ทุกวันคือของขวัญที่ไม่ต้องจับฉลาก

เมื่อเข้าสู่เทศกาลปีใหม่เกือบทุกสถานที่ไม่ว่าจะโรงเรียน หรือที่ทำงานจะมีกิจกรรมเลี้ยงสังสรรค์มากมาย แน่นอนว่าแต่ละงาน ก็จะมีกิจกรรมที่ไม่ได้ต่างกันออกไปนักการกินเลี้ยง การร้องเพลง ล้วนเป็นกิจกรรมที่ขาดกันไม่ได้ในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองเช่นนี้ และอีกกิจกรรมที่อยู่คู่กันกับงานเลี้ยงปีใหม่เสมอคือการจับฉลากของรางวัล ผมเอง เป็นคนปราศจากโชคในเรื่องของการเสี่ยงดวงทุกชนิดไม่ต้องพูดถึงการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลหรอกเอาแค่เรื่องการจับฉลากรางวัลปีใหม่นี่แหละ แน่นอนว่า การจับฉลากจะมีการจับรางวัลพิเศษ ซึ่งจะมีบางคนที่ไม่ได้รางวัลพิเศษนั้นและผมเอง เป็นหนึ่งในคนที่ไม่เคยได้เลยและถึงแม้ในวันที่ชื่อผมถูกจับฉลากขึ้นมาอ่านประกาศผมก็มักไม่ได้อยู่ตรงนั้น ทำให้ไม่ได้รับรางวัล แต่เปล่าหรอกผมไม่ได้น้อยใจในโชคชะตาและวาสนาแต่อย่างใดอีกทั้งยังเข้าใจโดยถ่องแท้ว่า นี่คือกิจกรรมการร่วมสนุก เพียงแต่เรื่องการจับสลากของรางวัลทำให้ผมคิดว่าในชีวิตของคนเราจะมีสิ่งพิเศษต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตของแต่ละคนต่างกันออกไปเป็นสิ่งพิเศษที่คนบนฟ้าจับฉลากมาให้กับเราตั้งแต่เกิดไม่ว่าจะเป็นสุขภาพที่ดี ความสามารถพิเศษเฉพาะด้านความพร้อมของครอบครัว เป็นต้น แต่แม้เราแต่ละคนจะได้ฉลากที่ต่างกันออกไปถึงอย่างนั้น เราทุกคนก็ได้ของขวัญพิเศษที่เหมือนกันของขวัญนั้นคือ ชีวิต ชีวิตคือสิ่งที่พิเศษชีวิตเป็นของขวัญในตัวของมันเอง ไม่สำคัญหรอกว่าคุณเกิดมาไม่ร่ำรวยหากคุณใช้ชีวิตอย่างประหยัด และขยันโอกาสแห่งเงินทองก็จะมาหาคุณ ไม่สำคัญหรอกว่า สติปัญญาของคุณไม่เทียบเท่าคนอื่นเพียงคุณรักในการศึกษาความรู้จะเป็นของคุณ ไม่สำคัญหรอกว่า เราจะเกิดมามีสุขภาพอ่อนแอแค่ไหนถ้าเราออกกำลังกาย และทานอาหารที่มีประโยชน์ทุกอย่างจะดีขึ้น ชีวิตคือของขวัญที่พิเศษในตัวของมันเอง และเพราะมีชีวิต เราจึงสร้างของขวัญที่พิเศษให้ตัวเราเองได้ทุกวันด้วยการลงมือทำ อยากมีความสุขจงมองโลกในแง่ดี อยากเรียนเก่งจงขยันหาความรู้ อยากมีความรักที่ดีจงมองเห็นคุณค่าในตัวเองและผู้อื่น ชีวิตคือของขวัญที่เราได้มาโดยไม่ต้องจับฉลากและได้มาเหมือนกันทุกคน ปีใหม่นี้ เราอยากให้ชีวิตเราเป็นอย่างไรจงใช้ชีวิตของเราไปอย่างนั้นจงใช้ชีวิตของเราด้วยความรู้สึกที่ขอบคุณเพราะชีวิตคือของขวัญที่เราได้รับมาเพียงครั้งเดียว

