ถ้าถึงเวลาความรักจะลดลงก็อย่าเสียใจ หากเราได้ทำตอนนี้อย่างดีที่สุดแล้ว

สำหรับบางคน ความรักเป็นสิ่งสวยงาม เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ความรักเป็นเรื่องราวที่ทำให้หัวใจผลิบานเหมือนดอกไม้ แต่สำหรับบางคน ความรักเป็นเรื่องน่ากลัว เป็นสิ่งที่เราอยากหลีกหนี และถ้าเป็นไปได้ไม่อยากไปข้องเกี่ยวใดๆ เลย ความรักจะเป็นอย่างไร สวยงามหรือว่าน่ากลัว น่าเดินเข้าหาหรือว่าหลบหนี บางครั้ง เกิดจากสิ่งที่เราได้พบ ได้เจอ และได้ฟัง จากความรัก ทั้งประสบการณ์ของตนเองหรือผู้อื่น ที่ผ่านมา หลายคนเมื่อเจอความรักที่ไม่สมหวังแล้ว ทำให้หัวใจไม่อยากที่จะมีความรักเลย และแม้ยังมีความรักอยู่ แต่พอเจอเรื่องราวรความเศร้าในวันที่ผ่านมา ก็ทำให้กล้าๆ กลัวๆ กับความรักในครั้งปัจจุบัน มีคนบอกว่า ความรักแม้เคยมีมากเท่าไหร่ แต่พอผ่านวันคืนไป ความรักจะมีแต่ลดลงไปได้ทุกวัน และความรักที่ลดลง ทำให้หัวใจเจ็บปวดไม่น้อยกว่าความไม่รักเลย เพราะกลัวว่าความรักจะลดลง บางคนจึงไม่อยากเริ่มต้นความรัก เพราะกลัวว่าความรักจะน้อยลง บางคนจึงไม่อยากให้ใจกับความรักนั้นเต็มที่ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งความรัก มีเกิดขึ้น และมีหมดไป มีเพิ่มขึ้น และมีลดลง การกลัวว่า วันหนึ่งความรักจะลดลง จนทำให้เราไม่กล้าที่จะรัก อาจทำให้เราพลาดช่วงที่งดงามที่สุดของชีวิตไปก็ได้ เหมือนเวลาซื้อดอกไม้ เรารู้ว่า อย่างไรดอกไม้ก็มีวันจะเหี่ยวเฉาร่วงโรยลง แต่เราก็ยังซื้อ เพราะตอนที่ดอกไม้ยังผลิบานนั้นงดงาม เหมือนเวลาที่เรากินของอร่อย เรารู้ว่า อย่างไรอีกไม่นานขนมนั้นก็จะหมดลง แต่เราก็ยังเคี้ยวทุกคำด้วยความอร่อย […]

จดหมายถึงตัวฉันเองตอนอายุ 15 จากชายอายุ 30

สวัสดีหนุ่มน้อย ถ้าความทรงจำของฉันยังไม่ได้ผิดเพี้ยนมากจนเกินไปนัก เมื่อ 15 ปีก่อน ณ ตอนนี้ นายน่าจะกำลังง่วนอยู่กับการเรียน รวมถึงการหาช่องทางที่จะศึกษาต่อระดับมัธยมปลาย พร้อมกับคิดว่า ภาระของการพ้นจากคำนำหน้าว่า “เด็กชาย” กลายเป็น “นาย” ช่างดูหนักหน่วง และเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ถ้าฉันจำไม่ผิด ตอนนั้นนายกำลังมีความรัก และคิดว่า นั่นคือความรักที่ยิ่งใหญ่ หญิงสาวคนนั้นคือคนที่นายจะรักตลอดไป เป็นคนสุดท้ายของชีวิต นายจินตนาการไม่ได้เลยว่า โลกภายภาคหน้าที่ไม่มีหญิงสาวคนนั้น นายจะอยู่ไปได้อย่างไร ตอนนั้น นอกจากความรักแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่นายให้น้ำหนักและคุณค่า คือมิตรภาพจากคำว่า เพื่อน นายคิดว่า เพื่อนคือสิ่งที่นายจะต้องยึดเหนี่ยวเอาไว้ให้เหนียวแน่น เพื่อนคือคนที่นายจะทำตาม เพื่อนคือคนที่นายจะยอมเอาทุกอย่างเข้าแลกเพื่อช่วยเหลือ สำหรับนายในวัยนั้น ยอมแลกทุกอย่างในชีวิตก็อาจได้เพื่อเพื่อน ในวัยวันนั้น นายกำลังแสวงหาชีวิต ว่าสิ่งใดกันคือความฝันของนาย สิ่งใดกันที่นายชอบและเป็นตัวตนของนาย สิ่งที่นายมีความสุขที่จะทำ และแน่นอน ฉันจำได้ดี ตอนนั้นนายดื้อกับพ่อแม่มาก นายคิดว่า นายกำลังเป็นผู้ใหญ่แล้ว คำพูด ความคิด ความเชื่อของพ่อแม่ ไม่น่าจะถูกต้องเหมือนของนาย ที่สำคัญ นายยังรำคาญพ่อกับแม่มากด้วย ยอมรับกับฉันดีๆ เถอะ นี่คือสิ่งที่ฉัน […]

