นไปไม่ได้ เราคงทำได้แค่เก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ในใจ ถึงอย่างนั้น ถึงทุกอย่างจะดูว่า บางการพบเจอเป็นเรื่องที่สายไป ฉันก็ยังพบว่า ทุกการพบเจอมีความหมายในตัวเองเสมอ ไม่ว่าเราจะเจอกันเป็นช่วงเวลานาน หรือสั้น ไม่ว่าเราจะเจอกันในช่วงเวลาที่เราไม่อาจเป็นคนที่ใช่ ใช่ไหมว่า การพบเจอกันของคนสองคน ทิ้งร่องรอยยบางอย่างไว้ในหัวใจเสมอ โดยเฉพาะการพบเจอในความรู้สึกของคำว่ารัก ความรัก ฉันเชื่อว่า เมื่อเกิดขึ้นแล้วงดงามเสมอ การมีความรักคือการโรยเมล็ดพันธ์ุบางอย่างไว้ในหัวใจ และแม้วันหนึ่ง ความสัมพันธ์นั้นจะจืดจางลงไปแล้ว แต่เมล็ดพันธุ์ที่เกิดขึ้นในหัวใจนั้น ยังจะคงงดงามเสมอ เมื่อเราได้พบกัน เมื่อเราได้รักกัน แม้วันหนึ่งเราอาจต้องจากกันไป เหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำ อาจเพราะว่า เวลาของเราสองคน ไม่เป็นเหมือนอย่างที่หัวใจของเราต้องการ แต่ฉันอยากบอกให้เธอได้รู้ว่า ยินดีเสมอที่เราได้เจอกัน และความรักของเธอยังจะงดงามในความทรงจำของฉันเสมอ ถ้าคำว่าตลอดไปมีจริง ความคิดถึงที่มีอยู่ ก็จะคงอยู่ตลอดไป

จงภาคภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น

สิ่งหนี่งที่น่าเศร้าที่สุดสำหรับผม คือการที่คนเราไม่ค่อยภาคภูมิใจในตัวเอง ต้องรอให้คนอื่นมาชื่นชม เราถึงรู้ว่า เรามีคุณค่าแค่ไหน ในความเป็นจริง เราทุกคนที่เกิดมา เราเกิดมาโดยห่างไกลจากคำว่าดีพร้อมมากมายนัก เราพูดก็ไม่ได้ ต้องหัดพูด เราเดินด้วยลำแข้งตัวเองก็ไม่ได้ เราต้องตั้งไข่เพื่อหัดเดิน เราดูแลตัวเองก็ไม่ได้ ต้องให้พ่อแม่คอยดูแล เราไม่มีความรู้สักเรื่อง จนต้องมาเรียนหนังสือเพื่อให้ครูสอน จะเห็นได้ว่า เราไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบเลย แต่วันนี้ เราก็มาถึงจุดนี้ จุดที่เราสามารถดูแลตัวเองได้ จุดที่เราสามารถยืนอยู่บนทางเลือกของชีวิตเราเอง อาจเพราะเราชอบมองสิ่งที่มีเป็นธรรมดา และมองสิ่งที่เราไม่มีเป็นสิ่งที่พิเศษ จนลืมไปว่า ทุกสิ่งที่เรามี ทุกสิ่งเป็นเรา เป็นความมหัศจรรย์ของชีวิต และสำหรับผม ความสามารถที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่มนุษย์หนึ่งคนพึงจะมี และความสามารถนั้นได้แบ่งแยกเราจากสิ่งมีชีวิตอื่น คือความสามารถในการที่จะรัก และความสามารถในการที่จะถูกรัก การรักใครสักคนเป็น เป็นสิ่งดีงามที่สุด ที่ธรรมชาติมอบให้กับสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่ามนุษย์ และถ้าหากเรามีความสามารถนั้น เรามีสิทธิเต็มที่ที่จะภูมิใจในตัวเอง

