ในวันสุดท้ายที่ใครบางคนบอกรักเรา เป็นวันแรกที่เราต้องบอกรักตัวเองสักที

คำว่ารัก ใครๆ ก็อยากฟัง คำว่ารัก ใครๆ ก็อยากได้ยินโดยเฉพาะหากเป็นคำว่ารัก จากคนที่เรารักเขาคำว่ารักของเขา ไม่ต่างอะไรจากน้ำมันที่ขับเคลื่อนความสุขในหัวใจของเรา ถึงอย่างนั้น ความรักและคำว่ารักของคนอื่นก็อาจไม่ได้อยู่เหมือนเดิมได้ตลอดเวลาบางครั้งอาจเป็นเพราะวันเวลาที่เปลี่ยนทำให้ใจคนชินชากับความรู้สึกและบางครั้งอาจเป็นเพราะใจคนเราที่เปลี่ยนเมื่อหมดรักต่อให้อะไรๆ จะเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม คำว่ารักที่เคยพูดบ่อยวันหนึ่งก็อาจกลายเป็นไม่พูดความรักที่เคยมีมากมายจนล้นวันหนึ่งอาจเหมือนไม่เคยมีอยู่คำสัญญาว่าจะรักตลอดไปอาจหมดลงได้ภายในเวลาไม่กี่นาที เมื่อนาทีนั้นมาถึงบ่อยครั้ง ความเสียใจ และความน้อยใจจะทำให้เราหลงคิดตัดพ้อตัวเราเองว่า คงไม่ดีพอและอาจเผลอคิดไปไกลว่า ตัวของเราเองไม่มีความหมาย ทั้งที่ในความจริง คุณค่าของตัวเราเองไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น คุณค่าในตัวของเราเอง ขึ้นอยู่กับทัศนคติ ความคิดที่เรามีต่อตัวเราเอง การเป็นคนมีค่า หรือคนไม่มีค่า ไม่ได้อยู่ที่ว่า คนอื่นคิดกับเราอย่างไร แต่อยู่ที่เรานิยามตัวเองว่าเป็นคนแบบไหน เมื่อวันที่ความรักจบลงไม่เป็นไรถ้าเราจะเสียใจเพราะเมื่อพบเจอกับความผิดหวังความเสียใจเป็นสิ่งที่เราต้องเจอและผ่านไปให้ได้ แต่ที่เราควรทำนอกจากการเสียใจคือเราต้องกลับมาตระหนักในคุณค่าของตัวเองและกลับมารักตัวเราเองให้มากขึ้นเราอย่ารักตัวเองน้อยลง เพราะใครไม่รักเราแต่ยิ่งใครไม่รักเรา เรายิ่งต้องรักตัวเอง จริงที่ หลังการจากลาไม่มีทางที่เราจะกลับมาเป็นคนเดิมได้แต่เมื่อเรากลับมาเป็นเราคนเดิมไม่ได้ จงเป็นเราคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม

การเจอกันของเราเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ อยู่ที่เราทำมันให้มีความหมายหรือเปล่า

