เหตุผลที่แฟนเก่า ไม่ใช่คนที่เราควรคิดถึงอีกต่อไป

แฟนเก่า คือ มนุษย์ที่เราเคยรักมากกับความสัมพันธ์ทุกครั้ง ไม่ว่ามากหรือน้อยเชื่อว่า ลึกๆ แล้วเราต่างแอบหวังว่าความสัมพันธ์นั้นจะไปได้ตลอดจนรอดฝั่ง แต่ด้วยปัจจัยอะไรก็ตามรักไม่มากพอหรือว่ารักไม่เท่าเก่าแม้กระทั่งรักอย่างเดียวยังไม่พอกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้คนสองคนต้องจากลากันในความสัมพันธ์ ไม่ผิดหรอก กับคนเคยรักกันมาก และบางครั้งก็ยังรักกันอยู่ ที่ใหม่ๆ หลังจากเลิกกัน เรายังคงลืมเขาไปจากใจไม่ได้ แต่ก็มีเหตุผลบางอย่างเหมือนกัน ที่จะบอกกับเราว่า เราควรเลิกคิดถึงเขาให้ได้สักที อดีตสำคัญน้อยกว่าปัจจุบัน ไม่ว่าเราจะเคยรักเขา หรือว่า ยังรักเขาก็ตาม แต่ความจริงคือเขาเป็นอดีตไปแล้วอดีตคือสิ่งที่ไม่อาจย้อนกลับคนในอดีตก็คือคนที่จะไม่ย้อนกลับเช่นกันการคิดถึงเขา การหวังว่าเขาจะกลับมาไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมีแต่จะทำให้ชีวิตของเราหยุดอยู่กับที่ เขากลายเป็นอดีตไปแล้วเมื่อไหร่เราจะอยู่กับปัจจุบันเสียที 2. ความเสียใจเป็นเรื่องธรรมดา ที่เราไม่ควรใช้เวลากับมันยาวนานจนเกินไป หลังจากการเลิกกันใครเลยจะไม่ผิดหวังใครบ้างจะไม่เสียใจและยิ่งเราคิดถึงเขามากเท่าไหร่ความเสียใจก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แต่หากเรารู้ว่าเวลาของเราเป็นสิ่งมีค่าการที่เราจะใช้เวลาไปกับความเสียใจนานมากเกินไปคงไม่ใช่การใช้เวลาที่มีประโยชน์ เราควรหยุดคิดถึงเขาสักทีเพื่อที่เราจะได้เลิกใช้เวลาไปกับความเสียใจเสียที 3. เราควรใช้เวลาเพื่อรักตัวเอง มากกว่าที่จะมาคิดถึงแฟนเก่า เมื่อความสัมพันธ์ในฐานะของคนรักจบลงแม้ใครบางคนจะหายไปแต่ความรักไม่ได้หายไปด้วยเสมอ สิ่งที่เราควรทำคือการเก็บความรักที่เขาไม่รับมารักตัวเราเอง มาให้ตัวเราเองเพราะยิ่งเรารักตัวเองมากเท่าไหร่เราก็จะยิ่งลืมใครบางคนได้ไวมากเท่านั้น

เพราะอะไรความรักถึงควรเป็นเรื่องของคนแค่สองคน

กับเรื่องราวอะไรก็ตามในชีวิตของคนเราไม่เว้นแม้แต่กับความรักหรอกที่เราจะมีผู้หวังดี และผู้ปราถนาดีคอยเข้ามาให้คำแนะนำ และบางครั้งก็ต้องการควบคุมชีวิตของเราไปยังทิศทางที่เขาต้องการ ทั้งๆ ที่ความรัก เริ่มต้นจากคนไม่เกินสองคนคนหนึ่งคนมอบความรัก คนอีกคนรับความรักหรืออาจเป็นคนสองคนมอบความรักให้แก่กันและกันไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามจุดเริ่มต้นของความรักเริ่มต้นขึ้นจากคนสองคน แต่พอเวลาผ่านไป ความรักเริ่มจะไม่ใช่เรื่องของคนสองคน แต่ความรักของเรา เริ่มจะเป็นเรื่องของครอบครัวเรา และเพื่อนฝูงเราไปด้วย มากคำแนะนำ หลากความคิดเห็น จะไหลหลั่งถั่งโถมเข้ามา เขาอาจลืมไปว่า ความรักของเรา ไม่ใช่นิยายรักในการเขียนบทของใคร แต่เป็นชีวิตจริงของคนสองคน จริงอยู่คำแนะนำต่างๆ เป็นสิ่งที่ดีและเป็นเรื่องราวที่เราควรเปิดใจรับฟังแต่การรับฟังไม่ได้หมายความว่าเราควรปล่อยให้ใครมามีอิทธิพลอยู่เหนือความสัมพันธ์ของเรา เพราะสุดท้ายแล้วคนที่จะใช้ชีวิตร่วมหัวจมท้ายไปในความสัมพันธ์ต้องพบเจอเรื่องราวทั้งสุขและทั้งเศร้าก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็นคนสองคนที่รักกัน

