ผู้ชายในร้านขายเครื่องสำอาง ผู้หญิงในร้านรองเท้าฟุตบอล

กิจวัตรประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ของมนุษย์เมืองขี้ร้อนอย่างผมคงเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากการเดินตากเครื่องปรับอากาศในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ด้วยความเป็นคนที่ชอบสังเกตวิถีชีวิตผู้คนทำให้นอกจากการเดินรับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศแล้วผมชอบเฝ้ามองความเป็นไปของผู้คนที่เดินไปมาในห้างสรรพสินค้าเช่นเดียวกัน สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตคือห้างสรรพสินค้านั้น จะเป็นสถานที่ที่คู่รักมาใช้เวลาร่วมกันบางคู่มาเพื่อหาอาหารทานบางคู่มาเพื่อจับจ่ายซื้อสินค้าที่ต้องการบางคู่มาเพื่อเดินตากเครื่องปรับอากาศในวันที่แดดร้อนของกรุงเทพ ฯ ไม่เป็นใจให้เดินกลางแจ้ง โดยธรรมชาติแล้วผู้ชายและผู้หญิงมีความสนใจที่แตกต่างกันผู้ชายชอบกีฬา ผู้หญิงชอบความสวยความงาม แต่เมื่อความรัก คือการไปด้วยกันเป็นคู่ทำให้ภาพที่เห็นบ่อยจนชินตาคือภาพของชายหนุ่มที่ไปรอหญิงสาวของเขาเลือกซื้อเครื่องสำอางในร้านขายเครื่องของเกี่ยวกับความงามและหญิงสาวที่เดินตามชายหนุ่มผู้กำลังเลือกซื้อรองเท้าฟุตบอล มันทำให้ผมเห็นว่า ในความรัก แม้คนสองคนจะแตกต่างกัน มีความสนใจ มีความชอบที่ไม่เหมือนกัน แต่เมื่อรักกันแล้ว เมื่อตัดสินใจที่จะคบกันแล้ว พื้นที่หัวใจของเราจะขยายกว้างขึ้น ความสนใจของคนที่เรารักจะกลายเป็นความสนใจของเราด้วย แม้ว่า เราไม่เคยจะสนใจ สถานที่ที่คนที่เรารักไป เป็นสถานที่ที่เราอยากใข้เวลาอยู่ด้วยกัน แม้เป็นสถานที่ที่เราไม่เคยคิดจะไป ในความสัมพันธ์ เมื่อถึงจุดหนึ่งเขาชอบอะไร เราชอบอะไรอาจไม่สำคัญอีกต่อไป เพียงเราชอบที่จะอยู่ด้วยกัน และรักที่จะไม่ห่างกัน กิจกรรมอะไรที่ทำ สถานที่ไหนที่ไปก็ไม่มีความหมายเท่าคนข้างๆ ที่ไปด้วยกัน เพราะใครคนนั้นคือความหมายของความสุขของเรา

เราต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ ที่ต้องยอมปล่อยใครบางคนออกไปจากชีวิต