เราบอกรักกันครั้งล่าสุดนานมาแล้วเมื่อไหร่

เราต่างรู้ว่า คำธรรมดาสามัญคำหนึ่งอย่างคำว่า “รัก” ในความจริงแล้ว มีพลังมากมาย คำว่ารัก เปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญในหัวใจของคน คำว่ารัก เปลี่ยนชีวิตของคนที่มีความรัก และความรักเปลี่ยนแปลงได้กระทั่งโลกใบนี้ ความรักเปลี่ยนทุกอย่างไปในด้านที่ดีขึ้น ผมเชื่อว่า เราทุกคนรู้ถึงความงดงามของความรัก และเราทุกคนก็ต้องการความรัก ต้องการที่จะมอบความรัก ต้องการที่จะรับความรัก ไม่ต่างกัน ตอนเป็นเด็ก ตั้งแต่พอเริ่มหัดพูดได้ใหม่ๆ พ่อแม่เราก็จะเริ่มถามว่า รักพ่อรักแม่ไหม พอโตขึ้นมาหน่อย แม้ไม่มีใครถาม แต่เราก็รู้ว่า ความรักระหว่างเพื่อนนั้นมีอยู่ แม้เราไม่ได้บอกว่ารักกันสักเท่าไหร่ เมื่อถึงวัยหนึ่ง เราจะพูดคำว่ารักบ่อยครั้งที่สุดในชีวิต เป็นคำว่ารักที่มีอารมณ์ความรู้สึกเจือปนมากที่สุด คำว่ารักของคนหนุ่มสาว เราแทบจะอยากบอกรักเท่ากับจำนวนลมหายใจที่เข้าออกของเรา บอกรักใครคนนั้นทุกคราวที่หัวใจเรารู้สึก แต่พอเมื่อเวลาผ่านไป แม้คำว่าความรักยังคงอยู่ แต่สังเกตไหมว่า เราพูดคำว่ารักกันน้อยลง ใช่, คำว่ารัก อาจไม่ใช่สิ่งที่ควรพูดพร่ำเพรื่อในความคิดของบางคน แต่ก็ใช่หรือไม่ว่า กับความสัมพันธ์ กับหัวใจ และกับความรัก มันคงจะดีกว่า ถ้าเราจะบอกรักกันบ้าง บอกรักเพื่อให้รู้ว่ารัก บอกรักเพื่อให้รู้ว่าอยู่เคียงข้าง บอกรักเพื่อเป็นกำลังใจให้ บอกรักเพื่อให้รู้ว่าคิดถึง ในคำว่ารักหนึ่งคำมีความหมายดีๆ มากมายซ่อนอยู่ และความหมายดีๆ เหล่านั้นก็จะเหมือนน้ำที่คอยทำให้หัวใจของคนฟังชุ่มฉ่ำไปด้วยความสุข ลองถามตัวเองว่า ครั้งล่าสุดที่เราบอกรักกันมันนานเท่าไหร่แล้ว […]