ทำไมการมีเวลาส่วนตัวถึงยังสำคัญในความสัมพันธ์

ความรักคืออะไรกันแน่ ถ้าเราคิดว่า ความรักคือการอยู่ด้วยกันตลอดเวลาความรักคือการใช้เวลาร่วมกันเสมอความรักคงเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเราคิดว่า ความรักคือความรู้สึกที่ส่งถึงกันไม่เกี่ยวกับระยะทาง ไม่ขึ้นอยู่กับเวลาความรักก็จะเป็นความรู้สึกชนิดหนึ่ง สมัยก่อน ตอนที่รักกับใครใหม่ๆผมรู้สึกว่า ความรักคือการที่คนสองคนตัวติดกันไปไหนไปด้วยกันทุกที่ ทำอะไรทำด้วยกันเสมอความรักคือการที่เราไม่เคยจะห่างกัน แต่มาถึงวันหนึ่งผมก็เข้าใจความรักว่าความรักเป็นเรื่องของการจัดวางพื้นที่ของความสัมพันธ์และอะไรที่มากไปก็ชวนอึดอัดไม่เว้นแม้แต่การตัวติดกันมากจนเกินไป สุดท้ายแล้วความรักไม่ได้ทำให้คนสองคนกลายเป็นคนๆ เดียวกันได้ตลอดเวลาเราก็ยังมีส่วนที่เป็นหนึ่งคน เขาก็ยังมีส่วนที่เป็นเขาหนึ่งคนมีวิถีชีวิต มีกิจกรรม มีเพื่อนของตัวเอง แต่ความรักคือพื้นที่ตรงกลาง หลังจากที่เราต่างได้ไปใช้ชีวิตในมุมส่วนตัวของตัวเองแล้ว เราจะมีพื้นที่ของความรัก เป็นแหล่งพลังงานของหัวใจเพื่อให้หัวใจได้มีพลัง ในความสัมพันธ์ห่างเหินก็เหือดหายใกล้ไปก็หายใจลำบากจัดวางพื้นที่ระว่างกันให้พอดีแล้วเราจะมีความรักที่ดีพอ