ทุกความบังเอิญเกิดขึ้นจากการเลือกของเรา, ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

“บังเอิญจัง ที่ได้เจอกัน” “บังเอิญจัง ที่เป็นแบบนี้” “เอ๊ะ…บังเอิญอีกแล้วนะ” ในชีวิตของคนหนึ่งคน เราอาจเจอถ้อยคำนี้ได้มากมาย คำที่แสดงถึงความไม่ตั้งใจ คำที่แสดงถึงการที่มีบางสิ่งบางอย่างได้”ลิขิต”มาให้เจอ เรามักมีความเชื่อว่า การที่บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น เป็นเรื่องบังเอิญ ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจเสมอ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ โดยเฉพาะกับความสัมพันธ์ที่เป็นเรื่องของความรัก บังเอิญที่เราได้มาเจอกัน บังเอิญที่เราได้รู้จักกัน บังเอิญที่เราได้มารักกัน ทั้งที่ถ้าเรามองในความเป็นจริงแล้ว ทุกความบังเอิญที่เกิดขึ้น ล้วนเกิดจากการตัดสินใจของใครคนใดคนหนึ่ง ถ้าเราไม่ตัดสินใจไปที่นั่น ถ้าเขาไม่ตัดสินใจไปตรงนั้น เราคงไม่บังเอิญมาเจอกันได้ และต่อให้ทุกอย่างของการที่เรามาเจอกันจะเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญ แต่การที่ความสัมพันธ์จะสานต่อไปได้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจ การเลือกที่จะตัดสินใจของคนสองเท่านั้น ต่อให้บังเอิญบ่อยแค่ไหน แต่คนสองคนเลือกที่จะไม่ก้าวต่อ เลือกที่จะไม่ไปต่อ ความบังเอิญคงไม่มีความหมายอะไรเลย ความบังเอิญก็เหมือนถนน แต่คนสองคนต่างหากที่จะตัดสินใจว่าจะเลือกเดินไปบนหนทางนั้นหรือเปล่า ไม่ใข่ความบังเอิญ

วันหนึ่งเราทุกคนก็คงอยากเป็นได้มากกว่าคนที่แอบรัก

เราทุกคนต่างเคยตกอยู่ในสถานะของคนที่แอบรักมาด้วยกันทั้งนั้น ช่วงเวลาที่เราใจเต้นแรงเพียงเพราะคิดถึงใครคนนั้น ได้เฝ้าติดตามความเป็นไปของเขาอยู่อย่างห่างๆ ส่งความรู้สึกดีๆ ไปให้เขา โดยไม่หวังว่า เขาจะรู้ความในใจของเรา ความรู้สึกแบบนั้น ความสัมพันธ์แบบนั้น เป็นสิ่งที่งดงามในหัวใจ ถึงอย่างนั้น, ความงดงามของความสัมพันธ์ในฐานะของคนแอบรัก ก็มีวันจืดจางลงไป พอถึงช่วงเวลาหนึ่ง การแอบรักเขาต่อไป ก็ดูไม่ใช่เรื่องง่าย กฎของความรู้สึกคือการอยากบอก เมื่อเรารู้สึกอะไร การเก็บความรู้สึกนั้นไว้กับตัวนานๆ ไม่เคยเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะกับความรู้สึกที่เพิ่มขึ้นมากทุกวัน ยิ่งกับความรู้สึกรัก เมื่อถึงช่วงเวลานั้นมาถึง เราจะไม่ได้อยากเป็นคนแอบรักต่อไป แต่เราอยากกลายเป็นคนรักของเขา อยากเปิดเผยความรู้สึกของเราที่มีให้เขาได้รับรู้ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเรามักกลัวว่า ถ้าเราได้เปิดเผยความรู้สึกที่จริงแท้ของเราออกไป เราจะต้องเสียเขาไป ไม่อาจเป็นได้แม้กระทั่งคนที่แอบรัก แต่เราก็ทุกข์ทรมานใจ เพราะรู้ตัวว่า ตกอยู่ในสถานะคนแอบรักต่อไปไม่ไหวเหมือนกัน เคยมีคนมาถามผมว่า ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ทำอย่างไรดี ผมตอบเขาไปว่า ให้ชั่งน้ำหนักดูว่า ระหว่างความเจ็บปวดของการไม่อาจได้เป็นคนที่บอกรัก กับความเจ็บปวดที่เขาจะเปลี่ยนไปหลังคำว่า บอกรัก แบบไหนกันที่จะเจ็บปวดกับหัวใจของเราน้อยกว่ากัน จงเลือกทางที่จะถนอมหัวใจของเราได้ดีกว่า แต่ถึงอย่างนั้น อย่าลืมว่า ในความสัมพันธ์ไม่มีหรอกทางที่จะไม่เสียใจ มีแต่ทางที่เราไม่เสียดายที่ได้ตัดสินใจลงไป ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ตาม