ใช่หรือไม่ว่าในชีวิตของคนหนึ่งคนเราได้มีโอกาสได้พบเจอผู้คนมากมาย บางคนก็ได้แค่ “พบเจอ” จริงๆแต่บางคนเราก็ได้กลายเป็น “คนรู้จัก”และอีกไม่มากที่กลายเป็น “ความผูกพัน” การพบเจอแต่ละครั้งกับคนแต่ละคนมีความหมายกับเราแตกต่างกันออกไป บางคนเจอเพื่อสร้างความสุขให้กับเราในขณะที่บางการพบเจอมีสถานะเป็นความเศร้าในหัวใจแต่ไม่ว่า ในสถานะความรู้สึกแบบไหนทุกคนต่างเข้ามาและจากไปเหมือนกัน ไม่มีใครจะอยู่ในชีวิตเราไปตลอดและเราก็ไม่ได้อยู่ในชีวิตใครไปตลอดได้ การเจอกับการจากเป็นของคู่กันพอๆ กับความสุขกับความเศร้า แม้นั่นเป็นสิ่งที่เราไม่อยากยอมรับแต่มันก็เป็นความจริงมากพอที่เราไม่อาจจะหลีกเลี่ยง เราอาจเคยรักใครบางคนมาก และยังรักคนๆ นั้นอยู่ คิดว่า เขาจะอยู่กับเราตลอดไป แต่ถ้าวันหนึ่งใจของเขาไม่ได้อยู่กับเราแล้ว และตัวของเขาก็ไม่ได้ปราถนาจะอยู่กับเราอีกต่อไป ยิ่งเขาอยากจะไป ยิ่งเราพยายามที่จะรั้งไว้ คนที่ต้องเสียใจที่สุดก็คือเรา บางทีนะ, บางทีเราต้องยอมความจริงความจริงที่ว่า สุดท้ายแล้วคนเราล้วนต้องจากกันโดยเฉพาะการจากลาที่เกิดขึ้นเพราะว่า ใจของอีกคนไม่อยากอยู่สุดท้ายแล้วต่อให้พยายามรั้งแค่ไหน เราก็รั้งไว้ไม่ไหวการพยายามรั้งเขาไว้ ไม่ต่างอะไรกับการยื้อความเสียใจให้ตัวเอง พอเถอะนะถ้าเขาไม่ได้รักเราแล้วพอเถอะนะถ้าเขาไม่ได้อยากอยู่กับเราแล้วจงปล่อยเขาไปกลับมารักตัวเองให้มากๆเอาใจที่บอบช้ำเพราะเคยให้เขามาเยียวยาความรู้สึกของเรา แล้ววันหนึ่งเราจะนึกขอบใจตัวเองที่ยอมปล่อยเขาไปในวันนั้น วันที่เราไม่ได้รักกันมากพอ

ความรักคือสิ่งที่ลืมได้ยาก

ในโลกนี้มีมนุษย์หลายประเภท มนุษย์ที่ขี้ลืม มนุษย์ที่ความจำดี ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าเราจะเป็นบุคคลที่ถูดจัดอยู่ในมนุษย์ประเภทไหนก็ตาม เราทุกคนต่างมีเรื่องราวบางอย่างที่ไม่อาจลืม และมีคนบางคนที่ผ่านมานานแค่ไหนเราก็ยังจำเขาได้ดี ส่วนใหญ่ คนเรามักจะลืมเรื่องที่ไม่สำคัญ แต่กลับจำได้ว่า เราได้หมดความสำคัญกับใครบางคนไปแล้ว หรืออาจเป็นเพราะการที่เราไม่สำคัญกับใคร มันอาจเป็นเรื่องที่สำคัญกับหัวใจของเรา นอกจากนี้ คนเรามักให้ความสำคัญกับความรัก เพราะความรักคือสิ่งที่ทำให้คนเราสุขได้มากที่สุด และทุกข์ได้มากที่สุด และความรักเช่นกัน ที่อาจทำให้คนๆ หนึ่งไม่รู้สึกอะไรเลยอีกต่อไป อาจเพราะว่า เป็นอย่างนั้น เพราะว่า ความรักเป็นเรื่องสำคัญกับเราทุกคน เราถึงไม่อาจลืมเรื่องราวของความรัก และไม่อาจลืมคนที่เราเคยรักได้ง่ายๆ ยิ่งอยากลืม ยิ่มไม่ลืม ยิ่งไม่อยากจำ ยิ่งจดจำ ความรักเป็นสิ่งที่ลืมได้ยาก การก้าวผ่านความผิดหวังจากความรักมาได้ จึงไม่ใช่การก้าวผ่านมาด้วยการลืม แต่เราจะก้าวผ่านความผิดหวังจากความรักมาได้ด้วยความเข้าใจ เข้าใจในความไม่แน่นอน เข้าใจในความไม่ยั่งยืน เข้าใจในความเปลี่ยนแปลง เข้าใจและอยู่กับมัน