เพราะอะไรความรักจึงไม่ควรเป็นเรื่องเร่งรีบ และการดูใจไม่ใช่เรื่องล้าสมัย

ในเวลาเท่ากัน 24 ชั่วโมงผมกลับอดรู้สึกไม่ได้ว่า24 ชั่วโมงของทุกวันนี้กับ 24 ชั่วโมงของสมัยก่อนมีความเร็วไม่เท่ากัน แม้เวลาจะเดินไปอย่างเท่ากันและมีเวลาเท่ากันในแต่ละวันแต่ในความรู้สึกของคนเราวันเวลาของปัจจุบันนี้เดินไปไวกว่าวันเวลาของวันที่ผ่านมามาก อาจเพราะเราอยู่ในโลกของอินเทอร์เน็ทที่ความเร็วระดับ 4G คือมาตรฐานเราจึงคาดหวัง และมุ่งหมายอยากให้ทุกอย่างเป็นไปโดยรวดเร็วการรอกลายเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนและถ้าเลือกได้เราไม่อยากที่จะรอไม่เว้นแม้แต่ในเรื่องของความสัมพันธ์ สมัยก่อนการที่คนเราจะคบกันไม่ใช่เรื่องง่ายดายเมื่อเริ่มต้นชอบกันแล้วกว่าที่จะเริ่มต้นตกลงคุยกันกว่าที่จะไปนัดเดทกันเป็นครั้งแรกกว่าที่จะตกลงปลงใจเป็นคนรักกันกว่าที่จะแต่งงานกันทุกอย่างมีขั้นตอนและกระบวนการทุกอย่างต้องใช้เวลา อ่านดูแล้วหลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นความสัมพันธ์ที่เนิบช้าและชวนอึดอัด แต่ในทางตรงกันข้าม ระยะเวลาต่างๆ เหล่านั้น ที่คนเราได้ค่อยๆ เรียนรู้จัก ศึกษาดูใจกันนั่นแหละ เป็นระยะเวลาที่ความรักจะค่อยๆ ผลิบานขยายตัวอย่างเต็มที่ และความทรงจำดีๆ จะค่อยๆ ถูกสะสม เพาะบ่มจนเป็นความรักที่แข็งแกร่ง และยากจะบุบสลายด้วยวันเวลา อีกทั้งคนสองคนยังมีความทรงจำดีๆ ตุนในกระเป๋ามากมายไว้ให้คิดถึงยามที่แก่ชราไป แต่กับความรักในสมัยนี้ความรักที่คบกันเพียงไม่กี่วันหรืออาจเคยพบเจอกันแค่หน้าจอก็ตกลงปลงใจคบหากันเสียแล้ว ไม่ได้บอกว่า ความสัมพันธ์แบบนั้นเป็นเรื่องผิดและความสัมพันธ์แบบไหนที่ดีกว่ากัน แค่เสียดายว่าหากในความสัมพันธ์เราข้ามช่วงเวลาคบหาดูใจกันไปมันจะทำให้เราข้ามช่วงเวลาที่น่าจดจำและประทับใจของความรักไปด้วย เพราะเราเชื่อว่าความรักที่หอมหวานได้ยาวนานมากที่สุดคือความรักที่ใช้เวลานานในการสุกงอมในขณะที่ความรักที่ไปถึงปลายทางอย่างรวดเร็วเกินไปความหอมหวานของความรักก็ยิ่งจืดจางลงไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น ความรักไม่ใช่การแข่งขันเราไม่จำเป็นต้องไปถึงจุดหมายให้ไวที่สุดแต่ความรักคือเรื่องราวเราควรเก็บสะสมความรู้สึกดีๆ ไว้ในหัวใจของเราให้ได้มากที่สุด

เราอาจจะรักกัน เพื่อที่จะเรียนรู้ว่ารักแค่อย่างเดียวยังไม่เพียงพอ

หากเราเชื่อในทฤษฎีที่ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้วบนโลกใบนี้ล้วนมีความหมายบางอย่างในเรื่องราวเหล่านั้นไม่มีเรื่องใดที่เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญหรือเกิดขึ้นเพียงเพื่อจะผ่านไป ถ้าเป็นอย่างทฤษฎีนี้ความสัมพันธ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราก็เกิดขึ้นมาด้วยเหตุผลบางอย่างไม่มีเรื่องใดเลยที่เป็นความบังเอิญการที่คนสองคนเจอกันไม่ว่าจะจบลงอย่างไรแต่ระหว่างทางของความสัมพันธ์นั้นต้องมีบทเรียนบางชนิดรอให้เราได้เรียนรู้ เราคิดว่า ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอาจเกิดขึ้นเพราะเหตุผลบางอย่างหรือเกิดขึ้นด้วยความสูญเปล่าก็ได้ไม่สำคัญว่าเราเชื่อในทฤษฎีไหนสำคัญที่เราเลือกที่จะเรียนรู้ หรือว่า ปล่อยผ่านเรื่องราวนั้นไป ในบรรดาบทเรียนทั้งหลาย ความรักเป็นสิ่งที่ให้บทเรียนกับเราได้มากที่สุด แต่ในทางตรงกันข้าม เรากลับเรียนรู้จากบทเรียนของความรักได้น้อยที่สุด เพราะเรามักเลือกที่จะอยากลืมมากกว่าที่จะอยากจำ ถึงอย่างนั้นถ้าเราเรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กับบทเรียนของความรักเราอาจได้บทเรียนล้ำค่า ที่จะช่วยให้เราไม่พลาดซ้ำเดิมกับความสัมพันธ์ครั้งใหม่ บทเรียนที่ความรักมอบให้กับเรามากที่สุดคือ ความรักไม่ใช่แค่เรื่องของการรักกันรักอย่างเดียวอาจมาก แต่การรักษาความรักไว้รักอย่างเดียวอาจยังไม่มากพอ ความรักเป็นเรื่องที่มากกว่าแค่รักแต่ความรักคือเรื่องของการเข้าใจ ความรักคือเรื่องของการปรับจูนคนสองคนเข้าหากันท้ายสุดแล้ว ความรักคือเรื่องของการรักษา และดูแลความสัมพันธ์ของคนสองคน เราเชื่อว่า คนสองคนที่คบกันส่วนใหญ่คบกันเพราะว่ารักกันแต่ถ้าอยากให้ความรักนั้นไปได้ตลอดรอดฝั่งการรู้จักเพิ่ม ลด ในสิ่งที่เราเป็นเพื่อให้เจอจุดที่พอดีกันนั่นคือสิ่งที่จะทำให้ความรักคงอยู่