ความหมายของคำว่าเรา

เคยมีคนบอกว่า คนเราเกิดมาเพียงลำพัง และจะจากโลกใบนี้ไปเพียงลำพัง ในความเป็นจริงอาจมีบางส่วนที่เป็นแบบนั้น แต่นั่นก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด ใช่ไหมว่า,ในขณะที่เราเกิดมาเพียงลำพัง แต่การเกิดขึ้นมาของเรา เกิดจากความรักของคนสอง เกิดจากการอุ้มท้องของผู้หญิงหนึ่งคนที่รักเราตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้าเรา รักเราตั้งแต่ยังไม่รู้จักเรา และใช่ไหมว่า,ขณะที่เราเกิดมาบนโลกใบนี้ เราเกิดมาท่ามกลางความยินดีของผู้คนมากมายบนโลกใบนี้ การที่จะบอกว่า เราเกิดมาเพียงลำพัง ก็อาจไม่ใช่ความจริงเสียทั้งหมด นอกจากนี้ การที่มีคนบอกกับเราว่า เราจากโลกนี้ไปเพียงลำพัง จริงอยู่ว่า ตอนที่เราจากโลกนี้ไป เราได้จากโลกนี้ไปเพียงคนเดียว ถึงอย่างนั้น, ก็ใช่ไหมว่า ในขณะที่เราจากโลกใบนี้ไป เราจากโลกนี้ไปพร้อมกับความเศร้า ความอาลัย และความผูกพัน จากผู้คนมากมายที่เราได้อยู่กับเขา ในช่วงเวลาของการมีลมหายใจ ความเป็นจริงคือ เราไม่ได้ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ เรายังมีคนอื่นอีกมากมาย ที่ผูกพันกับเราด้วยความรักและความชัง ทั้งอย่างมีเหตุผลและแบบที่ไร้เหตุผล ชีวิตของคนหนึ่งคน จึงไม่ได้มีแค่คำว่า ผม, คุณ จึงไม่ได้มีแค่คำว่า ฉัน, เธอ แต่ยังมีคำว่า “เรา” คำว่า เราที่เชื่อมคนสองคนให้กลายเป็นเหมือนคนหนึ่งคนเดียวกัน เป็นการเชื่อมต่อกันด้วยความสัมพันธ์ ด้วยความผูกพัน ด้วยวันเวลา ชีวิตของคนทุกคน จึงมีคนหนึ่งคนที่อย่างน้อยที่เป็น”เรา”ของกันและกัน คนที่จะใช้คำว่าเราร่วมกัน และคำว่า “เรา” คำเดียวสั้นๆ บอกให้รู้ว่า […]

