ไม่มีอะไรเจ็บปวดเท่า การหลงคิดว่า สิ่งใดจะคงอยู่ตลอดไป

เอาเข้าจริงแล้ว ชีวิตของคนเราพบเจอความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงความสัมพันธ์ พบเจอ รู้จัก จากลา ตั้งแต่เกิดมา เราพบความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเอง เราเป็นเด็กทารก เราค่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ เป็นเด็กน้อย เป็นวัยรุ่น เป็นวัยทำงาน และเราก็จะเริ่มแก่เรื่อยๆ จนหมดอายุขัยไปในที่สุด ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ จนเราไม่ทันสังเกตเห็น แต่ความเปลี่ยนแปลงก็ยังคงทำหน้าที่ของมันเสมอ ไม่หยุดนิ่ง กับความสัมพันธ์เช่นกัน เราพบเจอ รู้จัก และจากลาคนมากมาย เรามีเพื่อนตั้งแต่เรียนอนุบาล เรียนประถม เรียนมัธยม เรียนมหาวิทยาลัย จนเพื่อนวัยทำงาน เรามีคนรักที่เราตกหลุมรักเขาเป็นคนแรก และมีคนรักที่เราคิดว่า จะรักเขาเป็นคนสุดท้าย ในขณะที่อนาคตกำลังรอเราอยู่ข้างหน้าปัจจุบันก็กำลังค่อยๆ กลายเป็นอดีตตลอดเวลาแม้มีบทเรียนมากมายเกี่ยวกับการจากลาให้เราได้เรียนรู้แต่เราก็เป็นนักเรียนที่ดื้อดึงคนนึงผู้เชื่อว่า ทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิมเสมอ และการคิดว่า ทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิม นั่นคือสาเหตุของความเจ็บปวด เจ็บปวดเพราะสุดท้ายทุกอย่างก็จะเปลี่ยนแปลงไปอยู่ดี สุดท้ายแล้วไม่มีอะไรเลยที่จะเหมือนเดิม เราไม่ใช่ใครที่จะมาหยุดยั้งวันเวลาได้เราเป็นแค่คนธรรมดาที่ต้องเรียนรู้กระแสธารแห่งวันเวลาที่กำลังไหลผ่านเราไปในทุกวัน

ความสัมพันธ์ที่ดี คือความสัมพันธ์ที่ในวันจากลา เราไม่รู้สีกว่ามีอะไรติดค้างในใจ

เราทุกคนมีความสัมพันธ์มากมายเดินทางเข้ามาในชีวิต และมีความสัมพันธ์มากมายที่เดินทางออกไปจากชีวิตเรา บางความสัมพันธ์ เรามีกันและกันเป็นจุดหมายปลายทาง แต่บางความสัมพันธ์ เราเป็นได้เพียงแค่ที่พักระหว่างทางของกันและกัน แม้กับบางคน เราอยากเป็นจุดหมายปลายทางของเขา แต่วันหนึ่งเรากลับพบว่า เราเป็นได้เพียงทางผ่าน และเช่นกัน, กับบางคน ถ้าเลือกได้ เราก็คงอยากให้เขาเป็นปลายทางของเรา แต่ในความเป็นจริง เราอาจเป็นได้เพียงคนผ่านทาง ออกเดินทางอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกร้าวรานในหัวใจ ชีวิตของเรา ยิ่งได้พบเจอคนมากมายเท่าไหร่ ความจริงที่น่าเศร้าคือ เรายิ่งต้องพัดพรากจากคนมากมายเท่านั้น และแม้ถึงเราไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น แต่นั่นคือความจริงของชีวิต ที่แม้แต่ตัวเราเอง หรือใครก็ตามไม่อาจหลีกหนีได้พ้น สิ่งที่ดีที่สุดในความสัมพันธ์ ที่เราจะทำให้กันและกันได้ คือในวันเวลาที่เรายังมีกัน จนเป็นเหมือนน้ำมันที่เติมพลังในการเดินทางแห่งชีวิตของกันและกัน วันใดก็ตามที่เราต้องออกเดินทางไป หรือใครบางคนต้องออกเดินทางไกล อย่างน้อยถังน้ำมันที่ชื่อว่า ความทรงจำดีๆ จะได้ยังมีเพียงพอไปจนถึงวันที่เราต่างต้องพบเจอปลายทาง

Q :จริงไหม​ที่​คน​เรา​ส่วนใหญ่​พอ​โต​ขึ้น​เพื่อน​ที่​จริงใจ​จะ​น้อยลง?