วันหนึ่งหากเราต้องจากกัน ขอให้เรามีความคิดถึงที่ไม่เศร้าจนเกินไป

แม้อาจเป็นเรื่องเศร้าที่จะพูดแต่ก็เป็นความจริงที่เราไม่อาจจะเลี่ยงทุกการพบเจอ ล้วนมีการจากกันในวันหนึ่งไม่มีความสัมพันธ์ใดที่จะคงอยู่ตลอดกาลแม้กับคนที่เรารักเขาตลอดไปก็ตาม หากการพบเจอเป็นโชคชะตาของชีวิตที่เราไม่อาจเลี่ยงการจากลาก็คงเป็นลิขิตฟ้าที่เราไม่อาจหนี และการคิดถึงกัน ก็เป็นพยานยืนยันว่า ความสัมพันธ์ในวันท่ีผ่านมามีความหมายกับเราเพียงใด หากการคิดถึงเป็นหลักฐานของความสัมพันธ์ที่เคยเกิดขึ้นความคิดถึงบนโลกใบนี้มีอยู่สองแบบความคิดถึงที่เป็นสุขกับความคิดถึงที่แสนเศร้า ความคิดถึงที่เป็นสุขคือความคิดถึงที่มีเรื่องราวที่ทำให้เรายิ้มได้ความคิดถึงที่เป็นสุขคือความคิดถึงที่ยอมรับความจริงว่าแม้เราอย่างไรเราต้องจากกันแต่ในวันที่เรายังอยู่ข้างๆ กันเราได้เติมเต็มความสัมพันธ์ให้กันอย่างไม่มีอะไรต้องเสียใจ ส่วนความคิดถึงที่ทำให้เราเศร้าคือความคิดถึงที่เรารู้สึกเสียใจกับความสัมพันธ์อาจเป็นความเสียใจเพราะความสัมพันธ์จบลงอย่างไม่สวยงามอาจเป็นความเสียใจเพราะความสัมพันธ์นั้น เรายังยอมรับไม่ได้ว่ามันต้องจบลง ที่สำคัญความสัมพันธ์เมื่อจบลงไปแล้ว คือได้ผ่านไปแล้วเราจะคิดถึงความสัมพันธ์นั้นในมุมสุข หรือมุมเศร้าอยู่ที่เราจะเลือกคิดถึงความสัมพันธ์ในวันที่ผ่านมาจากมุมไหน