มีความคิดเกี่ยวกับการพบเจอกันหลักๆ อยู่บนโลกนี้สองแนวความคิดความคิดแรก คือการพบเจอกันของมนุษย์ทุกคนเป็นเรื่องของความบังเอิญไม่เกี่ยวอะไรกับการที่มีใครลิขิตไว้ความคิดที่สอง คือการพบเจอกันของเราทุกคนเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้วว่าวันนี้ เราคนนี้ จะต้องพบเจอคนๆ นี้ เพื่อสิ่งนี้ ผมเองมีความเชื่อว่าการเจอกันของคนสองคนอาจเป็นได้ทั้งเรื่องของความบังเอิญและอาจเป็นได้ทั้งเรื่องที่ถูกกำหนดไว้แล้วส่วนจะเป็นการพบเจอกันในความหมายอย่างใดบ่อยครั้งไม่ใช่เรื่องของฟ้าดินเป็นผู้กำหนดแต่เป็นเราเองต่างหากที่เป็นผู้กำหนด หากในการพบเจอกันนั้นเรามีแต่ทำร้ายกันเรามีแต่ความประสงค์ไม่ดีต่อกันและเราทิ้งขว้างความสัมพันธ์นั้นไปความสัมพันธ์นั้นก็ไม่ได้มีความหมายอะไรต่อใครเลยอย่างมากอย่างดีก็เป็นเพียงบทแผลที่จะฝากริ้วรอยไว้เป็นบทเรียนเตือนหัวใจของเรา แต่ถ้าการพบเจอกันนั้นเราทำสิ่งดีๆ ต่อกัน เราปราถนาดีซึ่งกันและกันและเรามอบความรักที่แท้จริงให้ต่อกันการพบเจอนั้นก็จะมีความหมาย และไม่ใช่เรื่องบังเอิญ สำหรับผมไม่สำคัญหรอกว่า ความรักนั้น ความสัมพันธ์นั้นจะจบลงอย่างไรเพราะไม่มีอะไรที่จะไม่จบลงไม่ว่าความสัมพันธ์นั้นจะแสนดี หรือว่าขมขื่นไม่ว่าความสัมพันธ์นั้นจะรักมาก หรือว่าจืดจางถึงอย่างไรทุกความสัมพันธ์ต่างมีวันจบลงแค่จะจบลงตอนที่เราต่างยังมีลมหายใจหรือไม่เท่านั้น สิ่งที่สำคัญคือความสัมพันธ์ตอนที่ยังมีอยู่ต่างหากหากเราทำทุกวันของความสัมพันธ์ที่มีกันให้ความหมายและเป็นสิ่งที่จะตราตรึงอยู่ในความประทับใจของเราตลอดไปไม่ว่าจะจบลงแบบไหน เราไม่ได้พบกันเพราะความบังเอิญ

เหตุผลที่เราไม่ควรร้องไห้เพราะเขาอีกต่อไป

ความสัมพันธ์ที่มีนามว่าความรักคือคำสั้นๆ ที่ทำให้คนเราเสียน้ำตาได้มากที่สุดบางครั้ง ในความสัมพันธ์ เราเสียน้ำตาเมื่อความสุขเอ่อล้นในหัวใจแต่บ่อยครั้ง ในความสัมพันธ์ เราเสียน้ำตาเพราะว่า รู้สึกเสียใจ ความเสียใจมาจากความผิดหวังและความผิดหวังมาจากความคาดหวังยิ่งเราเคยคาดหวังกับความสัมพันธ์มากเพียงใดเราก็ยิ่งมีโอกาสที่จะผิดหวัง เสียใจจากความสัมพันธ์นั้นมากเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นการมีความหวังในความสัมพันธ์ย่อมดีกว่าเพราะคงไม่มีอะไรแย่เท่าการตกอยู่ในความสัมพันธ์ที่หมดหวัง สิ่งที่แปลกคือ แม้กระทั่งในวันที่ความสัมพันธ์นั้นได้จบลงไปแล้ว แต่บางคนก็ยังคงร้องไห้ เสียน้ำตาให้กับความสัมพันธ์เก่าๆ เหล่านั้น และนี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมเราถึงไม่ควรที่จะร้องไห้เพราะเขาอีกต่อไป 1.อดีตผ่านไปแล้ว และเราแก้ไขไม่ได้แล้ว ไม่มีใครควรเสียน้ำตาให้กับสิ่งที่ไม่ย้อนคืน เราต้องยอมรับให้ได้ว่า เวลาที่เราอยู่ตรงนี้ วินาทีนี้ คือปัจจุบัน ปัจจุบันที่ไม่มีเขา ปัจจุบันที่มีเพียงเรา ส่วนเรื่องราวและผู้คนที่เราร้องไห้ให้นั้น คือเรื่องราวและผู้คนในอดีต ที่ถึงอย่างไรก็คงไม่ย้อนกลับมา แท้จริงชีวิตของคนเราควรมองไปข้างหน้า และอยู่กับปัจจุบัน เราใช้เวลากับการเสียน้ำตาให้อดีตมามากจนเกินไปแล้ว 2. เมื่อเขาไม่ได้เห็นว่าเราสำคัญอีกต่อไป แล้วทำไมเราถึงต้องรู้สึกไปเองว่า เขายังสำคัญ คนเราทุกคนมีคุณค่า ตัวของเราเองก็มีคุณค่า ถ้าเลือกได้ใครๆ ก็อยากมีความรักที่สุขสมหวัง แต่เมื่อเลือกไม่ได้ เราก็ต้องเข้าใจว่า ความผิดหวังคือส่วนหนึ่งของชีวิต การยอมรับความผิดหวัง คือสิ่งที่ทำให้ชีวิตของเราไปต่อได้ การยอมรับว่า เราไม่ได้สำคัญกับเขาอีกต่อไป จะช่วยให้เราเข้าใจว่า ทำไมเราถึงไม่ควรเสียเวลามาร้องไห้ให้กับเขาอีกแล้ว เพราะยิ่งเขามองว่าเราไม่สำคัญ เรายิ่งต้องให้ความสำคัญกับตัวเราเอง 3.เราดูดีที่สุดตอนยิ้ม ไม่ใช่ตอนที่เราร้องไห้ ผู้หญิงที่สวยที่สุดในตัวเรา ผู้ชายที่หล่อที่สุดในตัวเราคือคนที่กำลังยิ้มอยู่ […]