สิ่งที่ฉันเรียนรู้จากปีที่กำลังจะผ่านไป ความสุขคือการได้เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง

วันหนึ่งวัน ผ่านไปไวเหลือเกิน จนบางทีเราเองไม่รู้ตัวเลย โดยเฉพาะในเมืองที่วันเวลาถูกเร่งด้วยความรีบอย่างกรุงเทพฯ วันหนึ่งวันบางครั้งผ่านไปไวจนเหมือนว่าไร้ความหมาย สัปดาห์หนึ่งสัปดาห์ เดือนหนึ่งเดือน แม้กระทั่งปีหนึ่งปี ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วด้วย ตามความเร็วของจำนวนวันที่ผ่านพ้นไป ปีที่แล้ว เพิ่งผ่านไปพร้อมความตั้งใจจะปล่อยสิ่งเก่าให้กลายเป็นอดีต กลายเป็นปีใหม่ ที่เราตั้งใจจะทำสิ่งดีๆ เริ่มต้นสิ่งดีๆ เพื่อตัวเราเอง และเพื่อคนอื่น แต่ภายในเวลาไม่นาน อย่างที่เรากำลังเป็นประจักษ์พยานในวันท้ายๆ ของปี แม้กระทั้่งสิ่งที่เราเรียกกันว่าปีใหม่ ก็กลายเป็นสิ่งที่เก่าและกำลังจะผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดายเหลือเกิน ถึงอย่างนั้น หากเรามองลงไปให้ลึกในความรวดเร็วและง่ายดายของการผ่านปีนี้ไป เราจะพบว่า ในนั้นมีเรื่องราวที่เชื่องช้าและยากเย็นอยู่ เรื่องราวที่มีทั้งความสุข และความเจ็บปวดอยู่ในนั้น เรื่องราวที่เราเรียนรู้ และจะเติบโตขึ้นเพราะมัน แม้แต่ตัวของฉันเอง ก็มีสิ่งที่ได้เรียนรู้จากปีที่กำลังจะผ่านไป เป็นสิ่งที่อาจดูเหมือนเรียบง่าย และงดงามเสียจนน่าประหลาดใจว่า ฉันมองข้ามสิ่งนี้ไปเกือบสามสิบปี สิ่งที่เรียกว่า “การเป็นตัวของตัวเอง” การเป็นตัวของตัวเอง คือ สิ่งที่ทำให้คนเรามีความสุขได้มากที่สุด แต่น่าประหลาดใจที่ เมื่อเราเกิดขึ้นมาเราเป็นตัวของตัวเราเองอย่างเต็มที่ ทว่า, เวลาที่เราได้เติบโตขึ้นมา เราต้องกลายเป็นคนในแบบที่พ่อแม่ปราถนาดีอยากให้เป็น เราต้องกลายเป็นคนแบบที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัยหล่อหลอมออกมาให้เป็นอย่างที่ประเทศชาติวาดหวัง เราต้องกลายเป็นคนที่คนที่เรารักคิดฝันว่า เราจะเป็นเพื่อเขา เราเป็นอะไรๆ ได้มากมาย เว้นแต่การเป็นตัวของเราเองจริงๆ การเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเป็นหนทางของชีวิตที่จะทำให้เรามีความสุขได้อย่างเต็มหัวใจจริงๆ การจะเป็นตัวของตัวเอง อาจมองว่ายากก็ยาก […]