ในวันสุดท้ายที่ใครบางคนบอกรักเรา เป็นวันแรกที่เราต้องบอกรักตัวเองสักที

คำว่ารัก ใครๆ ก็อยากฟัง คำว่ารัก ใครๆ ก็อยากได้ยินโดยเฉพาะหากเป็นคำว่ารัก จากคนที่เรารักเขาคำว่ารักของเขา ไม่ต่างอะไรจากน้ำมันที่ขับเคลื่อนความสุขในหัวใจของเรา ถึงอย่างนั้น ความรักและคำว่ารักของคนอื่นก็อาจไม่ได้อยู่เหมือนเดิมได้ตลอดเวลาบางครั้งอาจเป็นเพราะวันเวลาที่เปลี่ยนทำให้ใจคนชินชากับความรู้สึกและบางครั้งอาจเป็นเพราะใจคนเราที่เปลี่ยนเมื่อหมดรักต่อให้อะไรๆ จะเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม คำว่ารักที่เคยพูดบ่อยวันหนึ่งก็อาจกลายเป็นไม่พูดความรักที่เคยมีมากมายจนล้นวันหนึ่งอาจเหมือนไม่เคยมีอยู่คำสัญญาว่าจะรักตลอดไปอาจหมดลงได้ภายในเวลาไม่กี่นาที เมื่อนาทีนั้นมาถึงบ่อยครั้ง ความเสียใจ และความน้อยใจจะทำให้เราหลงคิดตัดพ้อตัวเราเองว่า คงไม่ดีพอและอาจเผลอคิดไปไกลว่า ตัวของเราเองไม่มีความหมาย ทั้งที่ในความจริง คุณค่าของตัวเราเองไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น คุณค่าในตัวของเราเอง ขึ้นอยู่กับทัศนคติ ความคิดที่เรามีต่อตัวเราเอง การเป็นคนมีค่า หรือคนไม่มีค่า ไม่ได้อยู่ที่ว่า คนอื่นคิดกับเราอย่างไร แต่อยู่ที่เรานิยามตัวเองว่าเป็นคนแบบไหน เมื่อวันที่ความรักจบลงไม่เป็นไรถ้าเราจะเสียใจเพราะเมื่อพบเจอกับความผิดหวังความเสียใจเป็นสิ่งที่เราต้องเจอและผ่านไปให้ได้ แต่ที่เราควรทำนอกจากการเสียใจคือเราต้องกลับมาตระหนักในคุณค่าของตัวเองและกลับมารักตัวเราเองให้มากขึ้นเราอย่ารักตัวเองน้อยลง เพราะใครไม่รักเราแต่ยิ่งใครไม่รักเรา เรายิ่งต้องรักตัวเอง จริงที่ หลังการจากลาไม่มีทางที่เราจะกลับมาเป็นคนเดิมได้แต่เมื่อเรากลับมาเป็นเราคนเดิมไม่ได้ จงเป็นเราคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม

การเจอกันของเราเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ อยู่ที่เราทำมันให้มีความหมายหรือเปล่า

มีความคิดเกี่ยวกับการพบเจอกันหลักๆ อยู่บนโลกนี้สองแนวความคิดความคิดแรก คือการพบเจอกันของมนุษย์ทุกคนเป็นเรื่องของความบังเอิญไม่เกี่ยวอะไรกับการที่มีใครลิขิตไว้ความคิดที่สอง คือการพบเจอกันของเราทุกคนเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้วว่าวันนี้ เราคนนี้ จะต้องพบเจอคนๆ นี้ เพื่อสิ่งนี้ ผมเองมีความเชื่อว่าการเจอกันของคนสองคนอาจเป็นได้ทั้งเรื่องของความบังเอิญและอาจเป็นได้ทั้งเรื่องที่ถูกกำหนดไว้แล้วส่วนจะเป็นการพบเจอกันในความหมายอย่างใดบ่อยครั้งไม่ใช่เรื่องของฟ้าดินเป็นผู้กำหนดแต่เป็นเราเองต่างหากที่เป็นผู้กำหนด หากในการพบเจอกันนั้นเรามีแต่ทำร้ายกันเรามีแต่ความประสงค์ไม่ดีต่อกันและเราทิ้งขว้างความสัมพันธ์นั้นไปความสัมพันธ์นั้นก็ไม่ได้มีความหมายอะไรต่อใครเลยอย่างมากอย่างดีก็เป็นเพียงบทแผลที่จะฝากริ้วรอยไว้เป็นบทเรียนเตือนหัวใจของเรา แต่ถ้าการพบเจอกันนั้นเราทำสิ่งดีๆ ต่อกัน เราปราถนาดีซึ่งกันและกันและเรามอบความรักที่แท้จริงให้ต่อกันการพบเจอนั้นก็จะมีความหมาย และไม่ใช่เรื่องบังเอิญ สำหรับผมไม่สำคัญหรอกว่า ความรักนั้น ความสัมพันธ์นั้นจะจบลงอย่างไรเพราะไม่มีอะไรที่จะไม่จบลงไม่ว่าความสัมพันธ์นั้นจะแสนดี หรือว่าขมขื่นไม่ว่าความสัมพันธ์นั้นจะรักมาก หรือว่าจืดจางถึงอย่างไรทุกความสัมพันธ์ต่างมีวันจบลงแค่จะจบลงตอนที่เราต่างยังมีลมหายใจหรือไม่เท่านั้น สิ่งที่สำคัญคือความสัมพันธ์ตอนที่ยังมีอยู่ต่างหากหากเราทำทุกวันของความสัมพันธ์ที่มีกันให้ความหมายและเป็นสิ่งที่จะตราตรึงอยู่ในความประทับใจของเราตลอดไปไม่ว่าจะจบลงแบบไหน เราไม่ได้พบกันเพราะความบังเอิญ