การรอคือกระบวนการหนึ่งของการผลิบาน

สิ่งหนึ่งที่อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มีความสำคัญ ไม่น้อยกว่าสิ่งอื่นใด คือการหาร้านตัดผมที่ถูกใจ และร้านตัดผมที่ถูกใจ เอาจริงๆ หายากไม่แพ้หาคนที่ถูกใจเลย ร้านที่ช่างตัดผมไม่พูดเยอะไปจนกลายเป็นความน่ารำคาญ แต่ก็ไม่เงียบจนน่าอึดอัด ร้านที่ตัดผมของเราออกมาได้พอดีอย่างที่ใจเราต้องการ ไม่สั้นเกินไป ไม่ยาวเกินไป ร้านที่เราเข้าไปในร้านก็ไม่ต้องอธิบายอีกแล้วว่าจะตัดทรงไหน แต่ช่างตัดผมสามารถจำทรงผมของเราได้ ร้านตัดผมแบบนี้หายาก และเมื่อหาเจอแล้ว เรามักใช้บริการกันไปยาวๆ ผมเองเป็นคนที่ใช้บริการร้านตัดผมร้านไหน ก็มักใช้บริการร้านนั้นซ้ำๆ มาโดยตลอด ไม่ค่อยที่จะเปลี่ยนร้าน อย่างที่บอกการหาร้านตัดผม ไม่ใช่แค่เรื่องของทรงผมที่ถูกใจ แต่เป็นเรื่องของความสบายใจอีกด้วย เมื่อสองปีที่ผ่านมา ผมต้องย้ายจากจังหวัดชลบุรีมาอยู่กรุงเทพ ฯ อย่างถาวร นั่นแปลว่า ผมต้องเปลี่ยนร้านตัดผมด้วย และช่วงเวลาที่ผมมาอยู่กรุงเทพ ฯ ผมได้เปลี่ยนร้านตัดผมหลายร้านมาก จนกว่าจะเจอร้านที่ถูกใจ ร้านตัดผมที่ผมใช้บริการอยู่ เป็นร้านตัดผมที่บรรยากาศดูเก่าๆ แต่ข้างในร้านมีเครื่องปรับอากาศเปิดตลอดเวลาอย่างดี มีช่างตัดผมคือคุณลุงวัย 70 กว่าปี คุณลุงอายุมากแล้ว เดินก็ไม่ค่อยจะไหว แต่ฝีไม้ลายมือการตัดผมของคุณลุง บอกได้เลยว่ายังเหลือร้าย คุณลุงเป็นคนที่ตัดผมละเอียด และมีบทสนทนาที่พอดี รู้ว่าเมื่อไหร่ควรพูด รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเงียบ ตอนที่ผมมาตัดผมกับคุณลุงครั้งแรก จำได้ว่า ตอนตัดเสร็จ ผมรู้สึกไม่ประทับใจ และไม่แน่ใจว่า แสดงออกทางสีหน้าหรือเปล่า แต่คิดในใจว่า […]