ความพ่ายแพ้อาจเป็นเรื่องของฟ้า แต่การยอมแพ้เป็นเรื่องของเรา

ชนะ, แพ้ เราได้ยินคำๆ นี้กันมาตั้งแต่จำความได้ เพราะเราถูกสอนให้แข่งขันกันมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่การสอบเข้าเรียน สอบแข่งในห้อง แข่งกีฬาสี จนเมื่อเติบโตขึ้น การแข่งขันก็ยังเป็นสิ่งที่เราต้องพบเจอในชีวิต ทั้งการแข่งขันเพื่อเข้าทำงาน แข่งขันเพื่อได้ขึ้นเงินเดือน ต่างๆ นา ในการแข่งขัน มีผู้แพ้ ผู้ชนะเสมอ และที่น่าเศร้า คือ ผู้ชนะมักมีจำนวนไม่มาก อาจจะดูเหมือนไม่จริง แต่ลึกๆ แล้ว ผมเชื่อว่า คือความจริง เราทุกคนเคยพ่ายแพ้มาแล้วทั้งนั้น บางครั้งเราพ่ายแพ้ในการแข่งขัน และบางครั้งเราก็พ่ายแพ้ในความรัก ไม่ว่าความพ่ายแพ้แบบไหน ก็ล้วนสร้างรอยบาดแผลไว้ในหัวใจของเรา แต่ความพ่ายแพ้หนึ่งครั้ง ไม่ได้หมายความว่า เราจะพ่ายแพ้ตลอดไป ความผิดหวังเพียงหนึ่งหน ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องผิดหวังอยู่อย่างนั้น ความจริงแล้ว ชีวิตเราอาจต้องยอมพ่ายแพ้หลายๆ ครั้ง เพื่อที่จะชนะสักหนึ่งครั้ง เราการชนะนั้นจะเป็นการชนะที่คุ้มค่าพอที่จะอยู่กับเราตลอดไป เคยมีคนพูดไว้ว่า บางครั้งแพ้-ชนะ ก็เป็นเรื่องของโชคชะตาเข้ามามีส่วน เรียกว่า ขึ้นอยู่กับ”ฟ้า” แต่สิ่งที่เราเองเป็นผู้กำหนด ไม่เกี่ยวกับโชคชะตาใดๆ คือ การที่เราเลือกจะยอมแพ้หรือเปล่า นั้่นอยู่ที่“ใจ”ของเราล้วนๆ เพราะความพ่ายแพ้ จะเป็นความพ่ายแพ้ตลอดไป ถ้าเราเลือกที่จะยอมแพ้ แต่วันหนึ่ง ความพ่ายแพ้อาจแปรเปลี่ยนชัยชนะก็ได้ […]

ทุกสิ่งที่ง่ายเคยยากมาก่อน

บางครั้งอะไรยากหรืออะไรง่าย ไม่ได้ยากหรือง่ายด้วยตัวของมันเอง แต่เป็นความคิดของเรา แต่เป็นความถนัดของเรา ที่ทำให้เรามองว่า สิ่งนั้นง่าย สิ่งนั้นยาก ลองคิดย้อนดูตอนกลับไปเป็นเด็ก เราพบว่า เราไม่ค่อยรู้หรอกว่า อะไรที่ยาก อะไรที่ง่าย มีแต่สิ่งที่เราอยากทำ กับสิ่งที่เราไม่อยากทำ แต่พอยิ่งโตขึ้น เรายิ่งรู้สึกว่า คำว่ายาก คำว่าง่าย เข้ามามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจทำหรือไม่ทำอะไรมากขึ้น และนั่นก็เริ่มก่อปัญหาให้กับเรา อะไรก็ตามที่ง่าย เราก็อยากทำ พอยิ่งทำ เราก็ยิ่งชำนาญ ยิ่งเราชำนาญ เราก็ยิ่งรู้สึกว่ามันง่าย ในทางตรงกันข้าม อะไรก็ตามที่เราคิดว่ามันยาก เราก็ยิ่งไม่อยากทำ เพราะเรายิ่งไม่อยากทำ เราก็ยิ่งทำไม่เป็น และยิ่งเราทำไม่เป็นมันก็ยิ่งยากในความรู้สึกของเรา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่ยากที่สุด อาจไม่ได้อยู่ในขั้นตอนการลงมือทำ แต่คือการชนะความกลัวในความยากนั่นต่างหาก หลายเรื่อง พอเราลงมือทำจริงๆ เราจะพบว่า มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่เพราะความคิด ทำให้กว่าที่จะรู้ เราก็เสียเวลากับความกลัวนานเกินไป อย่างที่บอก เรื่องยาก เรื่องง่าย เป็นเรื่องของความคิดมากกว่าความจริง ความยากเกิดจากความคิดที่ว่า เราไม่มีความสามารถ เราทำไม่ได้ แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ ว่าบางทีนะ บางที โลกนี้อาจไม่มีอะไรจริงๆ ที่เราทำไม่ได้ […]