ก่อนที่จะคิดว่า พอโตขึ้นเพื่อนที่จริงใจจะน้อยลงหรือไม่ เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งก่อนครับว่า เพื่อนสมัยเด็ก กับเพื่อนที่เรามีตอนโตเป็นผู้ใหญ่ ไม่มีวันเหมือนกัน   เราอย่าไปคาดหวังเลยว่า เพื่อนของเราตอนโตขึ้นมา จะเหมือนกับเพื่อนของเราตอนเป็นเด็ก เพราะเหตุปัจจัยต่างๆ มันทำให้เป็นไปไม่ได้   ในวัยเด็ก สิ่งที่สำคัญกับเราจริงๆ ก็คือเพื่อนเท่านั้น และสิ่งที่เราต้องสนใจก็มีแค่เรื่องการเรียน   ในขณะที่โตขึ้นมา มันมีอะไรมากมายหลายอย่างมากกว่านั้น เรามีงานที่ต้องรับผิดชอบ มีชีวิตคนเมืองที่ต้องแข่งขัน มีรายจ่ายและหนี้สินที่ต้องกังวล และมีครอบครัวที่ต้องดูแล   การที่จะคาดหวังจากเพื่อนที่ทำงาน เท่ากับเพื่อนสมัยเรียนเลยเป็นไปไม่ได้   ความจริงใจ ก็เป็นสิ่งที่เราวัดไม่ได้อีก การที่คนหนึ่งคนทำไม่ดีกับเราตรงๆ เขาอาจจริงใจกับเรามากกว่าที่แกล้งเข้ามาพูดดีๆ   สุดท้ายแล้วกับคำว่าเพื่อน ก่อนที่เราจะไปวัดความจริงใจของใคร เราต้องแน่ใจก่อนว่า เราได้เปิดใจให้กับเขากว้างมากพอ

Q : ทำไมคนเราถึงเลิกกันเพราะปัญหาเล็กๆน้อยๆ เมื่อวานเหมือนยังรักกันดีพอวันนี้กลับเลิกกัน คนเรามันหมดรักกันง่ายขนาดนั้นเลยหรอคะ?

ผมคิดว่าอย่างนี้ครับ บ่อยครั้ง ความสัมพันธ์ที่เราพบว่า เลิกกันในเรื่องเล็กน้อย ที่ไม่น่าจะทำให้เลิกกันได้   เกิดขึ้นจากการที่ลึกๆ ระหว่างคนสองคน มีปัญหาสะสมกันมาก่อนแล้ว   พอความไม่พอใจ และความไม่เข้าใจ สะสมกันมากขึ้นๆ ก็เหมือนเหมือนยอดภูเขาน้ำแข็ง แม้ในสิ่งที่เรามองว่าเล็กน้อย ก็อาจพังทลายลงไปได้   ปัญหาคือ เรื่องพวกนี้มักจะมีสัญญาณเตือนมาก่อน ว่าคนหนึ่งคนเริ่มไปไม่ไหวกับความสัมพันธ์   โดยอาจแสดงออกผ่านทางคำพูด ท่าทาง หรือแม้แต่น้ำเสียง   แต่คนที่ไม่ได้รู้สึกว่า ความสัมพันธ์มีปัญหา มักไม่สังเกตเห็น หรือต่อให้เห็น ก็มองข้ามไป เพราะคิดว่า เป็นเรื่องเล็กน้อย   จงจำไว้ครับว่า เรื่องเล็กน้อยหลายๆ เรื่องรวมกัน กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้   ที่สำคัญ สิ่งที่คนเรามักหลงลืมไป คือเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ของคนเราแตกต่างกัน   เรื่องเล็กของเรา อาจเป็นเรื่องใหญ่ของเขา และเช่นกัน เรื่องใหญ่ของเรา อาจเป็นเรื่องของเขาก็ได้   เพราะในความสัมพันธ์ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ทุกเรื่องเป็นเรื่องที่เราต้องใส่ใจเสมอ