เหตุผลที่เรายังไม่ควรรักใคร

ความรักเป็นสิ่งสวยงามเรื่องนี้เป็นความจริงที่ไม่ว่าใครก็ยากจะปฏิเสธผมเองก็ยอมรับในความงดงามของความรักและปราถนาในความรักเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึงอย่างนั้นความรักก็เหมือนทุกสิ่งไม่ใช่ว่าจะเหมาะสมกับทุกคนในทุกสถานการณ์โดยเฉพาะความรัก เป็นเรื่องมากกว่าแค่รักแต่ความรักเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตแต่ความรักเป็นเรื่องของการบริหารจัดการความสัมพันธ์ความรักจึงไม่ใช่เรื่องง่ายแค่รักแต่ความรักเรียกร้องความเข้าใจ และต้องการความรับผิดชอบ คนทุกคนควรมีความรัก และควรรักใครถ้าหัวใจบอกว่ารัก แต่แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกครั้ง และไม่ใช่ทุกเวลาที่ความรักเพรียกหา แล้วเราต้องกระโจนลงไปในความรักเสมอ บางครั้ง บางครา แม้อาจดูเหมือนมีเหตุผลมากมายที่เราจะรักใครบางคน แต่มันก็มีบางเหตุผลเหมือนกัน ที่บอกให้เรารู้ว่า เรายังไม่ควรที่จะรัก และเรายังไม่พร้อมที่จะรัก อย่าเพิ่งรักใคร ถ้าเรารู้ตัวว่า ไม่พร้อมรับมือกับความเสียใจ ความรักไม่ได้นำพามาซึ่งสุขสมหวังเสมอไปหรอก ในทางตรงกันข้าม คนเราต้องยอมพบเจอกับความผิดหวังนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อที่จะได้พบเจอความสมหวังในความรักสักหนึ่งครั้ง เป็นการสมหวังในความรัก ครั้งที่จะอยู่กับเราตลอดไป แต่ถ้าเรารู้สึกว่า ใจเรายังอ่อนแอเกินกว่าที่จะเสียใจ เปราะบางเกินกว่าจะรับแรงกระแทกของความผิดหวังได้ไหวในตอนนี้ การเก็บหัวใจไว้รอวันที่พร้อม ไม่มีคำว่าสายเกินไป จงรักใครเพราะว่ารัก อย่ารักใครเพียงเพราะว่าเหงา บ่อยครั้ง ความเหงาทำให้รู้สึกว่า เราต้องการใครสักคนแต่ความรู้สึกว่า เราต้องการใครสักคน นั่นไม่ใช่ความรู้สึกเดียวกันกับความรักเพราะความรัก คือ ความรู้สึกที่ว่า เราอยากมีใครคนนั้นไปตลอดชีวิต อย่าให้ความเหงา หลอกว่าเรากำลังต้องการความรัก เพราะความรักที่เกิดขึ้นจากความเหงา มักไม่ยืนยาว และสร้างความปวดร้าวให้หัวใจของคนสองคนได้เสมอ รักในวันที่เราพร้อมเป็นผู้ให้ ความรักไม่ใช่การเรียกร้องความรักไม่ใช่การสนองความปราถนาใดของตนเองความรักคือความสุขที่ได้ให้และความพอใจที่เห็นคนที่เรารักมีความสุข ความรักต้องการความเสียสละเมื่อเรารักใคร เราอาจต้องยอมสละความเป็นเราไปครึ่งหนึ่งเพื่อที่เราจะเป็นเราที่พอดีกันกับอีกครึ่งหนึ่งที่เราตามหามาตลอดชีวิต เมื่อจะมีความรัก จงแน่ใจเสียก่อนว่า เราพร้อมที่จะเป็นฝ่ายให้ ไม่ได้หวังเพียงแค่จะเป็นฝ่ายรับ