ไม่มีอะไรเจ็บปวดเท่า การหลงคิดว่า สิ่งใดจะคงอยู่ตลอดไป

เอาเข้าจริงแล้ว ชีวิตของคนเราพบเจอความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงความสัมพันธ์ พบเจอ รู้จัก จากลา ตั้งแต่เกิดมา เราพบความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเอง เราเป็นเด็กทารก เราค่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ เป็นเด็กน้อย เป็นวัยรุ่น เป็นวัยทำงาน และเราก็จะเริ่มแก่เรื่อยๆ จนหมดอายุขัยไปในที่สุด ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ จนเราไม่ทันสังเกตเห็น แต่ความเปลี่ยนแปลงก็ยังคงทำหน้าที่ของมันเสมอ ไม่หยุดนิ่ง กับความสัมพันธ์เช่นกัน เราพบเจอ รู้จัก และจากลาคนมากมาย เรามีเพื่อนตั้งแต่เรียนอนุบาล เรียนประถม เรียนมัธยม เรียนมหาวิทยาลัย จนเพื่อนวัยทำงาน เรามีคนรักที่เราตกหลุมรักเขาเป็นคนแรก และมีคนรักที่เราคิดว่า จะรักเขาเป็นคนสุดท้าย ในขณะที่อนาคตกำลังรอเราอยู่ข้างหน้าปัจจุบันก็กำลังค่อยๆ กลายเป็นอดีตตลอดเวลาแม้มีบทเรียนมากมายเกี่ยวกับการจากลาให้เราได้เรียนรู้แต่เราก็เป็นนักเรียนที่ดื้อดึงคนนึงผู้เชื่อว่า ทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิมเสมอ และการคิดว่า ทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิม นั่นคือสาเหตุของความเจ็บปวด เจ็บปวดเพราะสุดท้ายทุกอย่างก็จะเปลี่ยนแปลงไปอยู่ดี สุดท้ายแล้วไม่มีอะไรเลยที่จะเหมือนเดิม เราไม่ใช่ใครที่จะมาหยุดยั้งวันเวลาได้เราเป็นแค่คนธรรมดาที่ต้องเรียนรู้กระแสธารแห่งวันเวลาที่กำลังไหลผ่านเราไปในทุกวัน

ยิ่งเวลาผ่านมานานเท่าไหร่ ความรักควรมากขึ้น ไม่ใช่ลดลงไป

วันแรกที่เรารักใครบางคน เราจะรู้สึกว่า ความรักนั้นมีมากจนเอ่อล้น เป็นความรักที่มากมายจนเราเองแทบเก็บไว้ไม่อยู่ อยากเปิดเผย อยากแสดงออกมาให้เขารับรู้ และแม้ไม่อาจแสดงออก แค่ได้เจอกับเขา และรอยยิ้มของเขา หัวใจของเราก็เต้นแรง หากนับได้เป็นจำนวน ความรู้สึกในความรัก ณ วันนั้น คงเต็มร้อย แต่สิ่งที่แปลก แต่เข้าใจได้คือ เมื่อเวลาผ่านไป ความรักจะเริ่มลดลงเรื่อยๆ ความใส่ใจที่มีให้กัน ความรู้สึกที่มีต่อกัน เริ่มจางลงไป ที่บอกว่าแปลก เพราะในความจริง ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ความรักควรยิ่งเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ลดลง ที่บอกว่าเข้าใจได้ เพราะตามกฎธรรมชาติ ทุกอย่างมีแต่จะลดลง เสื่อมลงไปตามวันและเวลา เพราะดังนั้น เมื่อตอนแรกที่ความรักเริ่ม ความรักเริ่มขึ้นจากความรู้สึกในหัวใจ เรารักด้วยความรู้สึก เมื่อเวลาผ่านไปความรู้สึกต่างๆ มีจางลงไปเป็นธรรมดาและจึงต้องใช้ความรู้สึกให้น้อยลงแต่รักด้วยเหตุผล และใช้สมองในการรักให้มากขึ้น การใช้เหตุผลในความรัก คือการรักอย่างมีเหตุผล รักอย่างเข้าใจกัน รักกันด้วยความรู้สึกผูกพัน รักกันด้วยหัวใจของคนที่เอื้ออาทรต่อกัน เพราะวันหนึ่งเราจะเข้าใจตอนท้ายที่สุดว่าคนที่มีความหมายกับเราจริงๆไม่ใช่คนที่ทำให้เราตกหลุมรักในวันแรกแต่คือคนที่ยังรักกันจนวันสุดท้าย