เหตุผลที่เราไม่ควรร้องไห้เพราะเขาอีกต่อไป

ความสัมพันธ์ที่มีนามว่าความรักคือคำสั้นๆ ที่ทำให้คนเราเสียน้ำตาได้มากที่สุดบางครั้ง ในความสัมพันธ์ เราเสียน้ำตาเมื่อความสุขเอ่อล้นในหัวใจแต่บ่อยครั้ง ในความสัมพันธ์ เราเสียน้ำตาเพราะว่า รู้สึกเสียใจ ความเสียใจมาจากความผิดหวังและความผิดหวังมาจากความคาดหวังยิ่งเราเคยคาดหวังกับความสัมพันธ์มากเพียงใดเราก็ยิ่งมีโอกาสที่จะผิดหวัง เสียใจจากความสัมพันธ์นั้นมากเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นการมีความหวังในความสัมพันธ์ย่อมดีกว่าเพราะคงไม่มีอะไรแย่เท่าการตกอยู่ในความสัมพันธ์ที่หมดหวัง สิ่งที่แปลกคือ แม้กระทั่งในวันที่ความสัมพันธ์นั้นได้จบลงไปแล้ว แต่บางคนก็ยังคงร้องไห้ เสียน้ำตาให้กับความสัมพันธ์เก่าๆ เหล่านั้น และนี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมเราถึงไม่ควรที่จะร้องไห้เพราะเขาอีกต่อไป 1.อดีตผ่านไปแล้ว และเราแก้ไขไม่ได้แล้ว ไม่มีใครควรเสียน้ำตาให้กับสิ่งที่ไม่ย้อนคืน เราต้องยอมรับให้ได้ว่า เวลาที่เราอยู่ตรงนี้ วินาทีนี้ คือปัจจุบัน ปัจจุบันที่ไม่มีเขา ปัจจุบันที่มีเพียงเรา ส่วนเรื่องราวและผู้คนที่เราร้องไห้ให้นั้น คือเรื่องราวและผู้คนในอดีต ที่ถึงอย่างไรก็คงไม่ย้อนกลับมา แท้จริงชีวิตของคนเราควรมองไปข้างหน้า และอยู่กับปัจจุบัน เราใช้เวลากับการเสียน้ำตาให้อดีตมามากจนเกินไปแล้ว 2. เมื่อเขาไม่ได้เห็นว่าเราสำคัญอีกต่อไป แล้วทำไมเราถึงต้องรู้สึกไปเองว่า เขายังสำคัญ คนเราทุกคนมีคุณค่า ตัวของเราเองก็มีคุณค่า ถ้าเลือกได้ใครๆ ก็อยากมีความรักที่สุขสมหวัง แต่เมื่อเลือกไม่ได้ เราก็ต้องเข้าใจว่า ความผิดหวังคือส่วนหนึ่งของชีวิต การยอมรับความผิดหวัง คือสิ่งที่ทำให้ชีวิตของเราไปต่อได้ การยอมรับว่า เราไม่ได้สำคัญกับเขาอีกต่อไป จะช่วยให้เราเข้าใจว่า ทำไมเราถึงไม่ควรเสียเวลามาร้องไห้ให้กับเขาอีกแล้ว เพราะยิ่งเขามองว่าเราไม่สำคัญ เรายิ่งต้องให้ความสำคัญกับตัวเราเอง 3.เราดูดีที่สุดตอนยิ้ม ไม่ใช่ตอนที่เราร้องไห้ ผู้หญิงที่สวยที่สุดในตัวเรา ผู้ชายที่หล่อที่สุดในตัวเราคือคนที่กำลังยิ้มอยู่ […]