ผู้ชายในร้านขายเครื่องสำอาง ผู้หญิงในร้านรองเท้าฟุตบอล

กิจวัตรประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ของมนุษย์เมืองขี้ร้อนอย่างผมคงเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากการเดินตากเครื่องปรับอากาศในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ด้วยความเป็นคนที่ชอบสังเกตวิถีชีวิตผู้คนทำให้นอกจากการเดินรับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศแล้วผมชอบเฝ้ามองความเป็นไปของผู้คนที่เดินไปมาในห้างสรรพสินค้าเช่นเดียวกัน สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตคือห้างสรรพสินค้านั้น จะเป็นสถานที่ที่คู่รักมาใช้เวลาร่วมกันบางคู่มาเพื่อหาอาหารทานบางคู่มาเพื่อจับจ่ายซื้อสินค้าที่ต้องการบางคู่มาเพื่อเดินตากเครื่องปรับอากาศในวันที่แดดร้อนของกรุงเทพ ฯ ไม่เป็นใจให้เดินกลางแจ้ง โดยธรรมชาติแล้วผู้ชายและผู้หญิงมีความสนใจที่แตกต่างกันผู้ชายชอบกีฬา ผู้หญิงชอบความสวยความงาม แต่เมื่อความรัก คือการไปด้วยกันเป็นคู่ทำให้ภาพที่เห็นบ่อยจนชินตาคือภาพของชายหนุ่มที่ไปรอหญิงสาวของเขาเลือกซื้อเครื่องสำอางในร้านขายเครื่องของเกี่ยวกับความงามและหญิงสาวที่เดินตามชายหนุ่มผู้กำลังเลือกซื้อรองเท้าฟุตบอล มันทำให้ผมเห็นว่า ในความรัก แม้คนสองคนจะแตกต่างกัน มีความสนใจ มีความชอบที่ไม่เหมือนกัน แต่เมื่อรักกันแล้ว เมื่อตัดสินใจที่จะคบกันแล้ว พื้นที่หัวใจของเราจะขยายกว้างขึ้น ความสนใจของคนที่เรารักจะกลายเป็นความสนใจของเราด้วย แม้ว่า เราไม่เคยจะสนใจ สถานที่ที่คนที่เรารักไป เป็นสถานที่ที่เราอยากใข้เวลาอยู่ด้วยกัน แม้เป็นสถานที่ที่เราไม่เคยคิดจะไป ในความสัมพันธ์ เมื่อถึงจุดหนึ่งเขาชอบอะไร เราชอบอะไรอาจไม่สำคัญอีกต่อไป เพียงเราชอบที่จะอยู่ด้วยกัน และรักที่จะไม่ห่างกัน กิจกรรมอะไรที่ทำ สถานที่ไหนที่ไปก็ไม่มีความหมายเท่าคนข้างๆ ที่ไปด้วยกัน เพราะใครคนนั้นคือความหมายของความสุขของเรา

เราต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ ที่ต้องยอมปล่อยใครบางคนออกไปจากชีวิต