Q : เป็นคนชอบโดนเข้าใจผิดค่ะ ส่วนหนึ่งอาจเพราะหน้าดุหน้านิ่ง บางทีเรากำลังพยายามอธิบายคนก็คิดว่าโกรธแล้วค่ะ ทั้งๆที่แค่อยากอธิบายให้เข้าใจเราคิดว่าเปิดอกคุยกันเราว่ามันโอเคกว่าการคิดไปเอง แต่คนอื่นชอบคิดว่าเราโมโหค่ะ?

หากเป็นคนที่ดุเพราะรูปร่างหน้าตาภายนอก

สิ่งที่ทำให้ความดุของเราดูลดลงเกินกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์

คือรอยยิ้ม

...

การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นคนอื่นก่อนที่เราจะพูดอะไรออกไป

อย่างน้อยทำให้ปากเราพูดช้าลง

อย่างน้อยทำให้เราได้รับฟังก่อนที่จะพูด

นั่นคือการแก้ไขความดุจากข้างในที่ดีที่สุด

Q : ถามเรื่องการทำงาน เพื่อนร่วมงานไม่ค่อยช่วยทำงาน​ ให้ช่วยทำแต่ก็ช้ามาก​ แก้หน้างานไม่จบ​ เล่นมือถือมากกว่า​ ชอบโยนงานและความผิดให้คนอื่​น​ พูดดีแต่ทำจริงไม่ได้​ ​ เจ้านายทราบเรื่องแต่มองว่าเป็นเรื่องปกติ​ ควรต้องทำอย่างไรคะ​ นอกจากลาออก ?

จากประสบการณ์การทำงาน สิ่งที่ยากและบั่นทอนกำลังใจในการทำงานมากที่สุด ไม่ใช่ตัวเนื้องานเอง หากแต่เป็นคนที่เราร่วมงานด้วย   ผมมองว่า หากการทำงานเป็นศาสตร์ คือ สิ่งที่ต้องใช้วิชา องค์ความรู้ มาปรับเข้าใช้กับการทำงาน   การทำงานร่วมกับกันคนอื่นก็คงเป็นศิลป์ ศิลป์ที่มาจากศิลปะ   การที่ศิลปินหนึ่งคนจะสร้างสรรรค์งานศิลป์ออกมาได้ แม้จะเป็นศิลปะคนละประเภทแตกต่างแขนงกัน แต่ก็มีหลักการบางอย่างเหมือนกัน   ศิลปะเป็นเรื่องของการลงน้ำหนัก เราต้องรู้ว่า เมื่อไหร่และเวลาใด ที่เราจะลงน้ำหนักให้หนักหรือเบาเพียงใด   ศิลปะเป็นของการจัดวางพื้นที่ เราควรจัดวางพื้นที่สิ่งต่างๆ ให้แน่นขนัด หรือว่าห่างเพียงใด   การทำงานร่วมกับคนอื่นก็เหมือนกัน เราต้องรู้ว่า เมื่อไหร่ที่เราควรหนัก เมื่อไหร่ที่เราควรเบา เมื่อไหร่ที่เราควรใกล้ และเมื่อไหร่ที่เราควรห่าง   วันเวลาและการสังเกต จะเป็นตัวที่คอยบอกเราว่า ควรทำอย่างไร   ที่สำคัญ เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า การเปลี่ยนแปลงคนอื่นเป็นเรื่องยาก   หากทำได้ เราเริ่มการเปลี่ยนแปลงจากตัวเองเสียก่อน เปลี่ยนแปลงด้วยการทำในส่วนของเราให้ดี เปลี่ยนแปลงด้วยการใส่ใจแค่ในหน้าที่ของเรา   ส่วนคนอื่นจะเป็นอย่างไร บางครั้งเราทำได้แค่ปล่อยและวาง   ที่สำคัญ ผมเชื่อเสมอว่า การทำงานเป็นเรื่องใครทำใครได้ …