เรื่องของเราจะยังเป็นฝันดีแม้ในวันที่ตื่นมาแล้วไม่มีกันอีกต่อไป

อาจเพราะว่า ตอนที่เรารักกัน เราทุ่มเทให้กับความรักนั้นมากมาย อาจเพราะว่า ตอนที่เรารักกัน เราเชื่อว่า ความรู้สึกของเราจะเป็นอย่างนั้นเสมอ ทั้งที่ในความเป็นจริง กับสิ่งที่เรียกว่าหัวใจ ไม่มีอะไรแน่นอน และเพราะความเป็นจริง ต่อให้รักกันแค่ไหน เราก็ต้องจากกันในสักวันแน่นอน คำพูดดีๆ มากมาย ที่ออกมาจากใจวันนั้น เราพูดกันมาจากหัวใจ แต่เพราะอะไรๆ มากมาย ทุกสิ่งภายในใจของเราเปลี่ยน เราก็เลยเปลี่ยนไป ฉันเคยเชื่อ และเชื่อว่า เธอเคยเชื่อเช่นกัน ว่าความรักของเรา จะมีความหมายเดียวกับคำว่า นิจนิรันด์ แต่เพราะทุกอย่างอาจเปลี่ยนไป และเราเองก็เปลี่ยนไป คำว่ารัก บางทีก็แสนสั้น เรากลายเป็นอดีต ไม่เหลือปัจจุบัน เรากลายเป็นอดีต เหลือแต่เรื่องราวที่กลายเป็นความฝัน อาจเพราะเรากอดกันไม่แน่นพอ หรืออาจเพราะเรากอดกันแน่นจนเกินไป สุดท้ายระหว่างเรา สิ่งที่เหลือ คือ ความเสียใจ แต่ถึงอย่างนั้นฉันยังอยากขอบใจ ที่ครั้งหนึ่งเราได้รักกัน และแม้มันจะเป็นเพียงแค่ชั่วหลับตาฝัน แต่มันจะเป็นฝันดี

เส้นขนานสองเส้นมองเห็นกันและกันตลอดเวลา แต่ไม่เคยมาบรรจบกัน, เราก็เป็นเช่นนั้น

ทุกครั้ง ที่เราสองคนเจอกัน ลึกๆ เราต่างรู้สึกอะไรบางอย่างร่วมกัน เป็นความรู้สึกว่า ระหว่างเราสองคน เราน่าจะเป็นให้กันได้มากกว่าวันทุกวันที่ผ่านมา แต่เราก็ไม่เคยเป็นได้มากกว่านั้น แต่เราก็ไม่เคยห่างหายกันไปไหน เราสูดกลิ่นกายของกันและกัน เหมือนว่า นั่นคือลมหายใจของเรา โดยไม่แม้แต่จะสัมผัสผิวกาย เพราะเรารู้ว่า เราไม่มีสิทธิ ถึงอย่างนั้น ความรู้สึกของเราก็ใกล้ชิดกันมากกว่าที่ใครจะเคยใกล้ชิดเรา โลกนี้มีหลุมรักมากมาย บางครั้งเป็นฉันที่ตกหลุมรักคนอื่น บางเวลาเป็นเธอที่ตกหลุมรักคนอื่น แต่ในหลุมรักนั้น อยู่ในหลุมรักที่ใหญ่ยิ่งกว่า หลุมรักที่เราสองคนตกหลุมรักกันและกัน แต่ทุกครั้ง ที่ใครคนหนึ่งจะเอื้อมมือออกไป ก็จะมีอีกคน ที่เก็บมือนั้นเอาไว้ ไม่ยอมไปจับมือของใครอีกคน ทำเหมือนกับว่า การที่เราสองคนจะใช้ลมหายใจร่วมกัน จะกลายเป็นการสิ้นสุดลงของบางสิ่ง เราจึงทำได้แค่หายใจ เป็นลมหายใจที่ใกล้ๆ กัน เฝ้ามองดูชีวิตของอีกคน พบเจอ ผูกพัน และจากลา หัวเราะ มีความสุข และสิ้นหวัง กับคนอื่นๆ ที่เข้ามาในชีวิต ทำราวกับเราเป็นเส้นขนานสองเส้น ที่หวาดกลัวการบรรจบกัน แต่เลือกที่จะมองความเป็นไปของกันและกันในมุมๆ เดิม ตลอดไป อาจเพราะเราต่างกลัว กลัวว่า เมื่อความฝันกลายเป็นความจริง ความฝันจะไม่ใช่ความจริง กลัวว่า เมื่อเรากลายเป็นคนรักกันแล้ว ความรักของเราจะลดลง […]

ผมเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า ที่ผ่านมาผมมองผ่านคุณไปได้อย่างไร