ใช่หรือไม่ว่าในชีวิตของคนหนึ่งคนเราได้มีโอกาสได้พบเจอผู้คนมากมาย บางคนก็ได้แค่ “พบเจอ” จริงๆแต่บางคนเราก็ได้กลายเป็น “คนรู้จัก”และอีกไม่มากที่กลายเป็น “ความผูกพัน” การพบเจอแต่ละครั้งกับคนแต่ละคนมีความหมายกับเราแตกต่างกันออกไป บางคนเจอเพื่อสร้างความสุขให้กับเราในขณะที่บางการพบเจอมีสถานะเป็นความเศร้าในหัวใจแต่ไม่ว่า ในสถานะความรู้สึกแบบไหนทุกคนต่างเข้ามาและจากไปเหมือนกัน ไม่มีใครจะอยู่ในชีวิตเราไปตลอดและเราก็ไม่ได้อยู่ในชีวิตใครไปตลอดได้ การเจอกับการจากเป็นของคู่กันพอๆ กับความสุขกับความเศร้า แม้นั่นเป็นสิ่งที่เราไม่อยากยอมรับแต่มันก็เป็นความจริงมากพอที่เราไม่อาจจะหลีกเลี่ยง เราอาจเคยรักใครบางคนมาก และยังรักคนๆ นั้นอยู่ คิดว่า เขาจะอยู่กับเราตลอดไป แต่ถ้าวันหนึ่งใจของเขาไม่ได้อยู่กับเราแล้ว และตัวของเขาก็ไม่ได้ปราถนาจะอยู่กับเราอีกต่อไป ยิ่งเขาอยากจะไป ยิ่งเราพยายามที่จะรั้งไว้ คนที่ต้องเสียใจที่สุดก็คือเรา บางทีนะ, บางทีเราต้องยอมความจริงความจริงที่ว่า สุดท้ายแล้วคนเราล้วนต้องจากกันโดยเฉพาะการจากลาที่เกิดขึ้นเพราะว่า ใจของอีกคนไม่อยากอยู่สุดท้ายแล้วต่อให้พยายามรั้งแค่ไหน เราก็รั้งไว้ไม่ไหวการพยายามรั้งเขาไว้ ไม่ต่างอะไรกับการยื้อความเสียใจให้ตัวเอง พอเถอะนะถ้าเขาไม่ได้รักเราแล้วพอเถอะนะถ้าเขาไม่ได้อยากอยู่กับเราแล้วจงปล่อยเขาไปกลับมารักตัวเองให้มากๆเอาใจที่บอบช้ำเพราะเคยให้เขามาเยียวยาความรู้สึกของเรา แล้ววันหนึ่งเราจะนึกขอบใจตัวเองที่ยอมปล่อยเขาไปในวันนั้น วันที่เราไม่ได้รักกันมากพอ

ความรักคือสิ่งที่ลืมได้ยาก

ในโลกนี้มีมนุษย์หลายประเภท มนุษย์ที่ขี้ลืม มนุษย์ที่ความจำดี ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าเราจะเป็นบุคคลที่ถูดจัดอยู่ในมนุษย์ประเภทไหนก็ตาม เราทุกคนต่างมีเรื่องราวบางอย่างที่ไม่อาจลืม และมีคนบางคนที่ผ่านมานานแค่ไหนเราก็ยังจำเขาได้ดี ส่วนใหญ่ คนเรามักจะลืมเรื่องที่ไม่สำคัญ แต่กลับจำได้ว่า เราได้หมดความสำคัญกับใครบางคนไปแล้ว หรืออาจเป็นเพราะการที่เราไม่สำคัญกับใคร มันอาจเป็นเรื่องที่สำคัญกับหัวใจของเรา นอกจากนี้ คนเรามักให้ความสำคัญกับความรัก เพราะความรักคือสิ่งที่ทำให้คนเราสุขได้มากที่สุด และทุกข์ได้มากที่สุด และความรักเช่นกัน ที่อาจทำให้คนๆ หนึ่งไม่รู้สึกอะไรเลยอีกต่อไป อาจเพราะว่า เป็นอย่างนั้น เพราะว่า ความรักเป็นเรื่องสำคัญกับเราทุกคน เราถึงไม่อาจลืมเรื่องราวของความรัก และไม่อาจลืมคนที่เราเคยรักได้ง่ายๆ ยิ่งอยากลืม ยิ่มไม่ลืม ยิ่งไม่อยากจำ ยิ่งจดจำ ความรักเป็นสิ่งที่ลืมได้ยาก การก้าวผ่านความผิดหวังจากความรักมาได้ จึงไม่ใช่การก้าวผ่านมาด้วยการลืม แต่เราจะก้าวผ่านความผิดหวังจากความรักมาได้ด้วยความเข้าใจ เข้าใจในความไม่แน่นอน เข้าใจในความไม่ยั่งยืน เข้าใจในความเปลี่ยนแปลง เข้าใจและอยู่กับมัน