ทุกอย่างเริ่มต้นจากความเป็นไปไม่ได้

ตั้งแต่เกิดมา ชีวิตของผมเจอคำว่าเป็นไปไม่ได้เต็มไปหมด ทั้งสิ่งที่ดูเหมือนว่า จะเป็นไปไม่ได้จริงๆ กับสิ่งที่คนอื่นบอกเราว่า เป็นไปไม่ได้ และยิ่งคนอื่นบอกกับเราว่า มันเป็นไปไม่ได้บ่อยมากเท่าไหร่ คำๆ นั้นก็จะยิ่งเข้าไปในความคิดของเรา ทำให้เราเชื่อว่า สิ่งนั้น เรื่องนั้น มันเป็นไปไม่ได้จริงๆ ผมอยากจะบอกกับคุณว่า เกือบทุกสิ่งที่เกิดขึ้น และเป็นอยู่ อย่างปกติธรรมดาบนโลกใบนี้ ล้วนเคยเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้มาด้วยกันทั้งนั้น มนุษย์สองแขน สองขา ไม่มีปีก เป็นไปไม่ได้ที่จะเดินทางบนฟ้า คนอยู่ห่างกันคนละประเทศ เป็นไปไม่ได้ที่จะมองเห็นหน้ากัน มือถือหนึ่งเครื่อง เป็นไปไม่ได้ที่จะถ่ายรูป ทุกอย่างที่เรามองมันอย่างเป็นเรื่องปกติ เคยเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ แล้วอะไรล่ะ ที่ทำให้มันเป็นไปได้ ความเชื่อว่า ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ไง ตอนที่ผมเป็นเด็ก ผมมีความฝันว่า อยากเป็นนักกฎหมาย ย้อนไปเวลานั้น เมื่อสามสิบปีที่แล้ว การที่เด็กมีปัญหาสุขภาพคนหนึ่ง จะเข้าเรียนในโรงเรียนปกติ ยังเป็นเรื่องยากเลย ถ้าผมมองย้อนกลับไปตอนนั้น จากความคิดตอนนี้ ผมอาจคิดว่า มันเป็นไปไม่ได้ แต่ความคิดของเด็ก ที่มองปลายทางเป็นสำคัญ และมองข้ามทุกข้อจำกัดไป ผมในตอนนั้นไม่เคยคิดเลยว่า เป็นไปไม่ได้ ผมทำเรื่องเป็นไปไม่ได้ในชีวิตของผม มาเรื่อยๆ อย่างละเล็ก อย่างละน้อย เป็นเวลาสามสิบปี […]

จงภาคภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น

สิ่งหนี่งที่น่าเศร้าที่สุดสำหรับผม คือการที่คนเราไม่ค่อยภาคภูมิใจในตัวเอง ต้องรอให้คนอื่นมาชื่นชม เราถึงรู้ว่า เรามีคุณค่าแค่ไหน ในความเป็นจริง เราทุกคนที่เกิดมา เราเกิดมาโดยห่างไกลจากคำว่าดีพร้อมมากมายนัก เราพูดก็ไม่ได้ ต้องหัดพูด เราเดินด้วยลำแข้งตัวเองก็ไม่ได้ เราต้องตั้งไข่เพื่อหัดเดิน เราดูแลตัวเองก็ไม่ได้ ต้องให้พ่อแม่คอยดูแล เราไม่มีความรู้สักเรื่อง จนต้องมาเรียนหนังสือเพื่อให้ครูสอน จะเห็นได้ว่า เราไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบเลย แต่วันนี้ เราก็มาถึงจุดนี้ จุดที่เราสามารถดูแลตัวเองได้ จุดที่เราสามารถยืนอยู่บนทางเลือกของชีวิตเราเอง อาจเพราะเราชอบมองสิ่งที่มีเป็นธรรมดา และมองสิ่งที่เราไม่มีเป็นสิ่งที่พิเศษ จนลืมไปว่า ทุกสิ่งที่เรามี ทุกสิ่งเป็นเรา เป็นความมหัศจรรย์ของชีวิต และสำหรับผม ความสามารถที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่มนุษย์หนึ่งคนพึงจะมี และความสามารถนั้นได้แบ่งแยกเราจากสิ่งมีชีวิตอื่น คือความสามารถในการที่จะรัก และความสามารถในการที่จะถูกรัก การรักใครสักคนเป็น เป็นสิ่งดีงามที่สุด ที่ธรรมชาติมอบให้กับสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่ามนุษย์ และถ้าหากเรามีความสามารถนั้น เรามีสิทธิเต็มที่ที่จะภูมิใจในตัวเอง

เราคือระบบปฏิบัติการที่ดีที่สุดของตัวเอง

ในยุคที่รอบกายของเราถูกรายล้อมด้วยเทคโนโลยี เรามักชินกับการอัพเดทมือถือ คอมพิวเตอร์ ของเรา ให้เป็นรุ่นใหม่อยู่เสมอ นอกจากนี้ ระหว่างมือถือ คอมพิวเตอร์ต่างๆ ก็ยังมีการเปรียบเทียบกันว่า ระหว่างระบบปฏิบัติการ (OS) ของตัวเอง เมื่อเทียบกันในเวอร์ชั่นล่าสุด ใครดีกว่ากัน ใครเหนือกว่ากัน ทั้งที่จะว่ากันความจริง โดยไม่ได้ปราวณาตัวเองว่าเป็นสาวกของค่ายมือถือไหน มือถือทุกยี่ห้อล้วนมีระบบปฏิบัติการที่เหมาะสมกับตัวเอง และดีที่สุดในแบบของตัวเอง เป็นซอฟท์แวร์ที่ออกแบบมาเหมาะสมกับฮาร์ดแวร์ของตัวเอง แล้วคนเราล่ะ มีซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์เป็นของตัวเองหรือไม่ ถ้าจะเปรียบไป ความคิด จิตใจ ความสามารถ สิ่งต่างๆ ที่อยู่ข้างในของเรา นั่นคงเป็นซอฟท์แวร์ ส่วนสภาพร่างกาย รูปร่างหน้าตาของเราคงเป็นฮาร์ดแวร์ ที่จะทำงานได้ ต้องมีการประสานกับซอฟท์แวร์ของเรา ทีนี้ มันก็เหมือนมือถือทุกรุ่น คนเราทุกคนล้วนมีซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์เป็นของตัวเอง ที่มีข้อดีและข้อด้อยของตัวเอง และมันคงไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ ที่เราจะเอาสิ่งที่เราไม่มี มาเทียบกับคนอื่น แล้วบอกว่าเราสู้เขาไม่ได้ เมื่อเราทุกคนก็มีสิ่งที่คนอื่นๆ ไม่มีเช่นกัน ผมเชื่อว่า ลึกๆ แล้ว มนุษย์เราทุกคนล้วนมีพรสวรรค์ อยู่ที่เราจะต้องหามันให้เจอ ว่าพรสวรรค์ของเราคืออะไร และที่สำคัญ เราไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ที่เราควรทำ คือ การพัฒนาของตัวเราเองตลอดเวลา พัฒนาจากสิ่งที่เรามีให้ดีที่สุด […]