จงรักคนที่ต่อให้เป็นการนั่งข้างกันเฉยๆ ก็ไม่ทำให้เรารู้สึกว่าเบื่อเลย

ความสัมพันธ์ในนามของความรัก เปรียบไปไม่ต่างกับการเฝ้ามองการเติบโตของต้นไม้ จากเมล็ดพันธุ์เล็กๆ ค่อยๆ หยั่งรากลงสู่พื้นดิน กลายเป็นหน่ออ่อน เติบโตขึ้นไป ผลิใบ ออกดอก ออกผล ความรักก็มีวิวัฒนาการของตัวมันเองอย่างนั้น แน่นอนว่า การรักใครสักคน ในช่วงเวลาแรกของความสัมพันธ์ ย่อมให้ความรู้สึกที่ตื่นเต้น จะไปไหน จะทำอะไร เมื่ออยู่กับเขา ทุกอย่างดูเป็นเรื่องแปลกใหม่ และเวลาก็ผ่านไปเร็ว แต่แน่นอนว่า ตามกฎของธรรมชาติ ความหวือหวาและหวานหอมของความสัมพันธ์ไม่ได้คงอยู่ตลอดไป วันหนึ่งมันจะจางลง แต่ไม่ได้หมายความว่า ความรักต้องจางลงตาม เราต้องยอมรับว่า พอคบกันไปสักพัก เป็นไปไม่ได้หรอกที่เราจะออกเดินทางไปยังสถานที่แสนสวยกันทุกวัน มีดินเนอร์หรูหราด้วยกันได้ทุกมื้อ หรือต่อให้ทำอย่างนั้นได้ทุกวัน ไม่มีวันที่เราจะรู้สึกตื่นเต้น หรือมีความสุขกับกิจกรรมเหล่านั้นได้อย่างวันแรก การรักใครสักคนจึงเป็นการรักคนที่ไม่ใช่ของขวัญอันแสนเซอร์ไพรส์ของเราเพราะของขวัญที่เซอร์ไพรส์ พอได้มาแล้วความเซอร์ไพรส์นั้นก็จะหายไปแต่จงรักใครสักคนที่เป็นความสวยงามแสนธรรมดาในทุกวันของเราคนที่เหมือนพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกดินคนที่เหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าอยู่ตรงนั้นเสมอและงดงามที่ได้มอง ความรักในตอนแรก เราอาจต้องการใครสักคนที่เป็นเหมือนราวกับหลุดออกมาจากความฝัน แต่วันหนึ่ง คนที่เราต้องการจริงๆ คือคนที่มีตัวตนอยู่จริง คนที่ทำให้การกินข้าวด้วยกันทุกมื้อ เป็นมื้อที่อร่อยที่สุด ไม่ใช่ด้วยอาหารในจาน แต่เพราะคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า ทำให้ทุกสถานที่ที่ไป กลายเป็นสถานที่ที่สวยงามที่สุด ไม่ใช่เพราะสถานที่ แต่เป็นเพราะคนที่ไปด้วยกัน หาคนๆ นั้นให้เจอและรักเขาในทุกๆ วัน

เราเรียนรู้ความรักได้ดีที่สุดจากความไม่รัก

สิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้ หากเราเปิดขนาดหัวใจของเราให้กว้างขวางมากพอ เราจะพบว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นบทเรียนบางประการให้เราทั้งสิ้น และบ่อยครั้ง ไม่ใช่เรื่องราวที่ทำให้เรายิ้มแย้ม หรือว่าหัวเราะหรอก ที่เป็นบทเรียนอันมีค่าของเรา แต่เป็นช่วงเวลาที่หัวใจของเราปวดร้าวต่างหาก ที่ชีวิตได้มอบบทเรียนไม่รู้ลืมให้กับเรา เป็นบทเรียนที่เราจะจดจำ และไม่มีทางที่จะลืมลงไปได้ง่ายๆ กับความรักก็เช่นกัน ทุกครั้งที่เรามีความรัก เราจะได้บทเรียนบางอย่างกลับมาเสมอ และบทเรียนความรักที่ดีที่สุด ไม่ได้มาจากความรักที่สุขสมหวัง หากแต่มาจากความไม่รักของใครบางคน ความไม่รักจะสอนบทเรียนเรื่องราวของความรักกับเราว่า 1. ในความสัมพันธ์ ไม่มีสิ่งใดเลยที่แน่นอน แม้แต่คำว่ารักตลอดไป ก็อาจไม่จริง2. ความรักกับความเสียใจเป็นของคู่กัน แต่อย่าหวาดกลัวความเสียใจจนไม่กล้ารัก เพราะความเสียใจที่ไม่ได้รักเป็นความเสียใจที่หนักหนาที่สุด3. เมื่อถึงเวลาหนึ่ง เราทุกคนล้วนต้องลาจากกันไป สิ่งที่มีความหมาย คือการใช้เวลาที่มีกันให้มีค่า4. เราบังคับใจใครให้รักเราตลอดไปไม่ได้หรอก หากเรายังไม่รักตัวเองได้ตลอดเวลา5. สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วล้วนมีค่า แม้กระทั่งกับความสัมพันธ์ที่จบลงด้วยการจากลา ไม่ใช่ไม่มีความหมายอะไร การที่เราได้เรียนรู้ความรักจากความไม่รัก จะช่วยบอกบทเรียนที่สำคัญที่สุดกับเราว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมา ล้วนเกิดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์บางอย่าง ความสำเร็จ ความสมหวังจะสอนเราเรื่องของความสุขแบบชั่วครั้งชั่วคราวแต่ความผิดหวัง และความล้มเหลวในเรื่องใดก็ตามที่จะบอกกับเราว่า ความสุขที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร

คนที่เสียใจที่สุด มักเป็นคนที่กลัวความเสียใจ

เวลาที่ผมบอกว่า คนที่เสียใจที่สุด คือ คนที่กลัวความเสียใจ ก็มักจะมีคำถามว่า คนเราไม่ควรกลัวความเสียใจหรอกหรือ ในความเป็นจริง หากชีวิตคนเราไม่มีความหวาดกลัวเลย ก็คงไม่ต่างอะไรไปจากการขับรถที่ไม่มีเบรค ต่อให้รู้ว่า ข้างหน้าเจออันตรายก็แตะหยุดไว้ไม่ได้ และยิ่งไม่ต่างอะไรจากรถยนต์ที่ไม่มีพวงมาลัย ทำได้แค่เดินหน้าอย่างเดียว จะเลี้ยวหลบจากอุปสรรคก็ไม่ได้ แต่ปัญหาคือ บ่อยครั้ง การกลัวเสียใจ ไม่ได้ทำให้เราเลือกที่จะแตะเบรคเมื่อเจอปัญหา และไม่ได้ทำให้เราเลี้ยวหลบเวลาที่เผชิญหน้ากับอุปสรรค แต่การกลัวความเสียใจ ทำให้เราไม่กล้าแม้แต่ออกเดินทาง คนมากมายบนโลกใบนี้กลัวผิดหวังจากความรักเลยไม่กล้าบอกรัก กลัวความผูกพัน เลยไม่กล้าที่จะรู้สึกกับใคร กลัวความฝันไม่เป็นจริง เลยไม่กล้าที่จะเริ่มต้นทำตามความฝัน สุดท้ายแล้ว เมื่อไม่กล้าที่จะบอกรัก ก็ผิดหวังจากความรักอยู่ดี เมื่อไม่กล้าที่จะเริ่มต้นทำตามความฝัน ความฝันก็ไม่มีวันเป็นจริงอยู่ดี บางครั้ง การที่เราจะชนะอะไรสักอย่างได้ในชีวิต สิ่งที่เราต้องชนะให้ได้ก่อนในลำดับแรก คือการชนะความกลัวในหัวใจ เพราะเมื่อเราไม่เหลือความกลัวแล้วก็ไม่มีอะไรให้ต้องกลัวอีกต่อไป

ในความสัมพันธ์ยิ่งสิ่งที่คนอื่นมองข้ามเรายิ่งต้องมองให้เห็น

ในความสัมพันธ์
ยิ่งเรื่องที่ใครดูเหมือนว่า เล็กน้อย
ยิ่งเป็นเรื่องที่ใครมองข้ามอย่างคนที่ไม่ใส่ใจ
เราต้องยิ่งมองเห็น
เพราะนั่นแสดงว่าเราใส่ใจ