จงจำไว้เสมอว่า เมื่อไหร่ที่เราเดินออกมาจากชีวิตใครคนหนึ่ง มันแทบไม่มีทางกลับไป

  อารมณ์เป็นสิ่งที่ทำให้คนเราตัดสินใจสิ่งต่างๆ โดยปราศจากเหตุผลมากที่สุด บางครั้งการใช้อารมณ์นำหน้าเหตุผลก็อาจเป็นเรื่องที่ดี แต่บ่อยครั้งที่การปล่อยให้อารมณ์มานำหน้าเหตุผล คือสาเหตุของความเสียใจ ในบรรดาเรื่องราวทั้งหมดบนโลกใบนี้ที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตของคนๆ หนึ่ง ความรักเป็นเรื่องที่คนเราใช้เหตุผลกับมันน้อยที่สุด และใช้อารมณ์ ความรู้สึกกับความรักมากกว่าอย่างอื่น บ่อยครั้ง เราเชื่อว่า ความรักเป็นเรื่องราวที่เราต้องใช้หัวใจ และหัวใจที่มีความรัก จะช่วยให้เราพบสิ่งที่เรียกว่าความสุข เวลาเรารักใครสักคน เหตุผลจะเป็นสิ่งที่เราใช้น้อยกว่าอารมณ์ความรู้สึก เรารักใครสักคน เพราะว่า เรารักเขา การที่จะตอบว่า เรารักใครเพราะอะไร จึงเป็นเรื่องยากเย็นเสมอ เพราะเราไม่ได้รักใครด้วยเหตุผลใดๆ ในทางตรงกันข้าม อารมณ์ ความรู้สึกด้านบวก อาจนำพาสิ่งดีๆ มาสู่ความรัก แต่อารมณ์ด้านลบก็นำพาเรื่องแย่ๆ มาสู่ความรักเช่นกัน ยิ่งเรารักมากเท่าไหร่ เรายิ่งใช้อารมณ์มากเท่านั้น และยิ่งเราใช้อารมณ์มากแค่ไหน เหตุผลยิ่งลดน้อยลงไปไม่แพ้กัน บ่อยครั้ง พอคบกันไปสักพัก แม้ว่ายังรักกันมากๆ อยู่ อย่างปราศจากข้อสงสัย แต่สิ่งที่เรียกว่า อารมณ์ ก็มักจะก่อให้เกิดความสัมพันธ์ และบางครั้ง อาจเป็นสาเหตุของการจากลา เคยไหม กับเรื่องที่ดูเหมือนไม่เป็นเรื่อง แต่เพราะความรู้สึกน้อยใจ ทำให้เกิดความไม่เข้าใจ และทำให้เรารู้สึกว่า อยากเดินออกไปจากชีวิตของกันและกัน ไม่ใช่ว่าเพราะไม่รัก แต่เพราะไม่อยากเจ็บปวดจากความรักนั้นอีกต่อไป แต่สุดท้ายแล่้ว …