สิ่งที่เราต่างรู้ดีว่าคนรักกันไม่ควรทำ แต่เราก็ยังทำ

แปลกดีไหม ที่ในความเป็นจริง เรารู้หมดทุกเรื่อง ว่าอะไรควรทำ และอะไรที่ไม่ควรทำ ปัญหาคือ เรารู้แล้ว เราก็ยังไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ และยังทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ จริงๆ แล้ว คนเราทุกคนอาจมีความรู้สึกของการเป็นอิสระตั้งแต่กำเนิด ความรู้สึกว่า เราไม่ต้องเอาชีวิตของเราไปผูกกับใครหรือกฎเกณฑ์อะไร แต่เมื่อวันหนึ่งสังคมมาอยู่ร่วมกัน มีกฎเกณฑ์การกระทำ มีแนวปฏิบัติ แม้เราไม่อยากทำ แต่เราก็ต้องทำตามสิ่งที่สังคมคิดว่าเราควรทำ เรามีความเป็นเด็กดื้ออยู่ในใจลึกๆ ของเราทุกคน เด็กดื้อที่ทำให้เราทำอะไรก็ตามที่คนอื่นคิดว่า เราไม่น่าทำ แม้กับในเรื่องของความรัก แม้กับคนที่เรารัก บางครั้งเรารู้ว่า อะไรที่ไม่ควรทำ เราก็ยังทำ จนทำให้อีกคนหนึ่งอดคิดไม่ได้ว่า ลึกๆ แล้ว เราแคร์กันจริงหรือเปล่า หรือเราแคร์ตัวเองมากกว่า สิ่งที่คนรักกันไม่ควรทำ จริงๆ แล้ว มีมากมายหลายข้อ แต่ผมยกขึ้นมาสามข้อ ที่ผมคิดว่า สำคัญที่สุด และเป็นสิ่งที่เราชอบเผลอทำกัน ทั้งที่เราเป็นคนรักกัน คนรักกันไม่ควรพูดจากไม่ดีใส่กัน ข้อนี้เรารู้ดีอยู่แล้วว่า คนรักกันควรพูดจาดีๆ กัน ควรถนอมน้ำใจของกันและกัน แต่เรากลับทำกันตรงกันข้าม ทั้งที่เป็นคนรักกัน พอคบกันไปสักพัก เรากลับชอบพูดจาทำร้ายความรู้สึกของกันและกัน คนรักกันไม่ควรโกหกกัน เรามักคิดว่า เราโกหกกันได้ พูดจาในเรื่องไม่จริงต่อกันได้ […]

ยินดีที่ได้พบกัน แม้ในวันที่ช้าไป

ความสัมพันธ์กับวันเวลา เป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกันเกินกว่าที่ใครจะปฏิเสธได้ แม้จะมีคนเคยบอกว่า รักไม่ต้องการเวลา แต่วันเวลาส่งผลต่อความรักมากมายนัก ถูกที่ ถูกเวลา คือสิ่งที่มีความหมาย กับบางคน ที่เรากับเขาเจอกันและมีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน แต่วันเวลาที่มาเจอกัน กลับเป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่างเป็นไปไม่ได้ เราคงทำได้แค่เก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ในใจ ถึงอย่างนั้น ถึงทุกอย่างจะดูว่า บางการพบเจอเป็นเรื่องที่สายไป ฉันก็ยังพบว่า ทุกการพบเจอมีความหมายในตัวเองเสมอ ไม่ว่าเราจะเจอกันเป็นช่วงเวลานาน หรือสั้น ไม่ว่าเราจะเจอกันในช่วงเวลาที่เราไม่อาจเป็นคนที่ใช่ ใช่ไหมว่า การพบเจอกันของคนสองคน ทิ้งร่องรอยยบางอย่างไว้ในหัวใจเสมอ โดยเฉพาะการพบเจอในความรู้สึกของคำว่ารัก ความรัก ฉันเชื่อว่า เมื่อเกิดขึ้นแล้วงดงามเสมอ การมีความรักคือการโรยเมล็ดพันธ์ุบางอย่างไว้ในหัวใจ และแม้วันหนึ่ง ความสัมพันธ์นั้นจะจืดจางลงไปแล้ว แต่เมล็ดพันธุ์ที่เกิดขึ้นในหัวใจนั้น ยังจะคงงดงามเสมอ เมื่อเราได้พบกัน เมื่อเราได้รักกัน แม้วันหนึ่งเราอาจต้องจากกันไป เหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำ อาจเพราะว่า เวลาของเราสองคน ไม่เป็นเหมือนอย่างที่หัวใจของเราต้องการ แต่ฉันอยากบอกให้เธอได้รู้ว่า ยินดีเสมอที่เราได้เจอกัน และความรักของเธอยังจะงดงามในความทรงจำของฉันเสมอ ถ้าคำว่าตลอดไปมีจริง ความคิดถึงที่มีอยู่ ก็จะคงอยู่ตลอดไป

จงภาคภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น

สิ่งหนี่งที่น่าเศร้าที่สุดสำหรับผม คือการที่คนเราไม่ค่อยภาคภูมิใจในตัวเอง ต้องรอให้คนอื่นมาชื่นชม เราถึงรู้ว่า เรามีคุณค่าแค่ไหน ในความเป็นจริง เราทุกคนที่เกิดมา เราเกิดมาโดยห่างไกลจากคำว่าดีพร้อมมากมายนัก เราพูดก็ไม่ได้ ต้องหัดพูด เราเดินด้วยลำแข้งตัวเองก็ไม่ได้ เราต้องตั้งไข่เพื่อหัดเดิน เราดูแลตัวเองก็ไม่ได้ ต้องให้พ่อแม่คอยดูแล เราไม่มีความรู้สักเรื่อง จนต้องมาเรียนหนังสือเพื่อให้ครูสอน จะเห็นได้ว่า เราไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบเลย แต่วันนี้ เราก็มาถึงจุดนี้ จุดที่เราสามารถดูแลตัวเองได้ จุดที่เราสามารถยืนอยู่บนทางเลือกของชีวิตเราเอง อาจเพราะเราชอบมองสิ่งที่มีเป็นธรรมดา และมองสิ่งที่เราไม่มีเป็นสิ่งที่พิเศษ จนลืมไปว่า ทุกสิ่งที่เรามี ทุกสิ่งเป็นเรา เป็นความมหัศจรรย์ของชีวิต และสำหรับผม ความสามารถที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่มนุษย์หนึ่งคนพึงจะมี และความสามารถนั้นได้แบ่งแยกเราจากสิ่งมีชีวิตอื่น คือความสามารถในการที่จะรัก และความสามารถในการที่จะถูกรัก การรักใครสักคนเป็น เป็นสิ่งดีงามที่สุด ที่ธรรมชาติมอบให้กับสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่ามนุษย์ และถ้าหากเรามีความสามารถนั้น เรามีสิทธิเต็มที่ที่จะภูมิใจในตัวเอง

เรื่องของเราจะยังเป็นฝันดีแม้ในวันที่ตื่นมาแล้วไม่มีกันอีกต่อไป

อาจเพราะว่า ตอนที่เรารักกัน เราทุ่มเทให้กับความรักนั้นมากมาย อาจเพราะว่า ตอนที่เรารักกัน เราเชื่อว่า ความรู้สึกของเราจะเป็นอย่างนั้นเสมอ ทั้งที่ในความเป็นจริง กับสิ่งที่เรียกว่าหัวใจ ไม่มีอะไรแน่นอน และเพราะความเป็นจริง ต่อให้รักกันแค่ไหน เราก็ต้องจากกันในสักวันแน่นอน คำพูดดีๆ มากมาย ที่ออกมาจากใจวันนั้น เราพูดกันมาจากหัวใจ แต่เพราะอะไรๆ มากมาย ทุกสิ่งภายในใจของเราเปลี่ยน เราก็เลยเปลี่ยนไป ฉันเคยเชื่อ และเชื่อว่า เธอเคยเชื่อเช่นกัน ว่าความรักของเรา จะมีความหมายเดียวกับคำว่า นิจนิรันด์ แต่เพราะทุกอย่างอาจเปลี่ยนไป และเราเองก็เปลี่ยนไป คำว่ารัก บางทีก็แสนสั้น เรากลายเป็นอดีต ไม่เหลือปัจจุบัน เรากลายเป็นอดีต เหลือแต่เรื่องราวที่กลายเป็นความฝัน อาจเพราะเรากอดกันไม่แน่นพอ หรืออาจเพราะเรากอดกันแน่นจนเกินไป สุดท้ายระหว่างเรา สิ่งที่เหลือ คือ ความเสียใจ แต่ถึงอย่างนั้นฉันยังอยากขอบใจ ที่ครั้งหนึ่งเราได้รักกัน และแม้มันจะเป็นเพียงแค่ชั่วหลับตาฝัน แต่มันจะเป็นฝันดี