เหตุผลที่เรายังไม่ควรรักใคร

ความรักเป็นสิ่งสวยงามเรื่องนี้เป็นความจริงที่ไม่ว่าใครก็ยากจะปฏิเสธผมเองก็ยอมรับในความงดงามของความรักและปราถนาในความรักเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึงอย่างนั้นความรักก็เหมือนทุกสิ่งไม่ใช่ว่าจะเหมาะสมกับทุกคนในทุกสถานการณ์โดยเฉพาะความรัก เป็นเรื่องมากกว่าแค่รักแต่ความรักเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตแต่ความรักเป็นเรื่องของการบริหารจัดการความสัมพันธ์ความรักจึงไม่ใช่เรื่องง่ายแค่รักแต่ความรักเรียกร้องความเข้าใจ และต้องการความรับผิดชอบ คนทุกคนควรมีความรัก และควรรักใครถ้าหัวใจบอกว่ารัก แต่แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกครั้ง และไม่ใช่ทุกเวลาที่ความรักเพรียกหา แล้วเราต้องกระโจนลงไปในความรักเสมอ บางครั้ง บางครา แม้อาจดูเหมือนมีเหตุผลมากมายที่เราจะรักใครบางคน แต่มันก็มีบางเหตุผลเหมือนกัน ที่บอกให้เรารู้ว่า เรายังไม่ควรที่จะรัก และเรายังไม่พร้อมที่จะรัก อย่าเพิ่งรักใคร ถ้าเรารู้ตัวว่า ไม่พร้อมรับมือกับความเสียใจ ความรักไม่ได้นำพามาซึ่งสุขสมหวังเสมอไปหรอก ในทางตรงกันข้าม คนเราต้องยอมพบเจอกับความผิดหวังนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อที่จะได้พบเจอความสมหวังในความรักสักหนึ่งครั้ง เป็นการสมหวังในความรัก ครั้งที่จะอยู่กับเราตลอดไป แต่ถ้าเรารู้สึกว่า ใจเรายังอ่อนแอเกินกว่าที่จะเสียใจ เปราะบางเกินกว่าจะรับแรงกระแทกของความผิดหวังได้ไหวในตอนนี้ การเก็บหัวใจไว้รอวันที่พร้อม ไม่มีคำว่าสายเกินไป จงรักใครเพราะว่ารัก อย่ารักใครเพียงเพราะว่าเหงา บ่อยครั้ง ความเหงาทำให้รู้สึกว่า เราต้องการใครสักคนแต่ความรู้สึกว่า เราต้องการใครสักคน นั่นไม่ใช่ความรู้สึกเดียวกันกับความรักเพราะความรัก คือ ความรู้สึกที่ว่า เราอยากมีใครคนนั้นไปตลอดชีวิต อย่าให้ความเหงา หลอกว่าเรากำลังต้องการความรัก เพราะความรักที่เกิดขึ้นจากความเหงา มักไม่ยืนยาว และสร้างความปวดร้าวให้หัวใจของคนสองคนได้เสมอ รักในวันที่เราพร้อมเป็นผู้ให้ ความรักไม่ใช่การเรียกร้องความรักไม่ใช่การสนองความปราถนาใดของตนเองความรักคือความสุขที่ได้ให้และความพอใจที่เห็นคนที่เรารักมีความสุข ความรักต้องการความเสียสละเมื่อเรารักใคร เราอาจต้องยอมสละความเป็นเราไปครึ่งหนึ่งเพื่อที่เราจะเป็นเราที่พอดีกันกับอีกครึ่งหนึ่งที่เราตามหามาตลอดชีวิต เมื่อจะมีความรัก จงแน่ใจเสียก่อนว่า เราพร้อมที่จะเป็นฝ่ายให้ ไม่ได้หวังเพียงแค่จะเป็นฝ่ายรับ