เมื่อถึงวัยหนึ่ง เราจะรู้สึกว่า เรากำลังตามหาบางอย่างอยู่ ตามหาความรัก จากคนหนึ่งคน ที่เขาจะรักเราจริง ตามหาคนรัก คนที่เขาจะไม่ทอดทิ้งเรา ไม่ว่าอย่างไร ผมก็เป็นคนนั้น คุณก็เป็นคนนั้น คนที่มองหาความรัก จากใครสักคน แล้วคาดหวังว่า ความรักนั้นจะเป็นของเรา เราออกตามหา เจอคนที่คิดว่าใช่ แล้วพบว่าเขาไม่ใช่ เราเดินบนเส้นทาง ที่คิดว่าถูกทาง แต่เราก็ต่างหลงทางมาตลอด จนวันหนึ่ง วันที่ผมรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิมระหว่างเรา คุณ, เพื่อนผมคนหนี่ง ได้บอกผมด้วยประโยคสั้นๆ ในวันที่พระจันทร์เป็นวงเสี้ยว “เราชอบแก” ผมอึ้ง ไม่ตอบอะไรคุณ ผมนิ่ง คุณนิ่งยิ่งกว่า “ขอโทษนะ เราไม่ได้รู้สึกกับแกเกินกว่าเพื่อน” ผมทลายความเงียบ ด้วยความเงียบยิ่งกว่า ไม่มีประโยคใดจากผมอีก ไม่มีประโยคใดจากคุณอีกเช่นกัน มีแต่น้ำตาของคุณ กับการจากลา ที่ผมเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้น เราห่างกันออกไป กลายเป็นคนอื่น โดยไม่ได้ทำอะไร แต่เราค่อยๆ หายไปจากความคิดของกันและกัน โดยที่ผมไม่รู้เลยว่า ผมไม่เคยหายไปจากความคิดถึงคุณ ผมใช้ชีวิต แล้วคิดเอาเองว่าตัวเองมีความสุข เจอผู้คนคนแล้วคนเล่า ที่แม้เริ่มต้นกันด้วยรอยยิ้ม แต่จบลงที่น้ำตาเสมอ ผมหวังสักวันจะเจอรักแท้ และคนเหล่านั้นก็คาดหวังว่า […]

เรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเองให้เป็น

จริงอยู่ว่า เราเกิดมาตัวคนเดียว และจะจากโลกนี้ไปเพียงลำพัง แต่ว่าระหว่างที่เราใช้ชีวิตอยู่ ชีวิตได้พัดพาผู้คนมากมายให้เราพบเจอ จนอาจบอกได้ว่า เราแทบจะไม่เคยอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้จริงๆ ตอนเด็ก เรามีพ่อแม่ ในโรงเรียนเรามีเพื่อนๆ มีครู ที่มหาวิทยาลัย เรามีเพื่อนๆ มีอาจารย์ จบมา เราก็ยังมีเพื่อนร่วมงาน และบางคนก็มีคนรัก มีลูก แม้เราจะบอกว่าเราเกิดมาคนเดียว แต่ว่าชีวิตของเรารายล้อมด้วยผู้คนอยู่เสมอ ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าไม่ดี เพราะในความเป็นจริง เราทุกคนไม่มีใครสมบูรณ์แบบ การมีคนเดินร่วมทางกันไป เราต่างจะช่วยเติมเต็มในส่วนที่หายไปของกันและกัน แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ทุกเวลาหรอก ที่จะมีคนอื่นอยู่กับเรา และมันก็จะมีบางเวลา ที่เราควรจะอยู่กับตัวเองบ้าง อาจเป็นเพราะเราถูกเติมเต็ม ด้วยความสุขของการมีผู้คนอยู่ข้างๆ ทำให้เรายอมรับไม่ค่อยได้ เมื่อถึงเวลาที่เราต้องอยู่เพียงลำพัง ทั้งที่การอยู่เพียงลำพังบ้าง บางครั้งก็ดี ในหนึ่งวันเราพูดคุยกับผู้คนมากมาย แต่เคยไหมที่เราจะพูดคุยกับความรู้สึกของตัวเอง ในหนึ่งชีวิตเราอาจโอบกอดใครมาหลายครั้ง แต่เคยไหมที่เราจะโอบกอดตัวเอง ในหนึ่งชีวิตเราอาจเคยบอกรักใครต่อใคร แต่เคยไหมที่เราจะบอกรักตัวเราเอง ท้ายที่สุดแล้ว คนที่มีความสุขกับชีวิต ไม่ใช่คนที่มีใครๆ อยู่ข้างกายมากมาย แต่คือคนที่อยู่กับตัวเองได้ และเป็นคนที่รักตัวเองเป็น

ในความรักไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ

เราต่างตามหาความสมบูรณ์แบบ ทั้งในความสมบูรณ์แบบของตัวเอง และความสมบูรณ์แบบของผู้อื่น เราทุกคนอยากเป็นคนที่สมบูรณ์แบบในทุกๆ ด้าน เป็นคนที่ปราศจากข้อบกพร่องในเรื่องใดๆ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เราทุกคน, ทุกคนบนโลกใบนี้ ไม่มีสักคนที่สมบูรณ์แบบไปทุกอย่าง เราทุกคนต่างมีบาดแผล ร่องรอย ความชำรุดบกพร่อง ในสิ่งที่แตกต่างกันออกไป จนอาจพูดได้ว่า ความไม่สมบูรณ์แบบเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ทุกคน ดังนั้น ไม่ว่าเราจะนิยามคนหนึ่งคนไว้ในสถานะใด แท้จริงแล้ว เราทุกคนเหมือนกัน คือเราต่าง มีจุดที่’ต่าง’ และผิดไปจากคนอื่นเหมือนกัน ความรักเป็นเรื่องสากล ผมเชื่อว่า เราทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด มีความคิด ความเชื่อ หรือเติบโตมาในสิ่งแวดล้อมแบบไหน เราต่างมีหัวใจที่จะรักใครสักคน เป็นทั้งผู้ที่พร้อมจะมอบความรัก และผู้ที่จะรับความรัก ส่งต่อ ปลูก และดูแลให้ความรักนั้นเติบโต เพื่อที่จะดูแลหัวใจกันและกัน ในความรัก การที่ความรักจะเริ่มต้นได้ เราต้องยอมรับกันให้ได้ก่อนว่า ไม่ว่าเราเป็นใคร ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ เราต่างก็มีความบกพร่อง ที่อยากให้คนที่เรารักมาเติมเต็ม และยอมรับในสิ่งที่เราเป็น ส่วนคนที่เรารักเขา เขาก็คงมีรอยแผล ความบกพร่อง ที่อยากให้เราดูแล และยอมรับในสิ่งที่เราเป็นเช่นกัน เพราะเมื่อไหร่ก็ตาม ที่เราคิดเอาว่า เราสมบูรณ์แบบ หัวใจเราจะปิด ไม่ยอมรับความคิดเห็นของอีกคน และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราคาดหวังว่าคนที่เรารักจะสมบูรณ์แบบ […]

ใช้หัวใจเพื่อรับฟังคำว่ารัก

หลายคู่ หลายคน แม้จะคบกันมานานแสนนาน แต่ก็ยังมีปัญหาความไม่เข้าใจกัน   โดยเฉพาะ เมื่อคบกันไประยะ ปัญหาเรื่องรัก ไม่รัก มักจะจบไป เพราะคบกันมาจนป่านนี้ก็คงพอรู้ใจว่ารักกัน   แต่สิ่งที่เป็นปัญหา และมักสร้างความบาดหมางเป็นริ้วรอยของความรู้สึก   คือ คำว่ารักเราไม่เท่ากัน   มักจะมีฝ่ายหนึ่งเป็นอย่างน้อย ที่พอคบกันไปสักพัก แล้วจะรู้สึกว่ารักเราไม่เท่ากัน   เราเองเป็นฝ่ายที่รักเขามากกว่า เราเองเป็นฝ่ายที่ให้เขาไปทั้งใจ เราเองเป็นฝ่ายบอกรัก ในคำว่ารักที่เขาไม่ตอบกลับมาเหมือนอย่างเคย   พอคบกันไป เราบอกรักกันน้อยลง น้อยลงทุกวัน จนอาจกลายเป็นไม่บอก และคำว่ารักที่หายไป บางครั้งมันก็อาจทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า ความรักมันหายไปด้วยหรือเปล่า   บางครั้งอาจใช่ แต่บางทีก็อาจไม่ใช่ เพราะถ้าจะว่ากันตามตรง คนเราแต่ละคนมีวิธีการแสดงความรักที่ต่างกัน   การที่คนๆ หนึ่งไม่ค่อยพูดคำว่ารัก นั่นก็ไม่ได้แปลว่า เขาไม่รัก เขาอาจแค่รู้สึกว่า ทุกวันที่อยู่ด้วยกัน ทุกการกระทำที่มีต่อกัน นั่นคือคำว่ารักที่บอกกันในทุกๆ วินาที ด้วยภาษาที่เป็นสากล ไม่จำต้องสื่อด้วยถ้อยคำใด แต่รับรู้ได้ผ่านทางความรู้สึก   เพียงแค่เราจะลองใช้หัวใจฟังคำว่ารัก เราอาจจะได้ยินคำนั้นบ่อยกว่าที่ใช้หูฟัง