เราปล่อยมือกันนานเกินไป เกินกว่าที่จะกลับมากุมมือกันไว้อีกครั้ง

หลายคนถามว่า ปัญหาสำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์บ่อยครั้ง คือปัญหาอะไร แน่นอนว่า จะมีเรื่องราวมากมายหลากหลายปัญหา ที่ทำให้คนเราต้องเลือกที่จะร้างลาและแยกทางไปจากกัน แต่ปัญหาสำคัญที่หลายคนคาดไม่ถึง กลับไม่ใช่เรื่องมือที่สาม และการไม่เข้าใจกัน แต่คือ ความชาชินในความสัมพันธ์ หรือที่อาจเรียกได้อีกอย่างว่า การที่คนสองคนปล่อยมือกันนานเกินไป เพราะการที่คนสองคนปล่อยมือกันนานเกินไป เฉยชาต่อความสัมพันธ์ระหว่างกันมากเกินไป นั่นแหละคือต้นเหตุของปัญหาอื่นๆ ในความสัมพันธ์ เป็นสาเหตุที่ทำให้มือที่สามเข้ามา เป็นสาเหตุที่ทำให้คนสองคนทะเลาะกันด้วยความไม่เข้าใจ และเป็นจุดเริ่มต้นของปลายทางที่ชื่อว่า การจากลา ซึ่งการจากลาที่เกิดขึ้นจากปัญหานี้ บ่อยครั้งมักเกิดขึ้นอย่างที่เราเองไม่ทันตั้งตัว เพราะไม่ทันได้เตรียมหัวใจ เราคิดว่า ความสัมพันธ์ของเรายังดีทุกอย่าง เรารู้สึกว่า เรากับเขายังรักกันอยู่ เราเชื่อว่า ไม่มีอะไรก็ตามบนโลกใบนี้ที่จะสั่นคลอนความสัมพันธ์ของเราได้ และเพราะเราคิด เรารู้สึก และเราเชื่อแบบนั้น ทำให้เราประมาทกับความสัมพันธ์ คิดว่า อย่างไรเขาก็รักเรา คิดว่า การจากลาไม่มีอยู่จริง ทั้งที่ ยิ่งเราประมาทกับความสัมพันธ์มากเท่าไหร่ จนกลายเป็นความเฉยชาระหว่างกัน โดยไม่รู้ตัว ระยะห่างจากความสัมพันธ์นั้นจะค่อยๆ ขยายตัวมากขึ้น เปรียบเหมือนกันปล่อยมือไปจากกัน และวันหนึ่ง เรามาถึงจุดที่เราไม่รู้อีกต่อไป ว่าต้องทำอย่างไรเราถึงจะกลับมาจับมือกันได้อีกครั้งหนึ่ง อย่าคิดว่า ทุกอย่างยังดี อย่ารู้สึกว่า ทุกอย่างยังโอเค ต่อให้คบกันมานานขนาดไหน ความรักก็ยังต้องการการใส่ใจ การดูแลอยู่ …

ไม่มีคำว่าสาย ถ้าเราจะเลิกรักใครสักคนที่ทำร้ายหัวใจเรา

  การเดินเข้าไปในความสัมพันธ์ว่าเป็นเรื่องยากเย็นแล้ว กับบางคนสิ่งที่ยากที่สุด คือ การก้าวออกมาจากความสัมพันธ์นั้น ในบางครั้ง บางหน ไม่ใช่เราไม่รู้ว่า ความรักของเรากับเขาเป็นสิ่งที่เจ็บปวด และใครคนนั้นก็ไม่ใช่คนที่ดีต่อหัวใจอย่างที่เราคิดอีกต่อไป จะมีบางช่วงเวลา ที่เราอยากเดินออกมาจากควมสัมพันธ์นั้นใจจะขาด แต่เพราะคำสองคำ ที่ทำให้เราไม่สามารถออกมาจากชีวิตของเขาได้สักที ยังรัก มีบางคน คนที่ไม่ใช่คนที่รักใครง่ายๆ นัก เขาจะเรียนรู้ว่า การที่เขารักใครยาก เป็นเพราะเขารู้ตัวเองดีเช่นกันว่า ช่วงเวลาที่ยากที่สุดของเขาไม่ใช่การรัก แต่คือการเลิกรักต่างหาก เขาจึงเลือกที่จะไม่รักใครง่ายๆ เพราะเขาจะรักแค่คนที่เขาแน่ใจแล้วว่า ถ้ารักคนๆ นี้ จะไม่มีวันไหนที่เขาต้องมาพยายามเลิกรัก ด้วยเหตุผลว่า การรักคนๆ นี้ทำให้เขาเสียใจ แต่บางครั้ง ต่อให้เลือกอย่างดี ต่อให้เป็นคนที่คิดว่าแน่ใจ เราก็ยังอาจเลือกคนผิด ใช่, เราทุกคนเคยรักคนผิด และเมื่อถึงเวลานั้นมาถึง แม้จะพยายามเลิกรักเขา พยายามจะตัดใจจากเขา พยายามจะคิดถึงเรื่องราวต่างๆ นาๆ ที่เขาเคยทำร้ายหัวใจของเรา ความพยายามเหล่านั้น ก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เสียดาย ไม่ใช่แค่ข้าวของเครื่องใช้ที่คนเราใช้มานานเท่านั้น ที่จะทำให้เรารู้สึกเสียดายได้ กับความสัมพันธ์บางความสัมพันธ์ เราก็อดรู้สึกเสียดายไม่ได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะกับความสัมพันธ์ที่ผ่านอะไรด้วยกันมามาก ใช้เวลาในการคบหาดูใจกันอย่างยาวนาน เรามักรู้สึกว่า หากทุกอย่างจบลงที่ตรงนี้ เรื่องราวต่างๆ …