เส้นขนานสองเส้นมองเห็นกันและกันตลอดเวลา แต่ไม่เคยมาบรรจบกัน, เราก็เป็นเช่นนั้น

ทุกครั้ง ที่เราสองคนเจอกัน ลึกๆ เราต่างรู้สึกอะไรบางอย่างร่วมกัน เป็นความรู้สึกว่า ระหว่างเราสองคน เราน่าจะเป็นให้กันได้มากกว่าวันทุกวันที่ผ่านมา แต่เราก็ไม่เคยเป็นได้มากกว่านั้น แต่เราก็ไม่เคยห่างหายกันไปไหน เราสูดกลิ่นกายของกันและกัน เหมือนว่า นั่นคือลมหายใจของเรา โดยไม่แม้แต่จะสัมผัสผิวกาย เพราะเรารู้ว่า เราไม่มีสิทธิ ถึงอย่างนั้น ความรู้สึกของเราก็ใกล้ชิดกันมากกว่าที่ใครจะเคยใกล้ชิดเรา โลกนี้มีหลุมรักมากมาย บางครั้งเป็นฉันที่ตกหลุมรักคนอื่น บางเวลาเป็นเธอที่ตกหลุมรักคนอื่น แต่ในหลุมรักนั้น อยู่ในหลุมรักที่ใหญ่ยิ่งกว่า หลุมรักที่เราสองคนตกหลุมรักกันและกัน แต่ทุกครั้ง ที่ใครคนหนึ่งจะเอื้อมมือออกไป ก็จะมีอีกคน ที่เก็บมือนั้นเอาไว้ ไม่ยอมไปจับมือของใครอีกคน ทำเหมือนกับว่า การที่เราสองคนจะใช้ลมหายใจร่วมกัน จะกลายเป็นการสิ้นสุดลงของบางสิ่ง เราจึงทำได้แค่หายใจ เป็นลมหายใจที่ใกล้ๆ กัน เฝ้ามองดูชีวิตของอีกคน พบเจอ ผูกพัน และจากลา หัวเราะ มีความสุข และสิ้นหวัง กับคนอื่นๆ ที่เข้ามาในชีวิต ทำราวกับเราเป็นเส้นขนานสองเส้น ที่หวาดกลัวการบรรจบกัน แต่เลือกที่จะมองความเป็นไปของกันและกันในมุมๆ เดิม ตลอดไป อาจเพราะเราต่างกลัว กลัวว่า เมื่อความฝันกลายเป็นความจริง ความฝันจะไม่ใช่ความจริง กลัวว่า เมื่อเรากลายเป็นคนรักกันแล้ว ความรักของเราจะลดลง […]

ผมเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า ที่ผ่านมาผมมองผ่านคุณไปได้อย่างไร