การรอคือกระบวนการหนึ่งของการผลิบาน

สิ่งหนึ่งที่อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มีความสำคัญ ไม่น้อยกว่าสิ่งอื่นใด คือการหาร้านตัดผมที่ถูกใจ และร้านตัดผมที่ถูกใจ เอาจริงๆ หายากไม่แพ้หาคนที่ถูกใจเลย ร้านที่ช่างตัดผมไม่พูดเยอะไปจนกลายเป็นความน่ารำคาญ แต่ก็ไม่เงียบจนน่าอึดอัด ร้านที่ตัดผมของเราออกมาได้พอดีอย่างที่ใจเราต้องการ ไม่สั้นเกินไป ไม่ยาวเกินไป ร้านที่เราเข้าไปในร้านก็ไม่ต้องอธิบายอีกแล้วว่าจะตัดทรงไหน แต่ช่างตัดผมสามารถจำทรงผมของเราได้ ร้านตัดผมแบบนี้หายาก และเมื่อหาเจอแล้ว เรามักใช้บริการกันไปยาวๆ ผมเองเป็นคนที่ใช้บริการร้านตัดผมร้านไหน ก็มักใช้บริการร้านนั้นซ้ำๆ มาโดยตลอด ไม่ค่อยที่จะเปลี่ยนร้าน อย่างที่บอกการหาร้านตัดผม ไม่ใช่แค่เรื่องของทรงผมที่ถูกใจ แต่เป็นเรื่องของความสบายใจอีกด้วย เมื่อสองปีที่ผ่านมา ผมต้องย้ายจากจังหวัดชลบุรีมาอยู่กรุงเทพ ฯ อย่างถาวร นั่นแปลว่า ผมต้องเปลี่ยนร้านตัดผมด้วย และช่วงเวลาที่ผมมาอยู่กรุงเทพ ฯ ผมได้เปลี่ยนร้านตัดผมหลายร้านมาก จนกว่าจะเจอร้านที่ถูกใจ ร้านตัดผมที่ผมใช้บริการอยู่ เป็นร้านตัดผมที่บรรยากาศดูเก่าๆ แต่ข้างในร้านมีเครื่องปรับอากาศเปิดตลอดเวลาอย่างดี มีช่างตัดผมคือคุณลุงวัย 70 กว่าปี คุณลุงอายุมากแล้ว เดินก็ไม่ค่อยจะไหว แต่ฝีไม้ลายมือการตัดผมของคุณลุง บอกได้เลยว่ายังเหลือร้าย คุณลุงเป็นคนที่ตัดผมละเอียด และมีบทสนทนาที่พอดี รู้ว่าเมื่อไหร่ควรพูด รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเงียบ ตอนที่ผมมาตัดผมกับคุณลุงครั้งแรก จำได้ว่า ตอนตัดเสร็จ ผมรู้สึกไม่ประทับใจ และไม่แน่ใจว่า แสดงออกทางสีหน้าหรือเปล่า แต่คิดในใจว่า […]