ในความสัมพันธ์ มีอะไรมากกว่าแค่ความรัก

การที่เราจะคบหากับใครสักคน ในความสัมพันธ์นั้น มีองค์ประกอบมากมาย แน่ล่ะว่า ความสัมพันธ์นั้นควรเริ่มต้นด้วยความรัก แต่ความรักเพียงอย่างเดียว ก็อาจไม่เป็นการเพียงพอกับความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์หนึ่งความสัมพันธ์ มีองค์ประกอบอื่นๆ อีกมากมาย ความสัมพันธ์หนึ่งความสัมพันธ์ เรียกร้องอะไรหลายสิ่งหลายอย่างมากกว่าที่เราจะคาดคิด เราจึงพบเจอ หลายคู่ และหลายคนที่เขารักกัน แต่สุดท้าย พวกเขาก็ต้องจบความสัมพันธ์นั้นลง เพียงเพราะว่า ความรักอย่างเดียวแม้มากมายแต่อาจยังไม่มากพอ เวลาที่เราคบหากับใครสักคน เขาถึงให้คบหาดูใจกันให้ละเอียด เพราะถ้าจะดูกันเพียงว่า รักหรือไม่รัก ก็อาจไม่ต้องใช้เวลาเนิ่นนานขนาดนั้น แต่ยังต้องดูด้วยว่า ที่รักว่านั้น ความรักมั่นคงแค่ไหน และต่อให้รักมั่นคง แต่ความรักมากพอที่จะชนะความเห็นแก่ตัวของแต่ละคน หรือมากพอที่จะชนะอัตตาการยึดมั่นถือมั่นในตัวเองของแต่ละคนหรือเปล่า ยังต้องดูอีกว่า คนสองคนที่รักกันนั้น มีวิถีชีวิตที่แตกต่างและเหมือนกันแค่ไหน ถ้าแตกต่าง จะปรับตัวเข้าหากันได้หรือไม่ ถ้าเหมือนกัน จะอยู่กันอย่างไรไม่ให้รู้สึกถึงความจำเจ ที่สำคัญคือ คนสองคนเข้าใจกันหรือเปล่า คนสองคนได้เปิดหัวใจให้กันหรือเปล่า เพราะต่อให้บอกว่ารักมากมาย แต่ไม่เคยเปิดใจให้กัน ไม่เคยคิดจะเข้าใจกัน เชื่อเถอะว่า ความสัมพันธ์ไม่มีทางไปรอดได้ การที่ความรู้สึกรักจะเกิดขึ้น อาจไม่ใช่เรื่องยาก การที่เราจะรู้สึกประทับใจใครสักคน ก็อาจไม่ใช่เรื่องยากเย็น สิ่งที่อยากจริงๆ คือการรักษาความสัมพันธ์นั้นเอาไว้ให้ยาวนานที่สุด การรักษาความสัมพันธ์ ดูแลความสัมพันธ์จึงเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง ที่สำคัญคือ ศาสตร์ของความสัมพันธ์ …