เมื่อถึงวัยหนึ่ง เราจะรู้สึกว่า เรากำลังตามหาบางอย่างอยู่ ตามหาความรัก จากคนหนึ่งคน ที่เขาจะรักเราจริง ตามหาคนรัก คนที่เขาจะไม่ทอดทิ้งเรา ไม่ว่าอย่างไร ผมก็เป็นคนนั้น คุณก็เป็นคนนั้น คนที่มองหาความรัก จากใครสักคน แล้วคาดหวังว่า ความรักนั้นจะเป็นของเรา เราออกตามหา เจอคนที่คิดว่าใช่ แล้วพบว่าเขาไม่ใช่ เราเดินบนเส้นทาง ที่คิดว่าถูกทาง แต่เราก็ต่างหลงทางมาตลอด จนวันหนึ่ง วันที่ผมรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิมระหว่างเรา คุณ, เพื่อนผมคนหนี่ง ได้บอกผมด้วยประโยคสั้นๆ ในวันที่พระจันทร์เป็นวงเสี้ยว “เราชอบแก” ผมอึ้ง ไม่ตอบอะไรคุณ ผมนิ่ง คุณนิ่งยิ่งกว่า “ขอโทษนะ เราไม่ได้รู้สึกกับแกเกินกว่าเพื่อน” ผมทลายความเงียบ ด้วยความเงียบยิ่งกว่า ไม่มีประโยคใดจากผมอีก ไม่มีประโยคใดจากคุณอีกเช่นกัน มีแต่น้ำตาของคุณ กับการจากลา ที่ผมเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้น เราห่างกันออกไป กลายเป็นคนอื่น โดยไม่ได้ทำอะไร แต่เราค่อยๆ หายไปจากความคิดของกันและกัน โดยที่ผมไม่รู้เลยว่า ผมไม่เคยหายไปจากความคิดถึงคุณ ผมใช้ชีวิต แล้วคิดเอาเองว่าตัวเองมีความสุข เจอผู้คนคนแล้วคนเล่า ที่แม้เริ่มต้นกันด้วยรอยยิ้ม แต่จบลงที่น้ำตาเสมอ ผมหวังสักวันจะเจอรักแท้ และคนเหล่านั้นก็คาดหวังว่า […]

เรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเองให้เป็น

จริงอยู่ว่า เราเกิดมาตัวคนเดียว และจะจากโลกนี้ไปเพียงลำพัง แต่ว่าระหว่างที่เราใช้ชีวิตอยู่ ชีวิตได้พัดพาผู้คนมากมายให้เราพบเจอ จนอาจบอกได้ว่า เราแทบจะไม่เคยอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้จริงๆ ตอนเด็ก เรามีพ่อแม่ ในโรงเรียนเรามีเพื่อนๆ มีครู ที่มหาวิทยาลัย เรามีเพื่อนๆ มีอาจารย์ จบมา เราก็ยังมีเพื่อนร่วมงาน และบางคนก็มีคนรัก มีลูก แม้เราจะบอกว่าเราเกิดมาคนเดียว แต่ว่าชีวิตของเรารายล้อมด้วยผู้คนอยู่เสมอ ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าไม่ดี เพราะในความเป็นจริง เราทุกคนไม่มีใครสมบูรณ์แบบ การมีคนเดินร่วมทางกันไป เราต่างจะช่วยเติมเต็มในส่วนที่หายไปของกันและกัน แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ทุกเวลาหรอก ที่จะมีคนอื่นอยู่กับเรา และมันก็จะมีบางเวลา ที่เราควรจะอยู่กับตัวเองบ้าง อาจเป็นเพราะเราถูกเติมเต็ม ด้วยความสุขของการมีผู้คนอยู่ข้างๆ ทำให้เรายอมรับไม่ค่อยได้ เมื่อถึงเวลาที่เราต้องอยู่เพียงลำพัง ทั้งที่การอยู่เพียงลำพังบ้าง บางครั้งก็ดี ในหนึ่งวันเราพูดคุยกับผู้คนมากมาย แต่เคยไหมที่เราจะพูดคุยกับความรู้สึกของตัวเอง ในหนึ่งชีวิตเราอาจโอบกอดใครมาหลายครั้ง แต่เคยไหมที่เราจะโอบกอดตัวเอง ในหนึ่งชีวิตเราอาจเคยบอกรักใครต่อใคร แต่เคยไหมที่เราจะบอกรักตัวเราเอง ท้ายที่สุดแล้ว คนที่มีความสุขกับชีวิต ไม่ใช่คนที่มีใครๆ อยู่ข้างกายมากมาย แต่คือคนที่อยู่กับตัวเองได้ และเป็นคนที่รักตัวเองเป็น