ไม่มีอะไรเจ็บปวดเท่า การหลงคิดว่า สิ่งใดจะคงอยู่ตลอดไป

เอาเข้าจริงแล้ว ชีวิตของคนเราพบเจอความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงความสัมพันธ์ พบเจอ รู้จัก จากลา ตั้งแต่เกิดมา เราพบความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเอง เราเป็นเด็กทารก เราค่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ เป็นเด็กน้อย เป็นวัยรุ่น เป็นวัยทำงาน และเราก็จะเริ่มแก่เรื่อยๆ จนหมดอายุขัยไปในที่สุด ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ จนเราไม่ทันสังเกตเห็น แต่ความเปลี่ยนแปลงก็ยังคงทำหน้าที่ของมันเสมอ ไม่หยุดนิ่ง กับความสัมพันธ์เช่นกัน เราพบเจอ รู้จัก และจากลาคนมากมาย เรามีเพื่อนตั้งแต่เรียนอนุบาล เรียนประถม เรียนมัธยม เรียนมหาวิทยาลัย จนเพื่อนวัยทำงาน เรามีคนรักที่เราตกหลุมรักเขาเป็นคนแรก และมีคนรักที่เราคิดว่า จะรักเขาเป็นคนสุดท้าย ในขณะที่อนาคตกำลังรอเราอยู่ข้างหน้าปัจจุบันก็กำลังค่อยๆ กลายเป็นอดีตตลอดเวลาแม้มีบทเรียนมากมายเกี่ยวกับการจากลาให้เราได้เรียนรู้แต่เราก็เป็นนักเรียนที่ดื้อดึงคนนึงผู้เชื่อว่า ทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิมเสมอ และการคิดว่า ทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิม นั่นคือสาเหตุของความเจ็บปวด เจ็บปวดเพราะสุดท้ายทุกอย่างก็จะเปลี่ยนแปลงไปอยู่ดี สุดท้ายแล้วไม่มีอะไรเลยที่จะเหมือนเดิม เราไม่ใช่ใครที่จะมาหยุดยั้งวันเวลาได้เราเป็นแค่คนธรรมดาที่ต้องเรียนรู้กระแสธารแห่งวันเวลาที่กำลังไหลผ่านเราไปในทุกวัน

ยิ่งเวลาผ่านมานานเท่าไหร่ ความรักควรมากขึ้น ไม่ใช่ลดลงไป

วันแรกที่เรารักใครบางคน เราจะรู้สึกว่า ความรักนั้นมีมากจนเอ่อล้น เป็นความรักที่มากมายจนเราเองแทบเก็บไว้ไม่อยู่ อยากเปิดเผย อยากแสดงออกมาให้เขารับรู้ และแม้ไม่อาจแสดงออก แค่ได้เจอกับเขา และรอยยิ้มของเขา หัวใจของเราก็เต้นแรง หากนับได้เป็นจำนวน ความรู้สึกในความรัก ณ วันนั้น คงเต็มร้อย แต่สิ่งที่แปลก แต่เข้าใจได้คือ เมื่อเวลาผ่านไป ความรักจะเริ่มลดลงเรื่อยๆ ความใส่ใจที่มีให้กัน ความรู้สึกที่มีต่อกัน เริ่มจางลงไป ที่บอกว่าแปลก เพราะในความจริง ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ความรักควรยิ่งเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ลดลง ที่บอกว่าเข้าใจได้ เพราะตามกฎธรรมชาติ ทุกอย่างมีแต่จะลดลง เสื่อมลงไปตามวันและเวลา เพราะดังนั้น เมื่อตอนแรกที่ความรักเริ่ม ความรักเริ่มขึ้นจากความรู้สึกในหัวใจ เรารักด้วยความรู้สึก เมื่อเวลาผ่านไปความรู้สึกต่างๆ มีจางลงไปเป็นธรรมดาและจึงต้องใช้ความรู้สึกให้น้อยลงแต่รักด้วยเหตุผล และใช้สมองในการรักให้มากขึ้น การใช้เหตุผลในความรัก คือการรักอย่างมีเหตุผล รักอย่างเข้าใจกัน รักกันด้วยความรู้สึกผูกพัน รักกันด้วยหัวใจของคนที่เอื้ออาทรต่อกัน เพราะวันหนึ่งเราจะเข้าใจตอนท้ายที่สุดว่าคนที่มีความหมายกับเราจริงๆไม่ใช่คนที่ทำให้เราตกหลุมรักในวันแรกแต่คือคนที่ยังรักกันจนวันสุดท้าย